อีเมลและโค้ดที่สร้างโดย AI อาจดูเหมือนเสร็จสมบูรณ์ แต่กลับผลักภาระการตรวจสอบและแก้ไขไปให้เพื่อนร่วมงาน โดย CEO ของ Shopify เรียกผลงานลักษณะนี้ว่า ‘ระเบิดสโลป’
โทบี ลุตเค(Tobias Lütke) ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ Shopify($SHOP) กล่าวในพอดแคสต์ ‘The Knowledge Project’ ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 15 ว่าพนักงานมักแชร์อีเมลและโค้ดที่เขียนด้วย AI โดยไม่ได้ตรวจสอบอย่างเพียงพอ Fortune รายงานคำกล่าวดังกล่าวเมื่อวันที่ 17
ลุตเคเรียกผลงานที่ไม่ได้รับการตรวจสอบและถูกพนักงานโยนต่อให้กันว่า ‘slop grenades’ พร้อมกล่าวว่า “นั่นเป็นสิ่งที่ไม่ดีอย่างชัดเจน” และผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อผลงานที่ AI สร้างขึ้นยังคงต้องเป็นมนุษย์
เขากล่าวว่า AI อาจช่วยสรุปสาระสำคัญของอีเมลได้ แต่ไม่ควรถูกใช้เพื่อสร้างเอกสารยาวที่ไม่มีการตรวจสอบ เพราะเพื่อนร่วมงานที่ได้รับต้องกลับมาตรวจเนื้อหาและบริบทอีกครั้ง
แม้เอกสารที่ AI สร้างจะดูเสร็จสมบูรณ์ แต่หากไม่ช่วยให้งานเดินหน้า ภาระการตรวจสอบและแก้ไขก็ยังคงอยู่ เวลาที่ผู้เขียนประหยัดได้จึงถูกถ่ายโอนไปเป็นเวลาที่ผู้รับต้องใช้ตรวจทานใหม่
นักวิจัยเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า ‘workslop’ หมายถึงผลงานที่สร้างโดย AI ซึ่งดูเป็นระเบียบเหมือนผลงานทางธุรกิจ แต่ขาดบริบทหรือเนื้อหาที่มีสาระ จนทำให้ผู้รับต้องนำไปทำใหม่
ผลสำรวจพนักงานออฟฟิศในสหรัฐฯ 962 คนโดย BetterUp Labs และ Stanford Social Media Lab พบว่า 52.7% เคยส่ง workslop ที่สร้างโดย AI ให้เพื่อนร่วมงาน ประสบการณ์ดังกล่าวพบได้บ่อยกว่าในองค์กรที่ส่งเสริมการใช้ AI
ผู้ตอบแบบสำรวจ 38% ระบุว่าเคยได้รับ workslop จากเพื่อนร่วมงาน และใช้เวลาเฉลี่ย 3.4 ชั่วโมงต่อเดือนในการตรวจสอบ แก้ไข หรือเขียนผลงานดังกล่าวขึ้นใหม่
workslop แตกต่างจากการพิมพ์ผิดธรรมดา โดยผู้ตอบแบบสำรวจยกตัวอย่างอีเมลเชิงพิธีการที่มีลิงก์เสีย และโค้ดที่ซับซ้อนเกินความจำเป็น
ผลงานลักษณะนี้ยังส่งผลต่อความสัมพันธ์ในการทำงาน ผู้ตอบแบบสำรวจมีแนวโน้มมองเพื่อนร่วมงานที่ส่ง workslop ว่ามีความสามารถและเป็นมิตรน้อยลง ขณะที่ 36% ของผู้ที่เคยได้รับระบุว่าอยากหลีกเลี่ยงการทำงานร่วมกับบุคคลดังกล่าวในอนาคต
ผลสำรวจครั้งนี้ยังถูกนำไปเปรียบเทียบกับการสำรวจเมื่อปีก่อน ซึ่งพบว่า 40% ของผู้ตอบเคยพบ workslop ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา และใช้เวลาเฉลี่ย 2 ชั่วโมงในการทำงานหนึ่งชิ้นใหม่
การสำรวจเมื่อปีก่อนประเมินว่าต้นทุนจากการแก้ไข workslop อาจสูงถึง 186 ดอลลาร์ต่อพนักงานหนึ่งคนต่อเดือน (ประมาณ 250,000 วอน) ส่วนองค์กรที่มีพนักงาน 10,000 คนอาจสูญเสียผลิตภาพสูงสุด 9 ล้านดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 12,300 ล้านวอน)
ลุตเคเคยออกแนวทางให้พนักงานเริ่มใช้ AI ก่อน แล้วจึงขอทรัพยากรเพิ่มเติมในปีที่แล้ว แต่คำกล่าวครั้งนี้เน้นย้ำว่าคุณภาพของผลงานและความรับผิดชอบสำคัญกว่าปริมาณการใช้ AI
แม้ AI จะช่วยให้งานเสร็จเร็วขึ้น แต่หากขาดขั้นตอนตรวจสอบและผู้รับผิดชอบขั้นสุดท้าย ภาระก็จะย้ายจากผู้เขียนไปยังเพื่อนร่วมงาน คำกล่าวของลุตเคสะท้อนว่าเมื่อการใช้ AI ในองค์กรขยายตัว การจัดการความถูกต้องของผลงานและความรับผิดชอบในการตรวจสอบจะเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม
ความคิดเห็น 0