สหรัฐฯ ถอดพรรคการเมืองรัฐบาลเอริเทรีย กองทัพ และบริษัทการค้าของรัฐรายสำคัญออกจากบัญชีบุคคลและหน่วยงานที่ถูกกำหนดเป็นพิเศษ (SDN) ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าอาจมีความร่วมมือด้านความมั่นคงในทะเลแดง แต่รัฐบาลสหรัฐฯ ยังไม่ได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์โดยเฉพาะ
สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) สังกัดกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุเมื่อวันที่ 18 กันยายนว่า ภาวะฉุกเฉินแห่งชาติภายใต้คำสั่งฝ่ายบริหารฉบับที่ 14046 สิ้นสุดลงแล้ว จึงถอดบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกจากบัญชี SDN ประกาศอย่างเป็นทางการของ OFAC ระบุรายชื่อผู้ถูกถอดและเหตุผลของการขึ้นบัญชีไว้ด้วย
รายชื่อที่ถูกถอดประกอบด้วย แนวร่วมประชาธิปไตยเพื่อความยุติธรรมและประชาธิปไตยของประชาชน (PFDJ) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลเอริเทรีย กองกำลังป้องกันเอริเทรีย บริษัทเรดซีเทรดดิ้ง และฮิดรีทรัสต์ รวมถึงฮากอส เกเบรฮิเวต วอลเดคีดาน และอับราฮา คาซา
คำสั่งฝ่ายบริหารฉบับที่ 14046 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2021 โดยระบุความรุนแรง การละเมิดสิทธิมนุษยชน และการขัดขวางความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในภูมิภาคตีเกรย์ทางตอนเหนือของเอธิโอเปียเป็นเหตุผลในการคว่ำบาตร และครอบคลุมกิจกรรมของกองทัพเอริเทรียในเอธิโอเปียด้วย เนื้อหาคำสั่งฝ่ายบริหาร
มาตรการครั้งนี้ถูกอธิบายว่าเป็นผลจากการสิ้นสุดกรอบกฎหมายของคำสั่งฝ่ายบริหารที่ใช้เป็นฐานคว่ำบาตร มากกว่าจะเป็นการตัดสินใจแยกต่างหากของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่มุ่งยกเลิกมาตรการต่อเอริเทรียโดยตรง อย่างไรก็ตาม ยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติมว่ากฎหมายหรือกรอบคว่ำบาตรอื่นถูกยกเลิกทั้งหมดหรือไม่
SDN คือบัญชีบุคคลและหน่วยงานที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ กำหนดเป็นเป้าหมายคว่ำบาตร การทำธุรกรรมกับผู้ที่อยู่ในบัญชีอาจถูกจำกัดผ่านเครือข่ายการเงินของสหรัฐฯ และกระบวนการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎของคู่ค้า การถอดรายชื่อจึงอาจส่งผลต่อการพิจารณาทำธุรกรรมของสถาบันการเงิน
เอริเทรียตั้งอยู่ติดกับทะเลแดงตอนใต้และช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งช่องแคบดังกล่าวและคลองสุเอซเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญที่เชื่อมเอเชียกับยุโรป
การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ระบุว่า ความไม่มั่นคงในทะเลแดงทำให้เรือต้องอ้อมแหลมกู๊ดโฮป ส่งผลให้ระยะทางและต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้น รวมถึงสร้างแรงกดดันต่อห่วงโซ่อุปทานโลก รายงานของ UNCTAD
ด้วยเหตุนี้ จึงมีการวิเคราะห์ว่าการเปลี่ยนแปลงท่าทีของสหรัฐฯ ต่อเอริเทรียอาจเป็นความพยายามเพิ่มทางเลือกด้านการทูตและความมั่นคงในทะเลแดงกับภูมิภาคแตรแห่งแอฟริกา อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์โดยตรงของการถอดรายชื่อ หรือประกาศข้อตกลงความมั่นคงฉบับใหม่กับเอริเทรีย
ฮิวแมนไรท์วอทช์คัดค้านการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร โดยระบุเมื่อเดือนพฤษภาคมว่า การยกเลิกมาตรการโดยไม่มีการกำหนดความรับผิดและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนที่ชัดเจน อาจส่งสัญญาณว่าสหรัฐฯ ยอมรับการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงในเอริเทรียและภูมิภาคตีเกรย์ จุดยืนของฮิวแมนไรท์วอทช์
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลบันทึกว่า ในปี 2025 เอริเทรียยังคงมีการเกณฑ์พลเรือนเข้ารับใช้ชาติในลักษณะใกล้เคียงไม่มีกำหนด การใช้แรงงานบังคับ และการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก พร้อมชี้ถึงข้อจำกัดต่อสื่ออิสระและการควบคุมตัวฝ่ายเห็นต่างทางการเมืองโดยพลการ รายงานของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล
ยังไม่อาจสรุปได้ว่าการดำเนินการของสหรัฐฯ จะนำไปสู่การปรับปรุงความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือในทะเลแดงโดยทันทีหรือไม่ นอกจากการถอดรายชื่อแล้ว ยังต้องติดตามว่าสถาบันการเงินจะกลับมาทำธุรกรรมกับอดีตผู้ถูกคว่ำบาตรเมื่อใด และสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคจะพัฒนาอย่างไร
ยังไม่พบหลักฐานว่ามาตรการดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อราคาบิตคอยน์(BTC) หรือกระดานซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศ และยังไม่มีข้อมูลว่าความตึงเครียดในเอริเทรียและทะเลแดงส่งผ่านมายังตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล
ยังไม่พบปฏิกิริยาอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเอริเทรียต่อการดำเนินการเมื่อวันที่ 18 กันยายน ประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปคือการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และความเคลื่อนไหวด้านความร่วมมือด้านความมั่นคงรอบทะเลแดง
ความคิดเห็น 0