สมาชิกสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ตกลงเร่งปล่อยน้ำมันสำรองที่ให้คำมั่นไว้ในมาตรการร่วมเมื่อเดือนมีนาคม และสนับสนุนให้จัดสรรน้ำมันดีเซลที่ปล่อยออกมาได้เป็นลำดับแรก ณ วันที่ 2 ตุลาคม ปริมาณน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ลดลงเหลือ 282.983 ล้านบาร์เรล ขณะที่สำนักงานความรับผิดชอบของรัฐบาลสหรัฐฯ (GAO) ระบุว่าเป้าหมายปริมาณสำรองและแผนบำรุงรักษาอุปกรณ์เก่าแก่ยังไม่เพียงพอ
IEA เปิดเผยเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมว่า สมาชิกเห็นชอบให้ดำเนินการปล่อยน้ำมันตามมาตรการร่วมเมื่อเดือนมีนาคมให้เสร็จโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้จัดสรรน้ำมันดีเซลที่สามารถปล่อยออกมาได้ก่อน เนื่องจากตลาดดีเซลอยู่ในภาวะตึงตัว
ก่อนหน้านี้มีน้ำมันออกสู่ตลาดแล้วประมาณ 325 ล้านบาร์เรล ส่วนปริมาณที่ยังไม่ได้ปล่อยจากคำมั่นเดิมอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นส่วนที่เหลือจากข้อตกลงเดือนมีนาคม ไม่ใช่แผนที่เพิ่มขึ้นใหม่ รัฐบาลประเทศสมาชิกถือครองน้ำมันสำรองฉุกเฉินประมาณ 1.1 พันล้านบาร์เรล ในจำนวนนี้เป็นน้ำมันดีเซลมากกว่า 200 ล้านบาร์เรล
ฟาติห์ บิรอล (Fatih Birol) ผู้อำนวยการบริหาร IEA ขอให้สมาชิกประเมินสถานการณ์ตลาดดีเซลและพิจารณาว่าจำเป็นต้องปล่อยน้ำมันเพิ่มเติมหรือไม่เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม การตัดสินใจดังกล่าวขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศสมาชิก และยังไม่มีการประกาศปริมาณหรือกำหนดเวลาที่แน่นอนสำหรับการปล่อยเพิ่มเติม
ผู้นำ G7 ตกลงเมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่จะปล่อยน้ำมันสูงสุด 100 ล้านบาร์เรลภายใน 4 เดือน ภายใต้การประสานงานของ IEA ทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศสประกาศว่าจะเร่งปล่อยน้ำมันดีเซลจำนวนมากภายใน 20 วันแรก แม้ปริมาณที่ยังไม่ได้ปล่อยจากคำมั่นเดือนมีนาคมของ IEA จะอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านบาร์เรลเช่นกัน แต่ข้อมูลที่ประกาศยังไม่ชัดเจนว่าปริมาณของทั้งสองแผนแยกจากกันอย่างไร จึงไม่สามารถนำตัวเลขทั้งสองมาบวกเป็นปริมาณจัดหาแยกกันได้
ข้อมูลรายสัปดาห์ของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) ระบุว่า ปริมาณน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ลดจาก 284.552 ล้านบาร์เรลเมื่อวันที่ 18 กันยายน เหลือ 282.983 ล้านบาร์เรลเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม กำหนดเผยแพร่ข้อมูลครั้งถัดไปคือวันที่ 15 ตุลาคม
รายงานของ GAO เมื่อเดือนพฤษภาคม 2026 ระบุว่า นับตั้งแต่ปี 1985 มีการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ มากกว่า 500 ล้านบาร์เรล โดยปริมาณที่ปล่อยระหว่างปี 2014 ถึง 2025 คิดเป็นเกือบ 70% ของทั้งหมด GAO ระบุด้วยว่า การลงทุนไม่เพียงพอต่อความจำเป็นในการบำรุงรักษาอุปกรณ์เก่า ทำให้งานซ่อมบำรุงค้างสะสม และปัญหาอุปกรณ์อาจจำกัดความสามารถในการเติมน้ำมันสำรองหรือปล่อยน้ำมันออกมา
GAO ระบุว่าสภาคองเกรสยังไม่ได้กำหนดเป้าหมายระยะยาวสำหรับขนาดคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ และกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ (DOE) ยังไม่เสร็จสิ้นการทบทวนยุทธศาสตร์ระยะยาวฉบับใหม่ตั้งแต่ปี 2016 GAO แนะนำให้สภาคองเกรสกำหนดกรอบเวลาและข้อกำหนดสำหรับแผนระยะยาวของ DOE พร้อมเสนอให้ DOE ทบทวนหลักเกณฑ์การปล่อยและการเติมน้ำมันกลับเข้าคลัง โดย DOE เห็นด้วยกับข้อเสนอแนะดังกล่าว
สมาชิก IEA มีกำหนดทบทวนสถานการณ์ตลาดดีเซลอีกครั้งในการประชุมคณะกรรมการวันที่ 15 ตุลาคม
ความคิดเห็น 0