กระเป๋าต้องสงสัยในคดีขโมยคริปโตที่รัฐบาลสหรัฐยึดไว้ ออกโทเคนมีมบนโซลานาแล้วราคาดิ่ง 97% ในวันเดียว จนกลายเป็นประเด็นร้อนในวงการ
เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีการเปิดตัวโทเคนมีมชื่อ ‘LICK’ บนแพลตฟอร์มสร้างมีมโทเคน Pump.fun โดยผู้ออกโทเคนรายนี้เชื่อว่าเป็นเจ้าของกระเป๋าคริปโตที่เคยพัวพันกับการขโมยสินทรัพย์ดิจิทัลที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกายึดไว้ โทเคน LICK เปิดตัวพร้อมชื่อเล่นของผู้พัฒนา "จอห์น ดากีตา(John Daghita)" ในช่วงแรกมีมูลค่าตลาดพุ่งสูงถึง 915,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 13 ล้านบาท) แต่ในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง ราคากลับร่วงลงเหลือต่ำกว่า 25,000 ดอลลาร์ (ราว 3.5 ล้านบาท) และแม้จะฟื้นขึ้นเล็กน้อย ล่าสุดยังอยู่แค่ระดับ 27,700 ดอลลาร์ (ราว 4 ล้านบาท) เท่านั้น
ข้อมูลบนเชนเปิดเผยว่ากระเป๋าใบหนึ่งถือครอง LICK มากถึง 40% ของอุปทานทั้งหมด และมีพฤติกรรมเข้าซื้อช่วงแรกก่อนทยอยเทขายเมื่อราคาพุ่งขึ้น ซึ่งสร้าง ‘ความกังวล’ ด้านการเทขาย (Dumping) และการควบคุมตลาด
บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน บับเบิลแมปส์(Bubblemaps) ระบุว่ากระเป๋าดังกล่าวมีปริมาณถือครอง LICK สูงผิดปกติ สะท้อนความเสี่ยงด้านการปั่นราคาและการจัดการสภาพคล่อง ซึ่งเป็น ‘สัญญาณเตือน’ สำหรับนักลงทุน นอกจากนี้ บับเบิลแมปส์ยังเชื่อว่าเจ้าของกระเป๋านี้เป็นบุคคลเดียวกันกับผู้ที่เคยแสดงหลักฐานบน Telegram ว่าสามารถเข้าถึงกระเป๋าที่มีคริปโตมูลค่ากว่า 23 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 329 ล้านบาท) ซึ่งเชื่อว่าเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่รัฐบาลยึดไว้
จากรายงานโดยผู้ติดตามธุรกรรมคริปโตอย่าง แซ็คเอ็กซ์บีที(ZachXBT) ระบุว่าผู้อยู่เบื้องหลังโทเคน LICK ก็คือจอห์น ดากีตา ลูกชายของดีน ดากีตา ซึ่งเป็นประธานบริษัท Command Services & Support ในรัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา โดยบริษัทของพ่อเขาได้ทำสัญญากับรัฐบาลกลางในการจัดเก็บและดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลที่ยึดได้ตั้งแต่ตุลาคม 2024 แซ็คเอ็กซ์บีทีแสดงความเห็นว่า จอห์นอาจเข้าถึงทรัพย์สินที่ยึดโดยไม่ได้รับอนุญาตผ่านตำแหน่งของบิดา แม้ยังไม่มีการตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการ แต่ประเด็นนี้กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการคริปโตของทำเนียบขาว โดยสมาชิกอย่างแพทริก วิตต์(Patrick Witt) แถลงว่าจะมี ‘การพิจารณาอย่างจริงจัง’
กรณีของ LICK ยังสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่ลุกลามในวงการมีมโทเคนของโซลานา โดยเฉพาะโทเคนที่เปิดตัวผ่าน Pump.fun ซึ่งกลายเป็นแหล่งรวบรวมโครงการลวงจำนวนมาก จากข้อมูลในช่วงต้นปี 2025 โทเคนถึง 98% ที่สร้างบนแพลตฟอร์มนี้ถูกจัดอยู่ในหมวด ‘รั๊กพูล’ หรือไม่ก็ถูกปั่นราคาก่อนดิ่งลง โดยกว่า 90% ถูกละทิ้งภายในเวลาเพียง 25 นาทีหลังเปิดตัว หลายกรณีไม่ได้มีสภาพคล่องที่ยั่งยืนเลย
ก่อนหน้านี้ก็เกิดเหตุการณ์คล้ายกันไม่ใช่น้อย เช่น โทเคน AI ชื่อ AVA ที่ออกเมื่อเดือนธันวาคม 2024 ซึ่งพบว่ามีอุปทาน 40% ถูกเลื่อนไปยังกระเป๋าในกลุ่มเดียวกันกับผู้พัฒนา ก่อนราคาจะร่วงถึง 96% รวมไปถึงมีมโทเคนไวท์เวล(WhiteWhale) ที่ระเบิดฟองราคาภายในไม่กี่นาที ทำให้มูลค่าตลาดหายไป 60% ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา
"ความคิดเห็น" เหตุการณ์ของ LICK แสดงให้เห็นว่าความนิยมในมีมโทเคนกำลังกลายเป็นช่องโหว่ทางจริยธรรมในตลาดที่ยังไม่มีโครงสร้างกำกับดูแลอย่างเหมาะสม และอาจเร่งให้เกิดการถกเถียงเชิงนโยบายเพื่อฟื้นฟู ‘ความไว้วางใจ’ ของนักลงทุนในระบบนิเวศคริปโตอีกครั้ง
ความคิดเห็น 0