Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

อวาแลนช์(AVAX) โตแรง! ธุรกรรมพุ่ง 1,162% แบล็คร็อกหนุน RWA ดันมูลค่าสินทรัพย์ทะลุ 1.3 พันล้านดอลลาร์

เมซซารี รีเสิร์ช(Messari Research) เผยแพร่รายงานล่าสุดเกี่ยวกับผลงานของ *อวาแลนช์(AVAX)* ในไตรมาส 4 ปี 2025 โดยเน้นย้ำถึงแนวโน้มการเติบโตของเครือข่ายที่มีความคืบหน้าอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในภาค ‘การโทเคนสินทรัพย์จริง’ หรือ RWA (Real World Assets) ที่ได้รับแรงหนุนจากการมีส่วนร่วมอย่างจริงจังของแบล็คร็อก ส่งสัญญาณการเข้าสู่ตลาดของสถาบันการเงินอย่างชัดเจน ทำให้ระบบนิเวศของอวาแลนช์มีความหลากหลายมากขึ้นและขยายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากข้อมูลของเมซซารี ในไตรมาสดังกล่าว *อวาแลนช์* มีปริมาณธุรกรรมเฉลี่ยต่อวันสูงถึง 38.2 ล้านรายการ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 1,162.1% ขณะที่จำนวนผู้ใช้งานรายวันแตะระดับ 24.7 ล้านที่อยู่ เติบโตถึง 16,360% โดย *ปัจจัยหลัก* ที่ทำให้เกิดการเติบโตอย่างมหาศาลคือการเปิดตัวแอป ‘OneWave’ ของไบเนอรี ซึ่งร่วมมือกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมในเอเชียและแอฟริกา ทำให้เข้าถึงผู้ใช้งานได้มากกว่า 380 ล้านคน

ด้าน *การลงทุนจากสถาบัน* แบล็คร็อกได้ประกาศใช้กองทุนตลาดเงิน BUIDL บนเชนในการโทเคนสินทรัพย์มูลค่า 500 ล้านดอลลาร์ ผ่านอวาแลนช์ ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มการนำ RWA มาใช้จริง ผลที่ตามมาคือมูลค่ารวมของสินทรัพย์ใน RWA (TVL) เพิ่มขึ้น 68.6% เมื่อเทียบรายไตรมาส และพุ่งขึ้นถึง 949.3% เทียบกับปีก่อนหน้า อยู่ที่ระดับ 1.33 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ บิตไวส์และแวนเอ็คที่รวมฟีเจอร์สเตคกิ้งไว้ในเอกสารขออนุมัติ ETF บนบล็อกเชนของอวาแลนช์ ถือเป็นการเปิดช่องทางใหม่ในการเชื่อมต่อสินทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลกับโปรโตคอลแบบกระจายศูนย์

*อัตราการใช้งานของเครือข่าย* ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง ตลอดไตรมาส C-Chain มีจำนวนธุรกรรมเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 69% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส ทะลุจุดสูงสุดเดิมนับตั้งแต่เปิดตัว แม้ราคาของ AVAX จะลดลงถึง 59% แต่รายได้จากค่าธรรมเนียมลดลงเพียง 11.7% แสดงถึงการใช้งานที่ไม่อิงราคาตลาด โดยในวันที่ 10 ตุลาคม เครือข่ายทำรายได้ค่าธรรมเนียมสูงสุดถึง 520,000 ดอลลาร์ในวันเดียว ขณะเดียวกัน ปริมาณ AVAX ที่ใช้ในการจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นถึง 24.9%

ในด้านเทคโนโลยี *การอัปเกรด “Granite”* บนเมนเน็ตเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ได้ยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้ด้วยการเพิ่มฟีเจอร์อย่าง ‘เวลาในการสร้างบล็อกแบบไดนามิก’ และการยืนยันตัวตนผ่าน FaceID หรือ TouchID ทำให้เวลาสำหรับการทำธุรกรรมลดลงเหลือน้อยกว่า 2 วินาที ซึ่งช่วยลดอุปสรรคในการเข้าใช้งาน และส่งผลให้แพลตฟอร์มเป็นมิตรกับผู้ใช้ทั่วไปมากขึ้น ความเห็นจากเมซซารีระบุว่า ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีนี้จะส่งเสริมให้อวาแลนช์สามารถรองรับแอปพลิเคชันที่ใช้กระแสเงินสดในตลาดวงกว้างมากขึ้น

สำหรับ ‘DeFi’ แม้ TVL คิดจาก AVAX จะเพิ่มขึ้น 34.5% แต่ในแง่ของมูลค่าเป็นดอลลาร์สหรัฐ กลับลดลง 44.9% ซึ่งสื่อถึง ‘ความยึดติดของสภาพคล่อง’ (Liquidity Stickiness) ที่ยังคงแข็งแกร่งแม้ราคาลดลง เมื่อวิเคราะห์ในรายละเอียด แพลตฟอร์มน้องใหม่อย่าง ฟาโร่ เอ็กซ์เชนจ์ สามารถเติบโตทั้งในเชิงค่าธรรมเนียมและปริมาณการซื้อขาย โดยรวมแล้ว ฟาโร่, แอลเอฟเจ และแบล็กโฮล ถือครองสัดส่วนเกือบ 90% ของธุรกรรมทั้งหมดในตลาด DEX ของอวาแลนช์

ในกลุ่ม *เหรียญเสถียร* มีความเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดย USDT ขึ้นเป็นผู้นำด้วยส่วนแบ่งตลาดกว่า 42% แซงหน้า USDC ขณะที่ JPYC ซึ่งเป็นเหรียญ Stablecoin สกุลเยนที่ถูกกฎหมายตัวแรกของญี่ปุ่น ได้เริ่มใช้งานบนอวาแลนช์ ส่งผลให้เครือข่ายสามารถรองรับการใช้งานในหลายประเทศด้วยความเป็นมิตรต่อกฎระเบียบ

ภาคการใช้งานด้าน *เกมและสื่อความบันเทิง* ก็มีการขยายตัวชัดเจน ได้แก่ เครือข่าย TITAN ซึ่งรองรับชุมชน K-Pop, ระบบนิเวศจากเกม ‘เมเปิลสตอรี’ ที่ชื่อ ‘เฮเนซิส’, แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอย่าง Blaze และเครือข่ายกีฬาอย่าง FanHub รวมถึง FIFA L1 ซึ่งเตรียมรองรับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลโลก 2026 ก็เริ่มมีกิจกรรมบนเชนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

สรุปจากเมซซารี ระบุว่า ด้วยจำนวน L1 ที่แอคทีฟถึง 75 เครือข่าย, ฐานผู้ใช้งานที่เติบโตอย่างรวดเร็ว, การร่วมมือกับภาคสถาบัน และการพัฒนาทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง *อวาแลนช์* ได้เข้าสู่ ‘จุดเปลี่ยน’ สำคัญที่อาจทำให้กลายเป็นตัวเชื่อมหลักระหว่าง Web2 และ Web3 ภายในปี 2026 ได้อย่างแท้จริง

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1