ราคาบิตคอยน์(BTC) ฟื้นตัวเหนือระดับ 76,000 ดอลลาร์ แต่ยังคงตกอยู่ในสภาวะไม่มั่นคง ท่ามกลางแรงขายจากการบังคับปิดสถานะอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นักวิเคราะห์หลายรายเตือนว่า จุดต่ำสุดของรอบนี้อาจยังมาไม่ถึง และอาจลงลึกกว่าที่คาดไว้
ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ราคาบิตคอยน์เคยร่วงแตะระดับ 74,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 10.7 ล้านบาท) ก่อนจะฟื้นตัวขึ้นมาแตะที่ 76,800 ดอลลาร์ (ราว 11.1 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะสัปดาห์นี้ ราคายังปรับตัวลดลงประมาณ 13% ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มที่ยังเป็น ‘ขาลง’
นักวิเคราะห์คริปโตในชื่อ ‘ดร.โปรฟิต(Doctor Profit)’ ได้ปรับลดคาดการณ์ราคาต่ำสุดของรอบนี้ โดยกำหนดช่วงไว้ระหว่าง 54,000 ถึง 44,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 7.85 - 6.4 ล้านบาท) โดยเขาให้เหตุผลจากการที่ราคาบิตคอยน์ร่วงลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 100 สัปดาห์ (MA100 Weekly) ซึ่งถือเป็น ‘สัญญาณหลัก’ ที่ใช้แยกแนวโน้มตลาดกระทิงและตลาดหมี
“ช่วงเดือนตุลาคม 2023 บิตคอยน์สามารถทะลุ MA100 ขึ้นมา กลายเป็นการยืนยันเข้าสู่ตลาดกระทิง แต่การที่หลุดเส้นนี้อีกครั้งภายในเวลาแค่ 2 ปี แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างไปสู่ขาลงอีกครั้ง” ดร.โปรฟิตกล่าว
นอกจากนี้ เขายังมองว่า การหลุด MA100 ทำให้เกิดการ ‘พังทลาย’ ของรูปแบบ ‘ธงขาลง’ เต็มรูปแบบ ซึ่งชวนให้ย้อนนึกถึงช่วงร่วงหนักของบิตคอยน์ในปี 2021-2022 โดยแผนภูมิปัจจุบันแสดงภาพที่คล้ายกับจังหวะดิ่งในรอบที่แล้ว
อีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่เขาเน้นคือ ราคาบิตคอยน์ที่หลุดระดับต้นทุนเฉลี่ยในการซื้อของบริษัทลงทุนรายหนึ่งที่ชื่อว่า ‘สเตรทิจี(Strategy)’ ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 76,000 ดอลลาร์ โดย Strategy ถือครองบิตคอยน์โดยใช้เงินกู้เลเวอเรจ และหลักประกันที่ใช้คือหุ้นของบริษัทตัวเองซึ่งกำลังปรับตัวลดลงเช่นกัน “ตอนนี้บริษัทเข้าสู่ภาวะเสมอทุนโดยปราศจากการทำกำไร ซึ่งอาจทำให้เกิดความตื่นตระหนกในตลาด” ดร.โปรฟิตระบุ พร้อมชี้ว่า ปัจจัยภายนอก เช่น การเปิดเผยไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับคดีของ ‘เจฟฟรีย์ เอปสตีน’ ยังสามารถจุดชนวนแรงขายทางอารมณ์เพิ่มเติมได้อีก
ขณะเดียวกัน รายงานจากแมทริกซ์พอร์ต(Matrixport) ยังเสริมถึงสัญญาณความอ่อนแอจากฝั่งนักลงทุนสถาบัน โดยระบุว่า สินทรัพย์ในบิตคอยน์ ETF ยังคงไหลออกต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน ซึ่งหมายความถึงความสนใจที่ลดลงของกลุ่มทุนรายใหญ่
ตามรายงาน การไหลเข้าของเงินทุนอย่างมีนัยสำคัญเกิดขึ้นล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคมและตุลาคมปีที่ผ่านมาเท่านั้น ก่อนที่กระแสจะซบเซาลงอย่างเห็นได้ชัด “แม้ราคาทองคำจะฟื้นตัวแรง และกระแสลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์จะยังดำเนินอยู่ แต่บิตคอยน์กลับไม่ได้รับแรงหนุนตามนั้น” ทางแมทริกซ์พอร์ตระบุ พร้อมเสนอว่า “การสร้างฐานราคาที่ยั่งยืน และการฟื้นตัวของความสนใจจากสถาบัน ต้องการ ‘เรื่องเล่าใหม่’ ที่ทรงพลัง”
แม้ราคาจะเด้งกลับได้บางส่วนในระยะสั้น แต่เมื่อพิจารณาร่วมกับสัญญาณทางเทคนิคแบบขาลง, ความลังเลของสถาบัน และความไม่แน่นอนของภาพรวมเศรษฐกิจโลก นักลงทุนอาจต้องเตรียมใจรับมือกับการปรับฐานที่ลึกลงกว่านี้อีกขั้น ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญจำนวนไม่น้อยเห็นตรงกันในจุดนี้
ความคิดเห็น 0