ราคาบิตคอยน์(BTC) ร่วงต่ำกว่าราคาซื้อเฉลี่ยของกองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอตในสหรัฐ ส่งผลให้ผลตอบแทนของนักลงทุนสถาบันผ่าน ETF กลับกลายเป็นลบ ผู้เชี่ยวชาญเตือน หากแนวโน้มนี้ยังดำเนินต่อไป อาจส่งสัญญาณถึงการเข้าสู่ตลาดขาลงระยะยาว
เมื่อวันที่ 1 อเล็กซ์ ซอน(Alex Thorn) หัวหน้าฝ่ายวิจัยของบริษัทกาแล็กซี ดิจิทัล เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า แม้กองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอตในสหรัฐจะมีราคาเฉลี่ยที่ราว 87,830 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.28 ล้านบาท) แต่ราคาปัจจุบันกลับอยู่ที่เพียง 74,600 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.08 ล้านบาท) ซึ่งต่ำกว่าระดับเฉลี่ยดังกล่าวอย่างชัดเจน นั่นหมายความว่านักลงทุนส่วนใหญ่กำลังขาดทุนทางบัญชี
ข้อมูลเพิ่มเติมจาก Coinglass ชี้ว่า ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา มีกระแสเงินไหลออกจากกองทุน ETF ข้างต้นสูงถึง 2.78 พันล้านดอลลาร์ (ราว 104,542 ล้านบาท) โดยสัปดาห์ล่าสุดพบเงินไหลออกถึง 1.49 พันล้านดอลลาร์ (ราว 21,719 ล้านบาท) ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางภาวะราคาบิตคอยน์ที่ร่วงแรงกว่า 11% ในช่วงสุดสัปดาห์ แตะระดับต่ำสุดรอบ 9 เดือนที่ 74,600 ดอลลาร์
‘ETF ซื้อเฉลี่ยแพง ขาดทุนกว้างขึ้น’ คือข้อความสรุปความกังวลจากอเล็กซ์ ซอน ที่เน้นว่าหากราคายังต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ย นักลงทุนสถาบันอาจเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้น “แม้ยังไม่เห็นสัญญาณขายออกอย่างชัดเจนจากกลุ่มสถาบัน แต่แรงกดดันนั้นมีจริง” เขากล่าว
จากข้อมูลล่าสุด กองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอตในสหรัฐมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารรวมประมาณ 113,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 164.56 ล้านล้านบาท) ลดลงถึง 31.5% จากระดับสูงสุดเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วที่ 165,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ราคาบิตคอยน์ในช่วงเดียวกันร่วงลงราว 40%
อย่างไรก็ตาม กองทุน ETF เหล่านี้ยังถือครองบิตคอยน์รวมประมาณ 1.28 ล้านเหรียญ หรือราว 6% ของอุปทานรวมในระบบ ขณะเดียวกันการไหลเข้าโดยรวมของเงินทุนยังลดลงจากจุดสูงสุดเพียง 12% เท่านั้น ซึ่งบ่งชี้ว่ากลุ่มนักลงทุนสถาบันยังคงมีแนวโน้มถือครองระยะยาว
นักวิเคราะห์จาก LVRG รีเสิร์ช อย่าง นิก รัค(Nick Ruck) กล่าวว่า “หากแนวโน้มอุปสงค์-อุปทานยังอยู่ในฝั่งลบ ราคาบิตคอยน์อาจเข้าสู่ตลาดขาลงรอบใหม่” โดยเขาชี้ว่าความไม่แน่นอนทางมหภาค, ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของนักลงทุน เป็นปัจจัยกดดันสำคัญในขณะนี้
ด้านธนาคาร มอร์แกน สแตนลีย์ ได้ยื่นขอจดทะเบียนผลิตภัณฑ์ ETF ทั้งที่อิงกับบิตคอยน์แบบสปอตและที่เชื่อมโยงกับเหรียญโซลานา(SOL) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต.สหรัฐ(SEC) เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งเจฟฟ์ พาร์ก(Jeff Park) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ ProCap ให้ความเห็นว่า “นี่ไม่ใช่การเคลื่อนไหวเพื่อเก็งกำไร แต่เป็นเกมกลยุทธ์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และวางรากฐานสำหรับการดึงดูดนักลงทุนสถาบันในระยะยาว”
พาร์กยังมองว่าการยื่นขอ ETF ของมอร์แกน สแตนลีย์สอดคล้องกับแผนการขยายระบบนิเวศของคริปโตผ่านแพลตฟอร์มอีเทรด(ETRADE) ซึ่งอาจมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการรับรู้และการเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลในหมู่ผู้ใช้งานรายใหม่
‘ความเชื่อมั่นที่สั่นคลอน กำลังส่งสัญญาณอันตรายต่อทิศทางระยะสั้นของบิตคอยน์’ คือความเห็นจากนักวิเคราะห์หลายราย ที่ชี้ว่า ทิศทางของเงินทุนใน ETF ร่วมกับความเสี่ยงระหว่างประเทศที่ยังไม่คลี่คลาย จะเป็นตัวแปรสำคัญต่อการฟื้นตัวหรือดิ่งลึกของตลาดในช่วงถัดไป
ความคิดเห็น 0