บิตคอยน์(BTC) มีโอกาสขึ้นไปแตะ ‘3 แสนดอลลาร์’ ได้แม้ไม่มีรอบ ‘กระทิง’ แบบเดิมๆ ตามมุมมองเชิงเทคนิคจากนักวิเคราะห์ตลาดบน X ที่ใช้ชื่อว่า @CoinvoTrading โดยอ้างอิง ‘ช่องราคาแนวโน้มระยะยาว’ ซึ่งลากผ่านหลายวัฏจักรของบิตคอยน์ที่ผ่านมา พบว่าเส้นกึ่งกลางของช่องอยู่ที่ราว ‘3 แสน 757 ดอลลาร์’ หากราคาเดินตามแนวโน้มปัจจุบันต่อเนื่อง ก็มีสิทธิ์ขึ้นไปถึงโซนดังกล่าวได้โดยไม่จำเป็นต้องเกิดการพุ่งแรงแบบฉับพลัน
@CoinvoTrading ระบุว่า บิตคอยน์(BTC) เคลื่อนไหวอยู่ในช่องขาขึ้นระยะยาวที่แบ่งเป็นสามส่วนหลักๆ คือ ‘เส้นล่าง’ ที่ทำหน้าที่เป็นแนวรับระยะยาว ‘เส้นบน’ ที่เคยเป็นโซนขยายตัวในช่วงตลาดกระทิงรุนแรงในอดีต และ ‘เส้นกลาง’ ที่ทำหน้าที่เหมือนแกนสมดุลของราคาในกรอบแนวโน้มนี้ แนวคิดสำคัญคือ ถ้าราคาเคลื่อนที่ด้านล่างของเส้นกลาง การขึ้นมักจะค่อยเป็นค่อยไป แต่ถ้าราคาเบรกทะลุเส้นกลางขึ้นไปอย่างชัดเจน มักสอดคล้องกับการเริ่มต้นของ ‘ตลาดกระทิง’ รอบใหญ่ในอดีต
ในการวิเคราะห์ครั้งนี้ เส้นกลางของช่องแนวโน้มถูกประเมินว่าอยู่ที่ประมาณ ‘3 แสน 757 ดอลลาร์’ และในมุมมองด้านเวลา คาดว่าช่วงราววันที่ 23 เมษายน 2028 (เวลาท้องถิ่น) ราคาบิตคอยน์(BTC) อาจมีโอกาสมาบรรจบกับระดับดังกล่าว หากโครงสร้างแนวโน้มในปัจจุบันยังคงอยู่ต่อไปแบบไม่เสียรูป ‘ความคิดเห็น’ การผูกทั้ง ‘ราคา’ และ ‘เวลา’ เข้ากับเส้นแนวโน้มลักษณะนี้ เป็นวิธีที่เทรดเดอร์สายเทคนิคจำนวนไม่น้อยใช้ในการคาดการณ์ภาพใหญ่ระยะยาว
เมื่อขยายช่องราคาออกไปทั้งด้านบนและด้านล่าง จะเห็นกรอบที่กว้างมาก โดยเส้นล่างของช่องถูกประเมินแถว ‘1 แสน 6712 ดอลลาร์’ ขณะที่เส้นบนของช่องอาจเปิดไปได้สูงถึงประมาณ ‘9 แสน 73197 ดอลลาร์’ ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า บิตคอยน์(BTC) เคลื่อนไหวใน ‘คอริดอร์ราคา’ ระยะยาวที่ยืดหยุ่นและกว้างเป็นพิเศษ ตีความได้ว่า ระดับ ‘3 แสนดอลลาร์’ ไม่ได้ถูกวางให้เป็นเป้าหมายในภาวะ ‘ฟองสบู่’ แต่เป็นเพียง ‘จุดกึ่งกลาง’ ที่ราคาอาจไปถึงได้ตามโครงสร้างแนวโน้มที่ลากจากอดีต
สิ่งที่ทำให้มุมมองนี้ถูกจับตา คือการท้าทายภาพจำเดิมๆ ว่า ‘ต้องมีซูเปอร์กระทิง’ เท่านั้น บิตคอยน์(BTC) ถึงจะไปแตะระดับราคาสูงมากๆ ได้ การวิเคราะห์เชิงช่องราคาแบบนี้ชี้ให้เห็นว่า แค่การปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีวินัยในกรอบแนวโน้มเดิม ก็อาจเพียงพอให้ราคาขยับไปยังโซน ‘3 แสนดอลลาร์’ ได้ ‘ความคิดเห็น’ หากมองในมุมนี้ น้ำหนักจะย้ายจากการคาดหวังรอบปั่นราคารุนแรง ไปสู่การจับตา ‘ความแข็งแรงของเทรนด์ระยะยาว’ ว่าจะรักษาไว้ได้แค่ไหน
อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ทั้งหมดตั้งอยู่บนสมมติฐานสำคัญว่า ‘ช่องแนวโน้ม’ ที่วาดจากข้อมูลในอดีตจะยังคงใช้ได้ในอนาคต ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่การันตีได้ 100% ทิศทางของบิตคอยน์(BTC) ในระยะยาวยังขึ้นอยู่กับปัจจัยมหภาค เช่น ทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ ภาวะสภาพคล่องโลก กฎระเบียบสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงกระแสการลงทุนของสถาบันและรายย่อย หากสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง ช่องแนวโน้มที่ใช้อ้างอิงในวันนี้ก็อาจถูก ‘ทำลาย’ หรือ ‘ขยับฐาน’ ได้เช่นกัน
ความคิดเห็น 0