สหภาพยุโรป(EU) เดินหน้ากดดันรัสเซียรอบใหม่ อนุมัติแพ็กเกจคว่ำบาตรครั้งที่ 21 ขยายจากภาคการเงิน พลังงาน และอุตสาหกรรมการทหาร ไปจนถึงแพลตฟอร์ม ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ และ ‘คริปโตเคอร์เรนซี’ แบบเต็มสเกล ครอบคลุมสถาบันการเงินและผู้ให้บริการคริปโตมากกว่า 100 แห่ง เน้นปิด ‘ช่องทางอ้อม’ การส่งผ่านเงินทุนของรัสเซียผ่านเครือข่ายสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลก
คายา คัลลาส ผู้แทนระดับสูงด้านการต่างประเทศและความมั่นคงของ EU ระบุว่ามาตรการรอบนี้เป็นชุดคว่ำบาตรที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามในยูเครนปะทุขึ้น EU ออกมาตรการลงโทษสถาบันการเงินรัสเซีย 94 แห่งแบบเต็มรูปแบบ รวมถึงตลาดหลักทรัพย์มอสโก(Moscow Exchange) พร้อมสั่งห้ามการทำธุรกรรมกับธนาคารและผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกมองว่าช่วยรัสเซียหลบเลี่ยงการคว่ำบาตรมากกว่า 100 ราย
ในฝั่งอุตสาหกรรมการทหาร มีบริษัทด้านอาวุธและยุทโธปกรณ์กว่า 50 แห่งถูกสั่งอายัดทรัพย์สิน โดยในนั้นมีบริษัทที่เชื่อมโยงกับการผลิตโดรนโจมตีระยะไกลของรัสเซียรวมอยู่ด้วย ขณะเดียวกัน EU ยังสั่งห้ามประชาชนและบริษัทในยุโรปโอนเงินหรือทำธุรกรรมกับแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลชื่อดัง 11 แห่งที่อยู่ในบัญชีคว่ำบาตร ส่งผลให้แพลตฟอร์มเหล่านี้แทบจะถูกตัดขาดจากผู้ใช้และสภาพคล่องฝั่งยุโรปโดยตรง
จุดสำคัญของแพ็กเกจรอบนี้คือการที่ EU สร้างกรอบกฎหมายใหม่ เปิดทางให้สามารถ ‘ปิดกั้นบริการสินทรัพย์ดิจิทัลในระดับประเทศ’ ได้เป็นครั้งแรก หากประเทศนอกกลุ่ม EU ถูกมองว่า ‘ปล่อยปละ’ ให้แพลตฟอร์มคริปโตในประเทศของตนเอื้อให้บริษัทหรือธนาคารรัสเซียใช้เป็นช่องทางเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร และยังไม่ยอมปรับปรุงมาตรการกำกับดูแล EU จะสามารถจำกัดการเชื่อมต่อกับอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดของประเทศนั้นได้ในวงกว้าง
การขยับครั้งนี้สะท้อนว่าความกังวลเรื่อง ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ ถูกใช้เป็นทางหนีการคว่ำบาตรเริ่มกลายเป็นประเด็นใหญ่ในเชิงนโยบาย EU จึงยกระดับจากเดิมที่เล็งเป้าระดับ ‘แพลตฟอร์มรายบริษัท’ ไปสู่การกดดันระดับ ‘อุตสาหกรรมทั้งประเทศ’ ซึ่งอาจกลายเป็นต้นแบบสำหรับการรับมือการใช้คริปโตในความขัดแย้งหรือเขตคว่ำบาตรอื่น ๆ ในอนาคต
ด้านพลังงาน EU ตัดสินใจตรึงเพดานราคาน้ำมันดิบรัสเซียไว้ที่ 44.10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลต่อไปอีก 12 เดือน เพื่อป้องกันไม่ให้เพดานราคาขยับขึ้นอัตโนมัติไปใกล้ระดับราว 58 ดอลลาร์ตามภาวะตลาด ซึ่งจะทำให้รายได้พลังงานของรัสเซียเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการใส่เรือบรรทุกน้ำมันมากกว่า 40 ลำที่เชื่อมโยงกับ ‘กองเรือเงา’ ของรัสเซียเข้าในรายการคว่ำบาตรเป็นครั้งแรก เล็งตรงไปที่โครงข่ายขนส่งน้ำมันที่ใช้หลบเลี่ยงมาตรการของชาติตะวันตก เพื่อตีวงช่องทางส่งออกพลังงานของมอสโกให้แคบลง
อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ระบุว่าข้อตกลงนี้จะทำให้ความสามารถของรัสเซียในการจัดหาเงินทุนสำหรับสงครามอ่อนตัวลงต่อเนื่อง ขณะที่คัลลาสก็ย้ำว่าประตูสำหรับมาตรการลงโทษเพิ่มเติมยังเปิดอยู่ หากรัสเซียเดินหน้าขยายความขัดแย้งหรือยกระดับการโจมตี
สำหรับตลาดคริปโต มาตรการรอบนี้เป็นสัญญาณชัดเจนว่า ‘สินทรัพย์ดิจิทัลไม่ใช่พื้นที่ปลอดคว่ำบาตรอีกต่อไป’ ‘บิตคอยน์(BTC)’ และเหรียญหลักอาจไม่ใช่เป้าหมายตรง ๆ แต่โครงสร้างพื้นฐานรอบ ๆ อย่างแพลตฟอร์มซื้อขาย ผู้ให้บริการกระเป๋าเงิน และระบบชำระเงินกลับถูกนำเข้าสู่กรอบคว่ำบาตรอย่างจริงจัง ‘ความคิดเห็น’ มาตรการของ EU จะทำให้ภาระด้านการปฏิบัติตามกฎ (compliance) ของผู้ให้บริการคริปโตทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น และอาจเร่งให้ตลาดหันไปให้ความสำคัญกับการตรวจสอบลูกค้า(KYC) และการติดตามธุรกรรมบนบล็อกเชนอย่างเข้มข้นกว่าที่เคย
ความคิดเห็น 0