ยูนิทรี (Unitree Robotics) เปิดตัวในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ด้วยราคาที่พุ่งขึ้นถึง 460% ในวันแรกของการซื้อขาย จุดกระแสการแข่งขัน ‘เสนอขายหุ้นไอพีโอ’ ในกลุ่มบริษัทหุ่นยนต์จีน เมคมายด์ โรโบติกส์ (Mech-Mind Robotics), AgiBot, X Square Robot และ AiMOGA Robotics ต่างเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการจดทะเบียนหรือเตรียมความพร้อม ทำให้ ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์’ กลายเป็นธีมใหม่ของตลาดไอพีโอในขณะนี้
ยูนิทรีกำหนดราคาไอพีโอที่หุ้นละ 150.8 หยวน เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม (เวลาท้องถิ่น) โดยมูลค่าบริษัทก่อนเข้าตลาดอยู่ที่ราว 6.1 หมื่นล้านหยวน หรือคิดเป็นเงินดอลลาร์ราว 9 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 12.456 ล้านล้านวอน) อัตราการจองซื้อของนักลงทุนรายย่อยสูงกว่า 8,000 เท่า และเมื่อหุ้นเข้าซื้อขายวันแรกในวันที่ 19 สิงหาคม ราคาพุ่งขึ้นถึง 460%
ก่อนหน้านี้ทางเรารายงานข่าวการอนุมัติจดทะเบียนไอพีโอของยูนิทรีในตลาดหลักทรัพย์ Star Market ซึ่งขณะนั้นบริษัทตั้งเป้าระดมทุนราว 4,202 ล้านหยวน และได้รับการประเมินว่าอาจกลายเป็นหนึ่งในบริษัทจดทะเบียนหลักด้านหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในตลาดหุ้น A-share ของจีน
รายต่อไปที่มีกำหนดการชัดเจนที่สุดคือเมคมายด์ โรโบติกส์ เอกสารการเสนอขายหุ้นต่อตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HKEX) ระบุว่าบริษัทจะเปิดจองซื้อหุ้นระหว่างวันที่ 24-27 สิงหาคม และตั้งเป้าเข้าซื้อขายวันที่ 1 กันยายน ขณะที่เซาท์ไชนามอร์นิงโพสต์ (South China Morning Post, SCMP) รายงานว่าบริษัทได้ปรับเป้าระดมทุนขึ้นเป็นราว 300 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 415.2 พันล้านวอน)
ผลขาดทุนสุทธิปรับปรุงของเมคมายด์ในปี 2025 อยู่ที่ 109 ล้านหยวน ลดลงจาก 214 ล้านหยวนในปี 2024 ด้านคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์จีน (China Securities Regulatory Commission, CSRC) อนุมัติแผนจดทะเบียนในต่างประเทศและการออกหุ้นใหม่สูงสุด 274,800 หุ้น เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม
AgiBot และ X Square Robot ก็ถูกจับตาว่าเป็นตัวเก็งสำหรับการจดทะเบียนในฮ่องกงเช่นกัน AgiBot เริ่มกระบวนการยื่นไอพีโอที่ฮ่องกงตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม โดยมีชื่อซิติก ซีเคียวริตีส์ (CITIC Securities), China International Capital Corporation (CICC) และมอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) เป็นผู้จัดการการจำหน่ายที่ถูกกล่าวถึง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขมูลค่าบริษัทยังไม่ตรงกันในแต่ละรายงาน บ้างระบุ 4-5 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกง บ้างระบุราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 27.68 ล้านล้านวอน)
ด้าน X Square Robot ยื่นเอกสารลับเพื่อขอเสนอขายหุ้นไอพีโอที่ฮ่องกงเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ตามรายงานของเซาท์ไชนามอร์นิงโพสต์ โดยมีหัวไท่ ซีเคียวริตีส์ (Huatai Securities) และมอร์แกน สแตนลีย์เป็นผู้สนับสนุนที่ถูกกล่าวถึง และรายงานเดียวกันยังระบุว่า AgiBot และ Galbot ได้ยื่นคำขอแบบลับเช่นกัน ทั้งนี้ ขนาดการระดมทุนและกำหนดเวลาที่แท้จริงยังไม่อาจถือเป็นข้อสรุปจนกว่าเอกสารเสนอขายอย่างเป็นทางการจะเปิดเผยต่อสาธารณะ
บริษัทหุ่นยนต์ในเครือผู้ผลิตรถยนต์ก็เดินหน้าเคาะประตูตลาดไอพีโอเช่นกัน รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า AiMOGA Robotics ในเครือเชอรี่ (Chery) กำลังหารือเรื่องสถานที่จดทะเบียนเพื่อเตรียมเสนอขายหุ้น ก่อนหน้านี้ทางเราเคยรายงานว่าบริษัทลูกด้านหุ่นยนต์ของเชอรี่กำลังเตรียมจดทะเบียนแยกออกมาต่างหาก
AiMOGA ก่อตั้งขึ้นโดยเชอรี่เมื่อเดือนมกราคม 2025 บริษัทส่งมอบหุ่นยนต์ไปแล้วกว่า 3,000 คันทั่วโลก ในจำนวนนี้ 2,000 คันส่งออกไปต่างประเทศ ขณะที่หลายเมืองในจีนได้นำหุ่นยนต์ผู้ช่วยตำรวจไปใช้งานแล้ว 110 ตัว
การแข่งขันเข้าตลาดหุ้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในจีน Agility Robotics ประกาศเมื่อวันที่ 24 มิถุนายนว่าจะควบรวมกิจการแบบ ‘SPAC’ กับ Churchill Capital Corp XI มูลค่ารวม 2.5 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.46 ล้านล้านวอน) โดยบริษัทระบุในเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ว่ายอดคำสั่งซื้อสัญญาระยะยาวหลายปีของหุ่นยนต์ Digit v5 มีมูลค่าเกิน 300 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 415.2 พันล้านวอน) และคาดว่าเมื่อการควบรวมเสร็จสิ้น เงินระดมทุนรวมจะสูงกว่า 620 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 858.1 พันล้านวอน)
การควบรวมแบบ SPAC คือการที่บริษัทเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นด้วยการควบรวมกับบริษัทเพื่อการเข้าซื้อกิจการ (SPAC) ที่จดทะเบียนอยู่แล้ว สำหรับบริษัทหุ่นยนต์ วิธีนี้ช่วยให้ระดมทุนสำหรับงานวิจัยพัฒนาและสายการผลิตได้จากตลาดเปิด แต่หลังเข้าจดทะเบียนแล้ว บริษัทก็ต้องพิสูจน์ยอดคำสั่งซื้อค้างส่งและความสามารถในการแปลงเป็นรายได้จริงอย่างต่อเนื่อง
ตัวเลขการส่งมอบสะท้อนให้เห็นว่าตลาดยังเอียงไปทางผู้ผลิตจีนอย่างชัดเจน Smart Analytics Global ประเมินว่ายอดส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 อยู่ที่ 19,100 ตัว โดย AgiBot ส่งมอบ 8,400 ตัว และยูนิทรี 5,900 ตัว ขณะที่ผู้ผลิตจากจีนครองสัดส่วนกว่า 97% ของยอดส่งมอบทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการของบริษัทวิจัยตลาด ไม่ใช่ข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบบัญชี จึงยังไม่อาจสรุปได้ตรงๆ ว่าจะสะท้อนจำนวนหุ่นยนต์ที่ใช้งานเชิงพาณิชย์จริง การสั่งซื้อซ้ำ หรือรายได้จากการบำรุงรักษา แม้ในตลาดไอพีโอตัวเลขยอดส่งมอบจะถูกใช้เป็นดัชนีชี้วัดการเติบโต แต่ในสนามจริงสิ่งที่สำคัญกว่าคือหุ่นยนต์ถูกนำไปใช้งานบ่อยแค่ไหนและช่วยลดต้นทุนได้มากเพียงใด
อวี้ เชา (Yu Chao) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Lumos Robotics ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่า “บริษัทที่สร้าง ‘คุณค่า’ ให้ลูกค้าไม่ได้ ในที่สุดจะถูกคัดออกจากตลาด” สะท้อนมุมมองที่ว่าการอยู่รอดในธุรกิจนี้ต้องพิสูจน์ประโยชน์ใช้งานจริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขไอพีโอที่หวือหวา ทั้งนี้รอยเตอร์ยังรายงานบทวิเคราะห์ที่ระบุว่า หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ผลิตในปีนี้ราว 50-70% อาจถูกนำไปใช้เก็บข้อมูลสำหรับฝึกโมเดล มากกว่าใช้งานที่มีรายได้จริง
การแข่งขันไอพีโอของบริษัทหุ่นยนต์ในขณะนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่ ‘ความคึกคักของตลาดทุน’ กับ ‘การพิสูจน์การใช้งานเชิงพาณิชย์จริง’ เกิดขึ้นพร้อมกัน ยูนิทรีได้สร้างจุดอ้างอิงใหม่ในตลาดหุ้นสาธารณะ ขณะที่เมคมายด์ตั้งเป้าจองซื้อหุ้นวันที่ 24-27 สิงหาคม ก่อนเข้าจดทะเบียนที่ฮ่องกงวันที่ 1 กันยายน ส่วน AgiBot และ X Square Robot ยังต้องรอดูว่าจะเดินหน้าตามกระบวนการต่อไปหรือไม่ หลังเงื่อนไขการเสนอขายอย่างเป็นทางการถูกเปิดเผยออกมา
ความคิดเห็น 0