บิตคอยน์(BTC) ปรับตัวลงหลังพุ่งทะลุ 81,000 ดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ยังคงยืนเหนือระดับ 77,100 ดอลลาร์ไว้ได้ นักวิเคราะห์ระบุว่าเงินไหลเข้ากองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอตของสหรัฐฯ และแรงซื้อในตลาดสปอตเป็นปัจจัยหนุนไม่ให้ราคาหลุดแนวรับ
บิตฟิเน็กซ์(Bitfinex) ระบุในรายงาน Alpha ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม (เวลาท้องถิ่น) ว่าหลังถ้อยแถลงของเควิน วอร์ช(Kevin Warsh) ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ(Fed) ในงานแจ็กสันโฮล ราคา BTC ถูกกดดันให้ปรับตัวลง แต่แรงซื้อในตลาดสปอตและเงินไหลเข้ากองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอตของสหรัฐฯ ทำหน้าที่เป็นแนวรับ รายงานระบุว่าการปรับขึ้นของราคาช่วงเดือนสิงหาคมพึ่งพาความต้องการซื้อในตลาดสปอตมากกว่าการใช้เลเวอเรจที่สูงเกินไป
บิตฟิเน็กซ์ระบุว่ากองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอตของสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิ 924.5 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าวันที่ 28 สิงหาคมจะมีเงินไหลออก 201.9 ล้านดอลลาร์ ทำให้สถิติไหลเข้าสุทธิต่อเนื่องขาดตอนไปหนึ่งวัน แต่เมื่อนับรวมทั้งสัปดาห์แล้วยังคงเป็นเงินไหลเข้าสุทธิ
ข้อมูลการรวบรวม ETF บิตคอยน์ของ Farside Investors แสดงตัวเลขไปในทิศทางเดียวกัน โดยเงินไหลเข้าสุทธิรวมของกองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอตของสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 24-28 สิงหาคม อยู่ที่ 924.5 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ ตัวเลขเงินไหลเข้าสุทธิของ ETF สะท้อนกระแสเงินจากการจัดตั้งกองทุนและการไถ่ถอนหน่วยลงทุน ซึ่งแตกต่างจากการเข้าซื้อโดยตรงของบริษัทจัดการกองทุนเอง
เงินไหลเข้ากองทุน ETF อีเธอเรียม(ETH) แบบสปอตก็เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน โดยบิตฟิเน็กซ์ระบุว่าผลิตภัณฑ์ลงทุนอีเธอเรียมดึงดูดเงินไหลเข้า 815.7 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกัน
ข้อมูลการรวบรวม ETF อีเธอเรียมของ Farside Investors ระบุตัวเลขเงินไหลเข้าสุทธิรวมระหว่างวันที่ 24-28 สิงหาคมไว้ที่ 815.7 ล้านดอลลาร์เช่นกัน กล่าวได้ว่ากองทุน ETF แบบสปอตทั้งของ BTC และ ETH ต่างมีเงินไหลเข้าสุทธิในสัปดาห์เดียวกัน
แรงกดดันต่อตลาดในช่วงนี้มาจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค สำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจสหรัฐฯ(BEA) เปิดเผยข้อมูลรายได้และรายจ่ายส่วนบุคคลเดือนกรกฎาคมว่า ดัชนีราคารายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล(PCE) ปรับขึ้น 0.2% เทียบเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 3.7% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน
ดัชนี PCE พื้นฐานที่ไม่รวมหมวดอาหารและพลังงานปรับขึ้น 0.2% เทียบเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 3.3% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน เมื่อดัชนีเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ตลาดจึงจับตาทิศทางอัตราดอกเบี้ยมากขึ้น
บิตฟิเน็กซ์มองว่าความต้องการภายในประเทศภาคเอกชนของสหรัฐฯ ในไตรมาส 2 ที่ขยายตัว 4.2% ต่อปี เป็นอีกปัจจัยที่จำกัดความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ย รายงานระบุว่า ณ วันที่ 31 สิงหาคม หลังถ้อยแถลงของประธานวอร์ช ความน่าจะเป็นที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นเป็น 57%
โดยทั่วไปการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นมักสร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยง อย่างไรก็ตาม บิตฟิเน็กซ์ระบุว่าเงินไหลเข้าจากกองทุน ETF และสเตเบิลคอยน์ยังคงเป็นปัจจัยที่ช่วยพยุงตลาดคริปโตอยู่
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยความผันผวนของราคาเพียงอย่างเดียว BTC ปรับตัวลงหลังขึ้นไปแตะระดับ 80,000 ดอลลาร์ ขณะที่ ETF มีเงินไหลออกในบางวัน แต่เมื่อพิจารณากระแสเงินในภาพรวมรายสัปดาห์แล้วยังคงเป็นเงินไหลเข้าสุทธิ
ปัจจัยสำคัญของโครงสร้างตลาดครั้งนี้จึงอยู่ที่การพบแรงซื้อในตลาดสปอตควบคู่กับเงินจัดตั้งกองทุน ETF มากกว่าการขยายเลเวอเรจ ท่ามกลางกระแสที่ท่าทีสายเหยี่ยวภายในเฟดถูกมองว่าเป็นแรงกดดันต่อตลาดคริปโตมาอย่างต่อเนื่อง ความต่อเนื่องของเงินไหลเข้าจึงมีความสำคัญมากขึ้น
กองทุน ETF แบบสปอตของสหรัฐฯ เป็นช่องทางที่ทำให้นักลงทุนสถาบันและรายย่อยสามารถรับความเคลื่อนไหวของราคาบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) ผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ทั่วไปได้ โดยไม่ต้องแบกรับภาระการเก็บรักษาเหรียญด้วยตนเอง ทั้งนี้ ตัวเลขเงินไหลเข้า-ไหลออกสุทธิถูกใช้เป็นดัชนีอ้างอิงที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของความต้องการในตลาด
สำหรับนักลงทุนในประเทศอื่นๆ กระแสเงินในกองทุน ETF สหรัฐฯ ก็เป็นอีกหนึ่งดัชนีที่ต้องติดตามควบคู่ไปกับราคาบิตคอยน์ในสกุลเงินดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากอัตราแลกเปลี่ยนและความคาดหวังต่ออัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ เคลื่อนไหวไปพร้อมกัน ราคาที่คำนวณเป็นสกุลเงินดอลลาร์กับราคาที่รับรู้ในสกุลเงินท้องถิ่นอาจแตกต่างกันได้
บิตฟิเน็กซ์ระบุว่าหากความคาดหวังต่ออัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้นอีก โอกาสในการปรับตัวขึ้นเพิ่มเติมของราคาอาจถูกจำกัด โดยรายงานระบุว่าตัวเลขการจ้างงานและเงินเฟ้อเดือนสิงหาคมจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องติดตามต่อไป
ความคิดเห็น 0