เอ็กซ์เทนด์ เอไอ โรโบติกส์ (XTEND AI Robotics) ปิดดีลควบรวมกิจการมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ และเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) ตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน บริษัทหุ่นยนต์เอไอสัญชาติอิสราเอลรายนี้เลือกเข้าตลาดสหรัฐฯ ผ่านการควบรวมกิจการแบบซื้อขายหุ้นทั้งหมด แทนการเสนอขายหุ้นไอพีโอแบบดั้งเดิม
เจเอฟบี คอนสตรัคชั่น โฮลดิงส์ (JFB Construction Holdings) และเอ็กซ์เทนด์ รีแอลลิตี้ เอ็กซ์แพนชั่น (XTEND Reality Expansion) ประกาศปิดดีลควบรวมกิจการเมื่อวันที่ 3 กันยายน พร้อมเปลี่ยนชื่อบริษัทที่ควบรวมแล้วเป็น 'เอ็กซ์เทนด์ เอไอ โรโบติกส์' หุ้นสามัญเริ่มซื้อขายในตลาด NYSE ภายใต้สัญลักษณ์ 'XTND' ตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน
หุ้นสามัญกลุ่ม Class A ของเจเอฟบีหยุดซื้อขายในตลาดแนสแดค (Nasdaq) หลังปิดตลาดวันที่ 3 กันยายน หลังการควบรวมเสร็จสิ้น ตลาดที่จดทะเบียนย้ายจากแนสแดคมาเป็น NYSE
ดีลนี้จัดโครงสร้างเป็นการซื้อขายหุ้นทั้งหมด โดยทั้งสองบริษัทระบุในเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) เมื่อเดือนมีนาคมว่า มูลค่ากิจการโดยนัยอยู่ที่ 1.5 พันล้านดอลลาร์ อ้างอิงจากราคาการลงทุนภาคเอกชนที่ทำพร้อมกันในช่วงเวลาเดียวกัน
เอ็กซ์เทนด์เป็นบริษัทพัฒนาระบบซอฟต์แวร์และหุ่นยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอ โดยก่อนหน้านี้บริษัทเคยระบุว่าระบบปฏิบัติการ 'XOS' ทำหน้าที่เชื่อมต่อฮาร์ดแวร์และสภาพแวดล้อมภารกิจที่หลากหลายเข้าด้วยกัน
อาวีฟ ชาปิรา (Aviv Shapira) ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอเอ็กซ์เทนด์ เอไอ โรโบติกส์ กล่าวในเอกสารประกาศปิดดีลว่า "การปิดดีลควบรวมกับเจเอฟบีคือขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการที่ทำให้ XTEND AI Robotics กลายเป็นบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ" คำกล่าวนี้สะท้อนว่าบริษัทมองการเข้าตลาดครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของแผนขยายธุรกิจ มากกว่าจะเป็นเป้าหมายสุดท้าย เขาระบุเพิ่มเติมว่า พร้อมกับการเริ่มซื้อขายหุ้น XTND บริษัทจะเดินหน้าขยายแพลตฟอร์มหุ่นยนต์เอไอสำหรับลูกค้ากลุ่มกลาโหม หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และความมั่นคง
เงื่อนไขด้านเงินสดของบริษัทที่ควบรวมแล้วก็ผ่านครบถ้วนเช่นกัน โดย Crypto Briefing รายงานว่ามีการนำเงินสด 60 ล้านดอลลาร์เข้ามาเพื่อให้ครบเงื่อนไขการปิดดีล
Crypto Briefing รายงานว่าเอ็กซ์เทนด์ใช้เงินลงทุนภาคเอกชนเดิมประมาณ 100-110 ล้านดอลลาร์ ประกอบการเข้าสู่ตลาดสาธารณะครั้งนี้ พร้อมระบุว่าบริษัทที่ควบรวมแล้วจดทะเบียนอยู่ในรัฐเดลาแวร์
การเข้าตลาดผ่านการควบรวมกิจการ (business combination) เป็นวิธีที่บริษัทเอกชนควบรวมกับบริษัทที่จดทะเบียนอยู่แล้วเพื่อเข้าสู่ตลาดสาธารณะ ซึ่งมักใช้เวลาสั้นกว่าการทำไอพีโอแบบดั้งเดิม แต่หลังควบรวมแล้ว บริษัทต้องเปิดเผยผลประกอบการและโครงสร้างการเงินตามรอบการรายงาน เช่นเดียวกับบริษัทจดทะเบียนทั่วไป
Crypto Briefing รายงานว่ารายได้ไตรมาส 1 ปี 2026 ของเอ็กซ์เทนด์อยู่ที่ 5.8 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 234% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ขาดทุนสุทธิในช่วงเดียวกันอยู่ที่ 11.5 ล้านดอลลาร์ และประเมินว่ารายได้รวมทั้งปี 2025 อยู่ที่ราว 20 ล้านดอลลาร์
สื่อดังกล่าวยังรายงานว่าบริษัทติดตั้งระบบไปแล้วมากกว่า 12,500 ระบบ ใน 30 กว่าประเทศ และพื้นที่สู้รบ 5 แห่ง พร้อมระบุว่าเอ็กซ์เทนด์เปิดสำนักงานใหญ่สหรัฐฯ และโรงงานผลิตที่เมืองแทมปา รัฐฟลอริดา เมื่อเดือนกรกฎาคม 2025
การเข้าตลาดครั้งนี้ไม่ใช่การจดทะเบียนโดยตรงของบริษัทคริปโต แต่เป็นกรณีตัวอย่างของบริษัทเอไอ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีด้านกลาโหม ที่เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ผ่านการควบรวมกิจการ ซึ่งอาจนำไปเทียบเคียงกับประเด็นเรื่องมูลค่าบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องได้
การเติบโตของรายได้จริง การบริหารจัดการผลขาดทุน และการขยายกำลังการผลิตของบริษัทที่ควบรวมแล้ว ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามจากการเปิดเผยข้อมูลในอนาคต ปัจจุบันหุ้นสามัญของเอ็กซ์เทนด์ เอไอ โรโบติกส์ ซื้อขายอยู่ในตลาด NYSE ภายใต้สัญลักษณ์ XTND
ความคิดเห็น 0