สัดส่วนบิตคอยน์(BTC) ที่ผู้ถือระยะสั้นโอนเข้าเทรดที่อยู่ในสถานะ 'มีกำไร' พุ่งขึ้นเป็น 92% จากเดิมที่การขายส่วนใหญ่เป็นการขายตัดขาดทุนหลังราคาฟื้นตัว ตอนนี้กลายเป็นการขายเพื่อทำกำไรมากขึ้น
คริปโตควอนท์(CryptoQuant) ระบุในข้อมูลออนเชนที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 5 (เวลาไทย) ว่านับตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคมเป็นต้นมา ผู้ถือบิตคอยน์ระยะสั้นโอนเหรียญเข้าเทรดรวมประมาณ 467,000 BTC คิดเป็นมูลค่าราว 3.54 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 48 ล้านล้านวอน) ทั้งนี้ วูบล็อกเชน(WuBlockchain) เป็นผู้เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวเมื่อเวลา 00:02 น. วันที่ 5 (เวลาไทย)
ผู้ถือระยะสั้น หมายถึงกลุ่มนักลงทุนที่เพิ่งซื้อบิตคอยน์เข้ามาไม่นาน ซึ่งมักตอบสนองต่อความผันผวนของราคาไวกว่าผู้ถือระยะยาว ตลาดจึงมักใช้การโอนเหรียญของกลุ่มนี้เข้าเทรดเป็นตัวชี้วัดการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์อุปทานระยะสั้น
จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่สถานะกำไรขาดทุนของเหรียญที่ไหลเข้าเทรด ช่วงที่ราคาบิตคอยน์ต่ำกว่าราคาต้นทุนเฉลี่ยของผู้ถือระยะสั้น สัดส่วนเหรียญที่ไหลเข้าเทรดแบบ 'มีกำไร' อยู่ที่เพียง 35% เท่านั้น แต่หลังวันที่ 20 สิงหาคม สัดส่วนดังกล่าวพุ่งขึ้นเป็น 92%
การโอนเหรียญเข้าเทรดไม่ได้หมายความว่าจะมีการขายเกิดขึ้นจริงในทันที แต่เมื่อเหรียญที่ถืออยู่ถูกโอนเข้าเทรด ก็อาจตีความได้ว่าเป็นปริมาณที่พร้อมขาย ข้อมูลชุดนี้จึงสะท้อนว่าแรงกดดันด้านการขายเปลี่ยนจากการตัดขาดทุนไปสู่การทำกำไรมากขึ้น
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อราคาบิตคอยน์ฟื้นตัวกลับขึ้นเหนือราคาต้นทุนเฉลี่ยของผู้ถือระยะสั้นที่ 67,600 ดอลลาร์ (ประมาณ 91.73 ล้านวอน) จากนั้นภายใน 15 วัน ราคาต้นทุนเฉลี่ยของกลุ่มนี้ขยับขึ้นเป็น 70,600 ดอลลาร์ (ประมาณ 95.78 ล้านวอน) สะท้อนว่านักลงทุนที่เข้าตลาดใหม่ซื้อบิตคอยน์ในราคาที่สูงกว่าเดิม
ราคาต้นทุนเฉลี่ย (realized price) คำนวณจากราคาที่เหรียญแต่ละหน่วยเคลื่อนไหวบนเชนครั้งล่าสุด ถือเป็นตัวแทนต้นทุนเฉลี่ยของกลุ่มผู้ถือ หากราคาตลาดต่ำกว่าค่านี้ ผู้ถือกลุ่มนั้นส่วนใหญ่จะอยู่ในสถานะขาดทุนทางบัญชี แต่หากราคาสูงกว่า สัดส่วนผู้ถือที่มีกำไรก็จะเพิ่มขึ้น
แอ็กเซล แอดเลอร์ จูเนียร์(Axel Adler Jr.) นักวิเคราะห์คริปโตควอนท์ ก็เคยระบุในจดหมายข่าวเมื่อวันที่ 24 สิงหาคมว่าสัดส่วนเหรียญที่ผู้ถือระยะสั้นถืออยู่ในสถานะกำไรเพิ่มขึ้นจาก 26.1% เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม เป็น 74.9% ในช่วงเวลาเดียวกัน ดัชนีกำไรขาดทุนสุทธิของเหรียญที่ผู้ถือระยะสั้นโอนเข้าเทรดก็พลิกจากติดลบเป็นบวกเช่นกัน
ดัชนีดังกล่าวพลิกจาก -18,700 BTC เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม เป็น +28,600 BTC เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม แอดเลอร์ จูเนียร์ กล่าวว่า "ผู้ถือระยะสั้นส่วนใหญ่กลับเข้าสู่สถานะมีกำไรอีกครั้ง และปริมาณที่โอนเข้าเทรดก็เพิ่มขึ้นด้วย"
คำกล่าวนี้สะท้อนว่านักลงทุนระยะสั้นตอบสนองไวขึ้นในช่วงที่ราคาฟื้นตัว ในช่วงขาดทุน การขายมักหมายถึงการตัดขาดทุนจริง แต่หลังกลับมามีกำไร การโอนเข้าเทรดแบบเดียวกันอาจมีลักษณะเป็นการทำกำไรมากกว่า
สำหรับนักลงทุน ความสำคัญของดัชนีนี้ไม่ได้อยู่ที่การคาดการณ์ทิศทางราคา แต่อยู่ที่การเปลี่ยนแปลงของลักษณะอุปทาน แม้ปริมาณเหรียญที่ไหลเข้าเทรดเพิ่มขึ้นอาจตีความได้ว่าเป็นแรงขายที่รอการปล่อยออก แต่สัดส่วนกำไรที่สูงขึ้นก็บ่งชี้ว่าโครงสร้างกำไรขาดทุนของผู้เล่นในตลาดเปลี่ยนไปแล้ว
ก่อนหน้านี้ทีมข่าวเคยรายงานว่าแม้ในช่วงที่ดัชนีผู้ถือระยะสั้นลดลง ก็ไม่อาจตีความโดยตรงว่าเป็นสัญญาณซื้อ แต่ต้องพิจารณาการฟื้นตัวของอุปสงค์ประกอบด้วย สำหรับดัชนีชุดนี้ก็เช่นกัน ยังต้องติดตามแรงซื้อขายจริงและปฏิกิริยาด้านราคาหลังเหรียญไหลเข้าเทรดต่อไป
ข้อมูลออนเชนเป็นเครื่องมือประเมินตำแหน่งของผู้เล่นในตลาดโดยอ้างอิงจากการเคลื่อนไหวบนบล็อกเชน ทั้งข้อมูลการฝากเข้าเทรด ระยะเวลาถือครอง และราคาต้นทุน ช่วยสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์อุปทานได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้แสดงเจตนาการซื้อขายจริงหรือปริมาณคำสั่งที่ถูกจับคู่จริงโดยตรง
ดังนั้น ตัวเลขสัดส่วนกำไร 92% จึงควรถูกมองว่าเป็นสัญญาณว่าโครงสร้างกำไรขาดทุนของผู้ถือระยะสั้นดีขึ้น มากกว่าจะใช้ยืนยันทิศทางราคาบิตคอยน์หรือแรงขายที่ชัดเจนเพียงลำพัง
ความคิดเห็น 0