Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เดิมพันเงินเฟ้อทะลุ 3% ที่ 100% ส่วนขึ้นดอกเบี้ยเฟดอยู่ที่ 52%

บนแพลตฟอร์มตลาดพยากรณ์โพลีมาร์เก็ต (Polymarket) สัญญาที่ระบุว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในปี 2026 จะข้าม 3% ให้ความน่าจะเป็นอยู่ที่ 100% ขณะที่สัญญาการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในการประชุมเดือนกันยายนให้ความน่าจะเป็นเพียง 52% สะท้อนว่าตลาดให้น้ำหนักกับทิศทางเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยไม่เท่ากัน

ตลาด 'เงินเฟ้อปี 2026 จะไปถึงระดับไหน' บนโพลีมาร์เก็ตให้ราคาเงื่อนไข 'เกิน 3%' และ 'เกิน 3.5%' อยู่ที่ 100% ทั้งคู่ โดยสัญญานี้จะถูกชำระเป็น 'ใช่' ทันทีที่ตัวเลข CPI ที่สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ (Bureau of Labor Statistics, BLS) ประกาศในเดือนใดก็ตามของปี 2026 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด มูลค่าการซื้อขายในตลาดนี้อยู่ที่ประมาณ 1.4 ล้านดอลลาร์

แต่เมื่อขยับไปดูกรอบเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ความน่าจะเป็นกลับลดลงชัดเจน เงื่อนไข 'เกิน 4.5%' อยู่ที่ 12% และ 'เกิน 5%' อยู่ที่ 8% ตัวเลขนี้ชี้ว่าผู้เล่นในตลาดเชื่อว่าเงินเฟ้อระดับ 3% กว่ามีโอกาสสูง แต่ยังไม่ได้ 'เดิมพัน' หนักว่าเงินเฟ้อจะย้อนกลับไปพุ่งแตะระดับ 5%

ตามข้อมูลของสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ CPI เดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้น 3.4% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (core CPI) เพิ่มขึ้น 2.5% ขณะที่ราคาพลังงานพุ่ง 14.7% เทียบปีก่อน ก่อนหน้านั้นในเดือนเมษายน CPI อยู่ที่ 3.8% เทียบปีก่อน และดัชนีพลังงานเดือนนั้นเพิ่มขึ้นถึง 17.9%

ราคาสัญญา 'เกิน 3%' ที่ 100% บนโพลีมาร์เก็ตจึงเป็นราคาที่ก่อตัวขึ้นบนฐานตัวเลขเงินเฟ้อที่ประกาศออกมาแล้ว และเนื่องจากสัญญานี้จะชำระเงินทันทีที่ CPI เดือนใดเดือนหนึ่งในปี 2026 ทะลุเกณฑ์ กรอบเวลาของสัญญานี้จึงต่างจากการคาดการณ์เงินเฟ้อเฉพาะเดือนใดเดือนหนึ่ง

ตลาดพยากรณ์ (prediction market) คือตลาดที่ซื้อขาย 'ผลลัพธ์ของเหตุการณ์' ราคาที่เกิดขึ้นมาจากการซื้อขายสัญญาระหว่างผู้เล่นในตลาด ไม่ใช่การคาดการณ์จากหน่วยงานทางการ และไม่ใช่การตัดสินใจเชิงนโยบายที่ยืนยันแล้ว ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานเช่นกันว่าความน่าจะเป็นจากตลาดพยากรณ์ไม่ใช่การคาดการณ์อย่างเป็นทางการหรือราคาที่ยืนยันแน่นอน

ฝั่งการเดิมพันเรื่องดอกเบี้ยแบ่งแคบกว่า ตลาด 'จังหวะการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด' บนโพลีมาร์เก็ตให้ความน่าจะเป็นของการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนที่ 52% และการประชุมเดือนตุลาคมที่ 62% ต่างจากกรณี 'เงินเฟ้อเกิน 3%' ที่ตลาดให้ราคาแบบเกือบยืนยัน การขึ้นดอกเบี้ยยังไม่ถูกราคาสะท้อนว่าเป็นเหตุการณ์ที่แน่นอนแล้ว

ท่าทีภายในเฟดเองก็ยังไม่ไปทางเดียวกัน ไมเคิล บาร์ (Michael S. Barr) กรรมการเฟด กล่าวเมื่อวันที่ 1 (เวลาท้องถิ่น) ว่าหากมั่นใจมากพอว่าเงินเฟ้อกำลังชะลอตัวลงสู่เป้าหมาย 2% เฟดก็ยังมีเวลาเพิ่มเติมได้ แต่ถ้าเงินเฟ้อชะลอตัวไม่มากพอ เฟดจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดเพื่อขึ้นดอกเบี้ย

คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ (Christopher J. Waller) กรรมการเฟด กล่าวเมื่อวันที่ 3 (เวลาท้องถิ่น) ว่าหากแนวโน้มเงินเฟ้อชะลอตัวต่อเนื่อง เขาสามารถสนับสนุนให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับปัจจุบันได้ แต่หากตัวเลขเงินเฟ้อเดือนสิงหาคมออกมาร้อนแรง เขาก็พร้อมพิจารณาการขึ้นดอกเบี้ย คำพูดของวอลเลอร์สะท้อนว่าการตัดสินใจในการประชุมเดือนกันยายนผูกอยู่กับตัวเลขเงินเฟ้อเดือนสิงหาคมอย่างมาก

สาเหตุที่การเดิมพันเรื่องเงินเฟ้อกับดอกเบี้ยแยกทางกันคือ การตัดสินใจเชิงนโยบายของเฟดไม่ได้ขึ้นอยู่กับ CPI เพียงตัวเดียว โดยปกติเฟดจะพิจารณาทั้งเงินเฟ้อ การจ้างงาน และสภาพคล่องทางการเงินประกอบกันในการปรับทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แม้เงินเฟ้อจะยังสูงกว่าเป้าหมาย จังหวะและความเร็วในการขึ้นดอกเบี้ยก็ยังแปรผันไปตามภาวะเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน

ราคาตลาดในช่วงที่ผ่านมาก็แกว่งตัวไปตามข้อมูลและคำพูดของเจ้าหน้าที่เฟด หลังตัวเลขการจ้างงานเดือนสิงหาคมประกาศออกมา ความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยขยับสูงขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะปรับตัวลงหลังคำพูดของวอลเลอร์ สะท้อนภาวะที่ตลาดสะท้อนทั้งความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและความคาดหวังว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยไว้ในเวลาเดียวกัน

ปฏิกิริยาของนักลงทุนรายย่อยดูผ่อนคลายกว่าฝั่งตลาดพยากรณ์ ผลสำรวจของ Stocktwits พบว่าสัดส่วนผู้ตอบแบบสอบถามที่คาดว่าปีนี้เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย '0 ครั้ง' มีมากที่สุดที่ 47% ตามด้วย '1 ครั้ง' ที่ 34% และ '2 ครั้ง' ที่ 19%

ขณะที่ตลาดพยากรณ์สะท้อนความน่าจะเป็นของการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนและตุลาคมไว้ที่มากกว่าครึ่งหนึ่ง ความเห็นจากชุมชนนักลงทุนกลับเอนไปทางคงดอกเบี้ยมากกว่า ความต่างนี้ชี้ว่าราคาตลาดกับความรู้สึกของนักลงทุนรายย่อยไม่ได้เคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันเสมอไป

สำหรับนักลงทุนที่ติดตามสถานการณ์นี้ วันที่ต้องจับตาคือ 11 กันยายน ตามกำหนดการของสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ ตัวเลข CPI เดือนสิงหาคมจะประกาศในวันที่ 11 กันยายน เวลา 8.30 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ หรือประมาณ 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ส่วนการประชุม FOMC เดือนกันยายนของเฟดจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-16 กันยายน

ที่ผ่านมาตลาดมักปรับความคาดหวังต่อทิศทางดอกเบี้ยใหม่ทุกครั้งที่มีการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ ครั้งนี้ก็เช่นกัน เนื่องจากช่วงเวลาระหว่างการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อกับการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยอยู่ใกล้กันมาก ความน่าจะเป็นบนตลาดพยากรณ์จึงมีโอกาสขยับอีกครั้งหลังตัวเลข CPI เดือนสิงหาคมออกมา

ภาพรวมนี้แสดงให้เห็นว่าตลาดพยากรณ์กำลังให้ราคาเงินเฟ้อกับดอกเบี้ยแยกจากกันเป็นคนละเหตุการณ์ ความน่าจะเป็น 100% ของ 'เงินเฟ้อเกิน 3%' เป็นเพียงราคาซื้อขายในตลาด ส่วนคำถามว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยจริงหรือไม่นั้น ยังต้องรอดูตัวเลข CPI เดือนสิงหาคมที่จะประกาศในวันที่ 11 กันยายน และผลการประชุม FOMC ระหว่างวันที่ 15-16 กันยายน

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1