Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เกาหลีใต้เกินดุลงบ 59.9 ล้านล้านวอนปี 2027 มูดี้ส์ชี้เป็นบวกต่อเครดิตประเทศ

ชุดเอกสารพันธบัตรรัฐบาลวางข้างรายงานงบประมาณและเครื่องคิดเลข / Moody's Corporation (Public domain)

มูดี้ส์ (Moody's) ประเมินว่าการที่ดุลการคลังรวม (Consolidated Fiscal Balance) ของเกาหลีใต้จะพลิกกลับมาเกินดุลในปี 2027 เป็นปัจจัยบวกต่อความน่าเชื่อถือทางเครดิตของประเทศ พร้อมมองว่าการที่รัฐบาลนำรายได้ภาษีส่วนเพิ่มจากภาวะเฟื่องฟูของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์บางส่วนไปใช้ลดการออกพันธบัตรรัฐบาลก็เป็นสัญญาณเชิงบวกเช่นกัน

มูดี้ส์ระบุไว้ในรายงานที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 3 (เวลาท้องถิ่น) ซึ่งเป็นการประเมินร่างงบประมาณปี 2027 มูลค่า 820.9 ล้านล้านวอน โดยตามร่างงบประมาณของรัฐบาล ดุลการคลังรวมของปีหน้าจะเกินดุลอยู่ที่ 59.9 ล้านล้านวอน

หากดุลการคลังรวมพลิกกลับมาเป็นบวกจริง จะถือเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปีนับตั้งแต่ปี 2018 ขณะที่อัตราการขาดดุลของดุลการคลังเพื่อการบริหาร (Managed Fiscal Balance) ซึ่งไม่รวมดุลกองทุนประกันสังคม และสะท้อนสถานะการคลังที่แท้จริงของรัฐบาล ก็มีการคาดการณ์ว่าจะลดลงเหลือ 0.1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)

ก่อนหน้านี้ กระทรวงงบประมาณและวางแผน (Ministry of Planning and Budget) ได้เปิดเผยร่างงบประมาณปี 2027 เมื่อวันที่ 1 โดยกำหนดรายได้รวมไว้ที่ 880.8 ล้านล้านวอน และรายได้จากภาษีของรัฐไว้ที่ 584.4 ล้านล้านวอน ส่วนรายจ่ายรวมตั้งไว้ที่ 820.9 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 12.8% จากงบประมาณหลักของปีนี้

สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ก็มีแนวโน้มลดลงในระยะสั้นเช่นกัน โดยรัฐบาลคาดการณ์ว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP จะลดลงจาก 51.6% ในปีนี้ เหลือ 48.3% ในปีหน้า ก่อนจะขยับขึ้นเล็กน้อยเป็น 49.0% ในปี 2030

ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าที่มูดี้ส์เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะในปี 2030 จะอยู่ที่ 59% เมื่อทั้งแนวโน้มดุลการคลังที่ดีขึ้นและสัดส่วนหนี้สาธารณะที่ลดลงถูกนำเสนอไปพร้อมกัน ตัวชี้วัดทางการคลังระยะสั้นของเกาหลีใต้จึงมีแนวโน้มถูกตีความในเชิงบวกมากขึ้นในแง่การจัดอันดับความน่าเชื่อถือ

อย่างไรก็ตาม มูดี้ส์มองว่าภาระหนี้ของเกาหลีใต้ยังไม่ได้คลี่คลายลงอย่างสมบูรณ์ โดยชี้ว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะของเกาหลีใต้อาจยังคงสูงกว่าค่ามัธยฐานที่ 44% ของกลุ่มประเทศที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตระดับ Aa ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับเกาหลีใต้ต่อไป

ทั้งนี้ ดุลการคลังรวม คือส่วนต่างระหว่างรายได้รวมกับรายจ่ายรวมของรัฐบาล ส่วนดุลการคลังเพื่อการบริหารเป็นตัวชี้วัดที่หักดุลกองทุนประกันสังคมออกจากดุลการคลังรวม ซึ่งสะท้อนขีดความสามารถในการบริหารการคลังของรัฐบาลในมุมที่แคบลง

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญของร่างงบประมาณนี้คือ 'กองทุนรับมืออนาคต' (Future Response Fund) ขนาด 162.3 ล้านล้านวอนบวกเพิ่มเติม (+α) โดยรัฐบาลมีแผนสะสมรายได้ภาษีส่วนที่สูงกว่าแนวโน้มเฉลี่ยในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากภาวะเฟื่องฟูของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ไว้ในกองทุนนี้ เพื่อรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจและรายได้ภาษีที่อาจลดลงในอนาคต

ในจำนวนนี้ 12.5 ล้านล้านวอนจะถูกนำไปใช้เพื่อลดการออกพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งมูดี้ส์ประเมินว่าโครงสร้างที่ไม่นำรายได้ภาษีที่เพิ่มขึ้นไปใช้จ่ายทั้งหมด แต่กันส่วนหนึ่งไว้เพื่อชะลอการเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะ เป็นผลบวกต่อความน่าเชื่อถือทางเครดิตของประเทศ

ในการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งคือวิธีที่รัฐบาลรักษาสมดุลระหว่างการขยายรายจ่ายกับการบริหารจัดการหนี้ เมื่อมีช่องว่างทางการคลังเพิ่มขึ้น หากรายได้ภาษีที่ดีขึ้นเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว การที่รัฐบาลจะนำเงินส่วนนั้นไปใช้จ่ายซ้ำต่อเนื่อง หรือนำไปบรรเทาภาระหนี้ ก็จะเป็นตัวสร้างความแตกต่างในการประเมิน

ในฝั่งวงการหลักทรัพย์ของเกาหลีใต้ มุมมองกลับแตกต่างออกไป โดย ฮันาซีเคียวริตี้ส์ (Hana Securities) ระบุในรายงานที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 4 ภายใต้ชื่อ 'ร่างงบประมาณปี 2027: ความย้อนแย้งของการปรับปรุงดุลการคลัง' ว่ากองทุนรับมืออนาคตมี 'ความเสี่ยงที่จะถูกใช้เป็นแหล่งเงินสำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มากเกินไป มากกว่าจะใช้เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการคลัง'

ฮันาซีเคียวริตี้ส์มองว่า หากมีการใช้จ่ายจากกองทุนเพิ่มขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังขยายตัว อาจยิ่งซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจร้อนแรงเกินไปและเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ พร้อมชี้ว่าเนื่องจากงบประมาณของกองทุนถูกจัดสรรไปยังพื้นที่ที่คล้ายคลึงกับโครงการการคลังเดิม เช่น เยาวชนและการศึกษา ไม่ใช่แค่การขับเคลื่อนการเติบโตเพียงอย่างเดียว จึงยังต้องติดตามตรวจสอบว่าจะช่วยยกระดับศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่

นอกจากนี้ยังวิเคราะห์ว่า หากการใช้จ่ายของกองทุนเพิ่มขึ้นมากเกินไป อาจหักล้างผลของการลดการออกพันธบัตรรัฐบาลมูลค่า 12.5 ล้านล้านวอนที่ตั้งใจไว้ได้ ทั้งนี้ กองทุนรับมืออนาคตจะทำหน้าที่เป็นกลไกสร้างเสถียรภาพทางการคลัง หรือจะกลายเป็นแหล่งเงินสำหรับใช้จ่ายเพิ่มเติม ยังต้องรอดูผลจากการพิจารณาของรัฐสภาและกระบวนการดำเนินงานจริง

การประเมินครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า สถานะการคลังของเกาหลีใต้กำลังปรับตัวดีขึ้นในระยะสั้น แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงแบกรับภาระหนี้ในระยะกลางถึงยาวไปพร้อมกัน โดยร่างงบประมาณของปีหน้าจะต้องผ่านการพิจารณาของรัฐสภาก่อนที่จะมีการสรุปอย่างเป็นทางการต่อไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1