เกิดเหตุภัยคุกคามความปลอดภัยคริปโต 4 กรณีในช่วงเวลาเพียง 12 ชั่วโมง ตั้งแต่การปลอมข้อเสนอด้านธรรมาภิบาล (Governance) รายงานช่องโหว่ในวอลต์ (Vault) การฟิชชิงเจาะกระเป๋าฮาร์ดแวร์ ไปจนถึงกรณีต้องสงสัยว่าบัญชี X ถูกโจมตี แม้วิธีการโจมตีจะต่างกัน แต่ทั้งหมดเชื่อมโยงกันด้วยจุดร่วมเดียวคือ 'ขั้นตอนและบัญชีที่ผู้ใช้ไว้วางใจ' กลายเป็นช่องทางถูกโจมตี
เมื่อวันที่ 6 (เวลาท้องถิ่น) AMBCrypto รายงานว่าเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับโอลาส (Olas) เรดดิโอ (Reddio) ผู้ใช้เลดเจอร์ (Ledger) และเทรเซอร์ (Trezor) รวมถึงกรณีบัญชี X ถูกเปิดเผยข้อมูล ถูกนำมารวมกันสะท้อนว่าภัยคุกคามความปลอดภัยคริปโตกลับมารุนแรงขึ้นอีกครั้ง ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้ไม่ใช่การแฮกครั้งใหญ่ครั้งเดียว แต่เป็นการที่ช่องทางโจมตีหลายรูปแบบเกิดขึ้นซ้อนทับกันในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน
Defimon Alerts เปิดเผยว่าตรวจพบข้อเสนอด้านธรรมาภิบาลที่เป็นอันตรายซึ่งพุ่งเป้าไปที่คลังทรัพย์สินของโอลาส ผู้โจมตีใช้ชื่อโดเมน ENS ว่า autonolas-deployer.eth และหากข้อเสนอนี้ผ่านการโหวต จะสามารถดึงเงินออกไปได้ถึง 40.196 ETH
โอลาสระบุบนเว็บไซต์ทางการว่าโครงการดำเนินระบบข้อเสนอบนเชน (On-chain) และกลไกธรรมาภิบาลที่เรียกว่า Govern โดยทั่วไปข้อเสนอด้านธรรมาภิบาลไม่ได้กระทบแค่การตัดสินใจของโครงการเท่านั้น แต่ยังอาจแตะสิทธิ์การเบิกจ่ายเงินทุนได้ด้วย หากข้อเสนอที่เป็นอันตรายผ่านการอนุมัติ การโยกเงินก็อาจเกิดขึ้นในลักษณะเดียวกับขั้นตอนปกติของสมาร์ทคอนแทรกต์
ทั้งนี้ โอลาสเคยประกาศอัปเดตระบบรีจิสทรี (Registry) เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ระบุว่ามีการแก้ไขช่องโหว่อีกจุดหนึ่งแล้ว และไม่มีผู้ใช้รายใดสูญเสียเงินทุน ซึ่งเป็นคนละกรณีกับการแจ้งเตือนของ Defimon Alerts ในครั้งนี้ ควรแยกพิจารณาต่างหากจากกัน
ด้านรายงานเกี่ยวกับเรดดิโอระบุว่าวอลต์ที่อ้างอิง stETH เกิดความเสียหายคิดเป็น 9.25 ETH โดยประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือความเป็นไปได้ที่ rsvETH และ rsvstETH อ้างอิงยอดคงเหลือ stETH ต้นทางชุดเดียวกันซ้ำซ้อน จนทำให้การคำนวณราคาผิดเพี้ยนไป
stETH คือโทเคนที่เชื่อมโยงกับการสเตกอีเธอเรียม(ETH) ผลิตภัณฑ์ประเภทวอลต์จะคำนวณมูลค่าหลักประกันและอัตราแลกเปลี่ยนจากสูตรราคาของสินทรัพย์ที่ฝากและโทเคนอนุพันธ์ หากสินทรัพย์ต้นทางเดียวกันถูกนับซ้ำ ก็อาจทำให้มูลค่าที่คำนวณได้สูงเกินความเป็นจริง
เลดเจอร์ออกคำเตือนผ่านหน้าแนะนำเรื่องฟิชชิงว่าอย่ายืนยันธุรกรรมที่ไม่ได้อนุมัติเอง และห้ามกรอกวลีกู้คืน 24 คำนอกตัวอุปกรณ์เด็ดขาด พร้อมระบุว่ากลลวงแบบแอปเลดเจอร์วอลเล็ตปลอมและบัญชีโซเชียลมีเดียปลอมยังคงเกิดขึ้นซ้ำเพื่อล่อเหยื่อ
วิธีการเหล่านี้ไม่ได้มุ่งเจาะโค้ดของกระเป๋าเงินโดยตรง แต่เล็งเป้าไปที่การอนุมัติและการกรอกข้อมูลของผู้ใช้เอง ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่า กลโกงคริปโตที่ขับเคลื่อนด้วย AI กำลังขยับไปสู่ขั้นตอนขออนุมัติกระเป๋าเงินและขอรหัสกู้คืน
บัญชี X ก็กลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางถูกโจมตี โดย TechFlow อ้างอิงการติดตามของอาร์คัม (Arkham) รายงานว่าบัญชี X ของชิวอน ซิลิส (Shivon Zilis) ถูกเปิดเผยข้อมูลในลักษณะต้องสงสัย และมีโพสต์โปรโมตโทเคน SLINK ปรากฏขึ้นบนบัญชีดังกล่าว
มีรายงานว่ามูลค่าตลาดของ SLINK เคยพุ่งขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 80 ล้านดอลลาร์ ก่อนจะดิ่งลงกว่า 80% ขณะที่ข้อมูลจากลุคออนเชน (Lookonchain) ระบุว่ามีกระเป๋าเงินมากกว่า 30 ใบที่โกยเงินไปรวมกันกว่า 4.7 ล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าบัญชี X ของเจสซี พอลแลค (Jesse Pollak) ผู้ร่วมก่อตั้งเบส (Base) ถูกโจมตีผ่านการเชื่อมต่อแอปพลิเคชันของบุคคลที่สาม โดยพอลแลคระบุว่าโพสต์หลอกลวงเกี่ยวกับโทเคน BASEMEME ถูกลบออกแล้ว และเขาสามารถควบคุมบัญชีกลับคืนมาได้
X ระบุในหน้าช่วยเหลืออย่างเป็นทางการว่าแอปพลิเคชันของบุคคลที่สามสามารถได้รับสิทธิ์เข้าถึงบัญชี เช่น การโพสต์ การติดตาม หรือการส่งข้อความส่วนตัว คำแนะนำให้เพิกถอนสิทธิ์ของแอปที่ไม่รู้จักสะท้อนว่าการเจาะบัญชีไม่ได้จำกัดอยู่แค่ปัญหาเรื่องรหัสผ่านอีกต่อไป
ข้อมูลจากเชนอนาลิซิส (Chainalysis) ระบุว่ามูลค่าความเสียหายจากกลโกงและเงินไหลเข้าที่เข้าข่ายฉ้อโกงในวงการคริปโตปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยรูปแบบการปลอมตัวเป็นบุคคลอื่นเพิ่มขึ้นถึง 1,400% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และกลโกงที่ใช้ AI ให้ผลกำไรแก่มิจฉาชีพสูงกว่ากลโกงรูปแบบดั้งเดิมถึง 4.5 เท่า
ขณะที่เซอร์ติก (CertiK) รวบรวมข้อมูลพบว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 เกิดความเสียหายในวงการ Web3 แล้ว 344 ครั้ง คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1,310 ล้านดอลลาร์ เมื่อทั้งจำนวนเหตุการณ์และช่องทางการโจมตีเพิ่มขึ้นพร้อมกัน มีการประเมินว่ากลโกงและเหตุด้านความปลอดภัยกำลังกลายเป็น 'ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา' มากกว่าจะเป็นเพียงเหตุการณ์เฉพาะครั้ง
กรณีเหล่านี้เชื่อมโยงกับรายงานก่อนหน้าของ TokenPost อย่าง คำเตือนกลโกงคริปโตรูปแบบสื่อปลอม และ กรณีสกัดกลโกงลงทุนออนไลน์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าไม่ใช่แค่ตลาดแลกเปลี่ยนหรือกระเป๋าเงินเท่านั้นที่ตกเป็นเป้า แต่จุดที่ผู้ใช้ให้ความไว้วางใจ ไม่ว่าจะเป็นการโหวตธรรมาภิบาล บัญชีของวอลต์ บัญชีของคนดัง ไปจนถึงหน้าจอกรอกวลีกู้คืน ล้วนสามารถถูกดัดแปลงให้กลายเป็นช่องทางโจมตีได้ทั้งสิ้น
ความคิดเห็น 0