แอปโตส(Aptos) กำลังเร่งเครื่องสู่การเป็น ‘โครงสร้างพื้นฐานด้านธุรกรรมระดับโลก’ ตามรายงานจากเมซารี่ รีเสิร์ช(Messari Research) เมื่อวันที่ 24 ที่ผ่านมา โดยรายงานครึ่งแรกของปี 2025 ระบุว่า แอปโตสมีความก้าวหน้าอย่างเห็นได้ชัดทั้งในด้าน *ประสิทธิภาพ*, *ความสามารถในการขยายตัว*, และ *ประสบการณ์ผู้ใช้* ขณะเดียวกันยังแสดงถึงการเติบโตของระบบนิเวศ DeFi, การพัฒนานวัตกรรมโครงสร้างพื้นฐาน และสถิติเชิงบวกของจำนวนผู้ใช้งาน
ต้นทุนธุรกรรมในเครือข่ายแอปโตส ลดลงเหลือเพียง 0.00011 APT หรือประมาณ 0.00052 ดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าถึง 61.1% ทำให้มี *ความสามารถในการแข่งขันด้านราคา* เมื่อเทียบกับบล็อกเชนเลเยอร์-1 รายใหญ่อย่างบิตคอยน์(BTC), อีเธอเรียม(ETH), โซลานา(SOL) และทรอน(TRON) ด้วยต้นทุนต่ำกว่า 10-100 เท่า อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพสูง ด้วยเป้าหมายรองรับธุรกรรมได้ถึง 1 ล้านรายการต่อวินาที (TPS) โดยมีเวลาสร้างบล็อกต่ำกว่า 130 มิลลิวินาที และ *ความหน่วงท้ายสุด (latency)* อยู่ที่ระดับ 650 มิลลิวินาที ซึ่งทำให้แอปโตสกลายเป็นหนึ่งในบล็อกเชนที่เร็วที่สุด ตามความเห็นของเมซารี่
ด้าน DeFi ฮอตไม่แพ้กัน มูลค่าตลาดของสเตเบิลคอยน์ในระบบเพิ่มขึ้นถึง 85.9% อยู่ที่ 1.2 พันล้านดอลลาร์ โดยหลักๆ มาจากการใช้งานที่เพิ่มขึ้นของเทเธอร์(USDT) และ USDC จากเซอร์เคิล(Circle) ซึ่งนำไปสู่การ *เสริมความเชื่อมั่นและกระแสสภาพคล่องที่มั่นคง* ในระบบ DeFi ของแอปโตส ส่วนมูลค่ารวมที่ล็อก (TVL) ก็ขยับขึ้น 87.9% ขณะที่แพลตฟอร์มโปรโตคอลอย่าง ‘เดซิเบล(Decibel)’ เข้ามาตั้งมาตรฐานใหม่ด้านการจับคู่และชำระธุรกรรมแบบออนเชนอย่างสมบูรณ์
ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แอปโตสเปิดตัวโปรโตคอลฉันทามติใหม่ ‘เบบี้แรพเตอร์(Baby Raptr)’ บนเมนเน็ต ซึ่งช่วยลด *ค่าความหน่วงในการยืนยัน* ลงประมาณ 100–150 มิลลิวินาที หรือคิดเป็น 20% จากโครงสร้างเดิม AptosBFTv4 การอัปเกรดนี้ส่งผลให้การประมวลผลธุรกรรมมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมต่อยอดสู่แอปพลิเคชันแบบกระจายศูนย์ (dApps) และระบบซื้อขายแบบเรียลไทม์ในอนาคต โดยในอนาคต แอปโตสยังมีแผนเปิดตัวเทคโนโลยีสำคัญอย่าง ‘ชาร์ดินส์(Shardines)’ และ ‘แซปโตส(Zaptos)’ ซึ่งจะช่วยผลักดัน *ขีดความสามารถในการขยายตัวและลดความหน่วงเวลา* ไปอีกขั้น
จำนวนผู้ใช้งานก็เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 แอปโตสบันทึก *ผู้ใช้งานรายเดือน (MAU)* เกินกว่า 10 ล้านรายตลอดทั้งช่วงเวลา เพิ่มขึ้นจาก 2.5 ล้านรายในเดือนกรกฎาคม 2024 มาเป็น 10 ล้านรายในเดือนธันวาคม ความสำเร็จด้านการใช้งานยังได้รับแรงหนุนจากเกมบนเครือข่ายอย่าง ‘ทาโพสแคท(Tapos Cat)’ ซึ่งกระตุ้นปริมาณธุรกรรมให้พุ่งทะลุ 326.3 ล้านรายการต่อวัน ส่งให้แอปโตสขึ้นแท่นเป็นบล็อกเชนเลเยอร์-1 ที่มีปริมาณธุรกรรมเฉลี่ยรายวันสูงเป็นอันดับสาม
ในแง่โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล แอปโตส ร่วมกับจัมพ์ คริปโต(Jump Crypto) พัฒนาโปรโตคอลจัดเก็บข้อมูล ‘เชลบี(Shelby)’ ซึ่งให้ความเร็วและเสถียรภาพในการเข้าถึงข้อมูลระดับเว็บ 2 รองรับการพัฒนาแอปพลิเคชันแบบเรียลไทม์บนเว็บ 3 และเป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมบล็อกเชนยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ *การกระจายตัวของข้อมูลและความพร้อมใช้งาน*
ในฝั่ง Consumer แอปโตสยังเดินหน้าขยายระบบนิเวศด้าน NFT, เกม และแพลตฟอร์มเปิดตัวโครงการ (Launchpad) ไม่ว่าจะเป็นเกม RPG บน Telegram อย่าง ‘ดีไฟแคตโตส(Defi Cattos)’ หรือ ‘ซูเปอร์วิลเลน วอนเทด(Supervillain Wanted)’ ขณะเดียวกันในตลาดลิขสิทธิ์การวางสินทรัพย์ (liquid staking) *แอมนิส ไฟแนนซ์(Amnis Finance)* ก็ครองส่วนแบ่งถึง 58.7% ทั้งนี้ แอปโตส ฟาวน์เดชันยังผลักดันโครงการผ่านการสนับสนุนมากกว่า 200 โปรเจกต์ พร้อมเปิดโครงการให้ทุนรอบใหม่เพื่อผลักดันด้านโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงิน
จากภาพรวม แอปโตสกำลังวางรากฐานอย่างมั่นคงสู่การเป็น *โครงสร้างพื้นฐานการทำธุรกรรมของโลกยุคหน้า* รายงานจากเมซารี่ระบุว่า แอปโตสกำลังแข่งขันอย่างจริงจังกับแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น เนียร์(NEAR), อาวาแลนเช(AVAX) และโพลิกอน(MATIC) เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดเลเยอร์-1 โดย *การนำเทคโนโลยีหลักอย่าง "แซปโตส" และ "ชาร์ดินส์" ไปใช้จริงในรอบต่อไป* จะเป็นตัวแปรสำคัญกำหนดภาพรวมของทั้งระบบนิเวศต่อจากนี้
ความคิดเห็น 0