รัฐบาลลักเซมเบิร์กลงทุนในกองทุน ETF บิตคอยน์(BTC) ซึ่งนับเป็นก้าวที่สะท้อนแรงสนับสนุนจากภาครัฐต่อสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างชัดเจน โดยถือเป็นครั้งแรกที่หน่วยงานรัฐบาลจากประเทศในยุโรปประกาศจัดสรรงบประมาณเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินบนคริปโตอย่างเป็นทางการ
เมื่อวันที่ 12 (เวลาท้องถิ่น) บ็อบ คีเฟอร์ เลขานุการถาวรของกระทรวงการคลังลักเซมเบิร์ก เปิดเผยผ่านโพสต์บน LinkedIn ว่า *กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของประเทศได้ลงทุน 1% ของพอร์ตทั้งหมดใน ETF บิตคอยน์* โดยข้อมูลนี้ยังได้รับการยืนยันในการประชุมนำเสนองบประมาณประจำปี 2026 ต่อรัฐสภาลักเซมเบิร์กโดย กิล รอส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขณะที่ยังไม่มีการเปิดเผยมูลค่าการลงทุนอย่างเป็นทางการ แต่จากขนาดสินทรัพย์ของกองทุนที่อยู่ในระดับหลายพันล้านยูโร ทำให้คาดการณ์ได้ว่าส่วนที่จัดสรรเข้าสู่สินทรัพย์ดิจิทัลนั้นมีมูลค่าสูงไม่น้อย
ลักเซมเบิร์กถือเป็นศูนย์กลางการเงินระดับโลก โดยมีบทบาทสำคัญทั้งในด้านการบริหารสินทรัพย์และการวางโครงสร้างภาษี จุดเด่นของกรณีนี้คือ *การที่รัฐบาลโดยตรงผ่านกองทุนความมั่งคั่งเข้าลงทุนใน ETF ของบิตคอยน์* ซึ่งไม่เพียงสร้างแรงสั่นสะเทือนในภาคอุตสาหกรรมคริปโตเท่านั้น แต่ยังอาจจุดกระแสความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกอีกด้วย *ความคิดเห็น*: นี่คือสัญญาณว่าการลงทุนในคริปโตเริ่มเป็นทางเลือกที่ภาครัฐในยุโรปบางประเทศยอมรับในฐานะสินทรัพย์ระยะยาว
การตัดสินใจครั้งนี้สอดคล้องกับแนวโน้มทั่วโลก หลังจากที่สหรัฐฯ อนุมัติการเปิดซื้อขาย ETF บิตคอยน์แบบสปอต ทำให้ความต้องการจากสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะในประเทศที่ได้ดำเนินการอนุมัติผลิตภัณฑ์ในลักษณะใกล้เคียงกันมาก่อนหน้า เช่น แคนาดา เยอรมนี และสวิตเซอร์แลนด์ อีกทั้งหลายประเทศในเอเชียและยุโรปต่างเริ่มแสดงความพร้อมเข้าสู่ตลาดนี้มากขึ้น ตัวอย่างจากลักเซมเบิร์กครั้งนี้จึงอาจกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่เร่งให้ยุโรปตอบสนองต่อสินทรัพย์ดิจิทัลเร็วขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญรายหนึ่งระบุว่า “กรณีที่เงินทุนสาธารณะเริ่มเปิดรับ ETF ที่อิงกับบิตคอยน์ถือเป็นสัญญาณที่มีนัยยะสำคัญอย่างยิ่ง” และเสริมว่า “กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติและกองทุนบำเหน็จบำนาญอาจพิจารณาการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้นในอนาคต” พร้อมทั้งชี้ว่า ETF บิตคอยน์นั้นเปิดโอกาสให้หน่วยงานแบบดั้งเดิมเข้าถึงคริปโตในรูปแบบที่คุ้นเคย ซึ่งอาจเป็นช่องทางหลักในการนำคริปโตเข้าสู่ระบบการเงินกระแสหลัก
ขณะนี้จึงเป็นที่จับตาว่า การเคลื่อนไหวของลักเซมเบิร์กจะ *จุดประกายให้ประเทศอื่นในยุโรป* หันมาพิจารณาแนวทางคล้ายกันหรือไม่ เพราะแม้ว่าตลาด ETF ของบิตคอยน์ในปัจจุบันจะขับเคลื่อนโดยภาคเอกชนและนักลงทุนสถาบันเป็นหลัก แต่กรณีของลักเซมเบิร์กอาจหมายถึงการเปลี่ยนผ่าน *เข้าสู่ยุคใหม่ที่สัญญาณจากภาครัฐเริ่มมีบทบาทในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ*
ความคิดเห็น 0