บิตคอยน์(BTC) ไม่ใช่สกุลเงินดิจิทัลเดียวที่เริ่มต้นปี 2026 ด้วยความร้อนแรง เพราะ ริปเปิล(XRP) ก็กำลังแสดงให้เห็นถึง ‘แรงซื้อ’ ที่ไม่ธรรมดา โดยเฉพาะในตลาดของสหรัฐฯ เมื่อการซื้อขายระหว่างดอลลาร์สหรัฐ(USD) กับ XRP บนแพลตฟอร์มของคอยน์เบสพุ่งขึ้นถึง *365%* ภายในเวลาแค่ 2 วันแรกของปี สถานการณ์ครั้งนี้จุดประกายความหวังของนักลงทุนที่เชื่อว่า ETF ที่อ้างอิง XRP กำลังดึง ‘ทุนใหม่’ เข้าสู่ตลาด และอาจผลักดันราคา XRP ให้กลับไปแตะระดับ 3 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4,338 บาท) ได้ในไม่ช้า
ข้อมูลจากนักวิเคราะห์ระบุว่า ปริมาณการซื้อขาย ETF ของ XRP ที่เพิ่มขึ้นในช่วงต้นปีมาจากความเคลื่อนไหวของ ‘บิตไวส์’ บริษัทบริหารสินทรัพย์คริปโตชื่อดัง โดยภายในเวลาเพียง 90 นาทีแรกของวันที่ 1 มกราคม ปริมาณซื้อขายของ ETF ดังกล่าวก็ทะลุ *7 ล้านดอลลาร์* (ราว 101 ล้านบาท) และเพิ่มขึ้นแตะระดับ *10 ล้านดอลลาร์* (145 ล้านบาท) ในช่วงก่อนเที่ยง การเคลื่อนไหวนี้ช่วยเติมพลังให้ราคาของ XRP พุ่งขึ้น *5.89%* ภายใน 24 ชั่วโมง ขณะเดียวกัน ปริมาณเทรดในตลาดสปอตก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แตะระดับ *2.73 พันล้านดอลลาร์* (ประมาณ 3.95 แสนล้านบาท) หรือเพิ่มขึ้นกว่า *60%* จากวันก่อนหน้า
XRP ยังคงเคลื่อนไหวใกล้แนวต้านจิตวิทยา *2 ดอลลาร์* (ราว 2,892 บาท) และจากมุมมองทางเทคนิค ราคากำลังทดสอบการกลับตัวเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (EMA) ระยะเวลา 21 เดือน จุดนี้เคยเป็นสัญญาณเริ่มต้นของขาขึ้นที่รุนแรงในช่วงปลายปี 2017 และนักลงทุนบางส่วนจึงมองว่านี่อาจเป็น *จุดเปลี่ยนสำคัญอีกรอบหนึ่ง*
ในแง่มุมระยะยาว กราฟรายเดือนของ XRP แสดงให้เห็นถึง ‘โครงสร้างขาขึ้น’ ที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น โดยเฉพาะหลังจากที่ XRP ทะลุช่วงราคา 1.20–1.45 ดอลลาร์ซึ่งเคยเป็นแนวต้านสำคัญมาตลอดช่วงหลายปี และขยับขึ้นมายืนเหนือระดับ *2 ดอลลาร์* ได้สำเร็จ ปัจจุบันแนวรับหลักอยู่ที่โซน *1.45–1.50 ดอลลาร์* ซึ่งหากสามารถรักษาที่ยืนในระดับนั้นต่อไปได้ ก็มีโอกาสเห็นการพุ่งขึ้นไปยัง *2.32 ดอลลาร์* และหากทะลุจุดนี้ ก็มีเป้าหมายถัดไปที่กรอบ *3.00–3.10 ดอลลาร์* ซึ่งเกือบแตะระดับสูงสุดเดิมที่ *3.31 ดอลลาร์* จากเดือนมกราคม 2018
อินดิเคเตอร์ RSI เองก็ส่งสัญญาณสนับสนุนแรงบวก แม้ว่าจะปรับฐานลงมาบ้างหลังจากเข้าช่วงร้อนแรง แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังมองว่านี่คือการ ‘สะสมพลัง’ มากกว่าจะเป็นสัญญาณ ‘ขาย’
ภายใต้บรรยากาศของความคึกคักของ XRP นักลงทุนบางรายก็เริ่มมองหาทางเลือกและโอกาสใน *โปรเจกต์ทางเลือก (Altcoin)* โดยเฉพาะในกลุ่ม ‘เหรียญมีม’ ที่มักพุ่งตามกระแส ล่าสุดคือ โครงการ ‘แมกซีโดจิ (MAXI)’ ที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โปรเจกต์นี้ถูกสร้างขึ้นจากแรงบันดาลใจของดอจคอยน์(DOGE) และในช่วงปี 2023–2024 ก็เคยทำผลตอบแทนสูงกว่า *10 เท่า* มาแล้ว ปัจจุบัน MAXI อยู่ในช่วงพรีเซลล์ โดยสามารถระดมทุนไปแล้วกว่า *4.3 ล้านดอลลาร์* (ราว 62 ล้านบาท) พร้อมนำเสนอรางวัลสเตคกิ้งที่สูงถึง *70% ต่อปี* นักลงทุนสามารถเข้าร่วมโดยใช้ *USDT*, *อีเธอเรียม(ETH)* หรือชำระผ่านบัตรเครดิต ทั้งยังมีระบบ ‘อัลฟาแชนแนล’ สำหรับแลกเปลี่ยนกลยุทธ์ระหว่างนักลงทุนร่วมโครงการอีกด้วย
*ความคิดเห็น:* หาก XRP ยังคงรักษาแนวรับที่สำคัญและสามารถทะลุแนวต้านหลักในระยะกลางได้ ความเป็นไปได้ของการฟื้นกลับไปสู่เงินทุนสถาบันก็จะเพิ่มสูง ซึ่งจะส่งแรงสั่นสะเทือนไปยังตลาดอัลคอยน์โดยรวมอีกครั้งหนึ่ง
ความคิดเห็น 0