Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

XRP เตรียมพลิกเกมใหญ่ปี 2026 จากแรงหนุน ETF-อุปทานลด-พัฒนาการเครือข่าย

XRP อาจเข้าสู่ช่วง ‘พลิกโฉม’ ครั้งสำคัญภายในปี 2026 จากแรงหนุนความต้องการเพิ่มขึ้นและราคาแข็งแกร่งขึ้น ตามความเห็นของนักวิเคราะห์ในตลาดคริปโต ปัจจัยสำคัญที่อาจสนับสนุนแนวโน้มนี้ประกอบด้วย การเข้ามาของกองทุน ETF, การลดลงของปริมาณเหรียญที่หมุนเวียน และการพัฒนาที่ต่อเนื่องของเครือข่าย XRP เลเชอร์(XRPL)

เมื่อวันที่ 24 นักวิเคราะห์ด้านคริปโตผู้ใช้ชื่อว่า X Finance Bull เปิดเผยบทวิเคราะห์ระยะยาวที่เน้น XRP ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X โดยระบุว่า ปี 2026 ควรเป็นปีที่จับตามองเป็นพิเศษ เขาระบุว่า ในขณะที่นักลงทุนทั่วไปอาจจับตาแต่ราคาในระยะสั้น ฝั่งนักลงทุนสถาบันกลับให้ความสำคัญกับการเก็บรักษาทรัพย์สิน, การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และโครงสร้างพื้นฐานของระบบชำระเงิน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็น ‘องค์ประกอบสำคัญ’ สำหรับการเติบโตในระยะยาวของ XRP

หนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญคือการสะสมสินทรัพย์ของกองทุน XRP สปอต ETF ปัจจุบัน มีการถือครอง XRP ผ่าน ETF แล้วราว ‘350 ล้านเหรียญ’ ซึ่งชี้ว่ากระแสเงินทุนในระดับสถาบันได้เริ่มทยอยไหลเข้าสู่ตลาดแล้วอย่างเป็นรูปธรรม การเข้าซื้อในลักษณะนี้อาจลด ‘สภาพคล่อง’ และจำนวนเหรียญที่หมุนเวียนในตลาด อันเป็นรูปแบบของ ‘การซื้อเชิงโครงสร้าง’ ซึ่งมีแนวโน้มส่งผลให้ราคาเพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน

X Finance Bull ให้ความเห็นว่า “เงินทุนที่ไหลเข้าสู่ ETF หมายถึงความต้องการถือครองระยะยาวไม่ใช่เพื่อการเก็งกำไรในระยะสั้น สิ่งนี้สามารถเป็นฐานรองรับแนวรับราคาที่แข็งแกร่งได้” นอกจากนี้ เขายังมองว่า ความน่าเชื่อถือของ XRP ETF เริ่มฟื้นตัวหลังจากบริษัท Ripple แก้ไขปัญหาด้านกฎระเบียบได้สำเร็จ และ ETF กำลังกลายเป็นช่องทางหลักสำหรับการเข้าสู่ตลาดของนักลงทุนสถาบัน

อีกปัจจัยที่น่าจับตาคือ ‘ปริมาณ XRP ที่ถือครองอยู่ในตลาดแลกเปลี่ยนคริปโตที่ลดลง’ จากข้อมูลพบว่า XRP จำนวนมากได้ถูกโยกย้ายไปยังวอลเล็ตของนักลงทุนรายใหญ่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนำไปสู่การลดลงของเหรียญที่หมุนเวียนในระบบ หากปรากฏการณ์นี้ชัดเจนยิ่งขึ้นในช่วงก่อนหรือระหว่างปี 2026 อาจกลายเป็น ‘เชื้อเพลิง’ สำหรับคลื่นราคาครั้งใหม่

ในด้านเทคโนโลยี XRP เลเชอร์(XRPL) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานของโทเคน XRP ก็มีพัฒนาการที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นการรองรับการออก ‘เหรียญเสถียร’, การโทเคนน์ทรัพย์สินจริง รวมถึงการใช้ใน ‘ดีไฟแนแนลสำหรับสถาบัน’ ระบบเหล่านี้ยังถูกเชื่อมโยงกับการชำระเงินแบบเรียลไทม์และการจัดการสภาพคล่อง ซึ่งชี้ให้เห็นการประยุกต์ใช้งานในโลกธุรกิจที่ครอบคลุมมากขึ้น

X Finance Bull ยังให้มุมมองเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงสร้างตลาดว่า อยู่ในช่วงที่เอื้อประโยชน์ต่อการเติบโต โดยมีแนวโน้มเห็น ‘ผลิตภัณฑ์ด้านคริปโตภายใต้กฎระเบียบ’ เพิ่มขึ้นประกอบกับการฟื้นตัวของความเชื่อมั่นในระดับโลก และความต้องการระบบชำระเงินแบบทันที ซึ่งปัจจัยเหล่านี้สามารถจูงใจนักลงทุนสถาบันให้เข้าตลาดได้มากขึ้น

ด้านบริษัท Ripple เองก็กำลังขยายระบบโครงสร้างพื้นฐานไปยังธนาคาร, ผู้ให้บริการชำระเงิน และบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลก ความเคลื่อนไหวนี้จะช่วยขยายการใช้งาน XRP ในแง่ของ ‘การใช้งานจริงในองค์กร’ ยิ่งไปกว่านั้น การสิ้นสุดข้อพิพาทกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ(SEC) ช่วยเสริมความชัดเจนด้านกฎหมาย อันเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเปิดประตูให้นักลงทุนสถาบันกล้าลงทุนมากขึ้น

ตลาดกำลังจับตาปี 2026 ในฐานะ ‘จุดเปลี่ยน’ ของ XRP ที่โครงสร้างพื้นฐานจะเข้าที่ และปริมาณความต้องการอาจบดบังอุปทานอย่างมีนัยสำคัญ บางความคิดเห็นยังระบุว่า หากแนวนโยบายของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ เอนเอียงไปในทางสนับสนุนสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น ความต้องการ XRP และเหรียญคริปโตโดยรวมอาจยิ่งขยายตัวเป็นวงกว้างยิ่งขึ้นอีกด้วย

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1