Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

สเตเบิลคอยน์ขึ้นแท่นสินทรัพย์หลักในโลกการเงินดิจิทัลปี 2026 ตามรายงาน MEXC Ventures

สเตเบิลคอยน์กลายเป็นสินทรัพย์หลักของระบบการเงินดิจิทัลในปี 2026 โดยรายงานล่าสุดจากเม็กซีเวนเจอร์ส(MEXC Ventures) ระบุว่าสินทรัพย์ประเภทนี้ได้ถูกบูรณาการเข้าในบริการทางการเงินบนบล็อกเชนอย่างแน่นแฟ้น เนื่องจากคุณสมบัติด้านการลดความผันผวนและความมั่นคงที่โดดเด่น นอกจากนี้ หากเกิดความชัดเจนทางกฎหมายในภายภาคหน้า คาดว่าจะส่งผลให้ทุนจากภาคสถาบันหลั่งไหลเข้าสู่ตลาดคริปโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

รายงานยังชี้ให้เห็นว่า *สเตเบิลคอยน์* เป็นทางเลือกที่ได้เปรียบโดยเฉพาะในภาวะที่ราคาของสินทรัพย์ดิจิทัลมีความผันผวนสูง เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงของผู้ใช้และการยอมรับจากภาคธุรกิจ โดยสเตเบิลคอยน์มักตรึงมูลค่ากับสินทรัพย์ที่มีเสถียรภาพ เช่น ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อลดความผันผวนด้านราคา ขณะเดียวกันก็รักษาความคล่องตัวตามแบบฉบับของบล็อกเชน ทางด้านตลาดแลกเปลี่ยนระดับโลกในปัจจุบันก็ได้สนับสนุนการจับคู่ซื้อขายที่มีสเตเบิลคอยน์อย่าง เทเธอร์(USDT) และ ยูเอสดีคอยน์(USDC) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความลื่นไหลของตลาด

ตามข้อมูลจากเม็กซีเวนเจอร์ส สเตเบิลคอยน์สามารถจำแนกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1) *รูปแบบที่มีหลักประกันจากสกุลเงินจริง* เช่น USDT และ USDC ซึ่งสำรองเงินทุนไว้แบบ 1:1 กับดอลลาร์สหรัฐ 2) *แบบมีหลักประกันจากสินทรัพย์ดิจิทัล* ที่ใช้สินทรัพย์เช่น อีเธอเรียม(ETH) เป็นหลักประกันแบบเกินจำนวนเพื่อรักษาเสถียรภาพ และ 3) *ประเภทอัลกอริธึม* ที่ใช้สมาร์ตคอนแทรกต์ควบคุมปริมาณความต้องการและอุปทานในตลาด คำอธิบายนี้เน้นว่าแต่ละรูปแบบมีความเสี่ยงและการประยุกต์ใช้ที่แตกต่างกันไป

สำหรับในเชิงการใช้งาน สเตเบิลคอยน์ถูกนำไปใช้ในหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดสำหรับนักลงทุน การช่วยให้ตลาดแลกเปลี่ยนมีสภาพคล่อง รวมถึงการเป็นเครื่องมือในการโอนเงินข้ามพรมแดนผ่านระบบออนเชนที่รวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ ในด้านของการเงินแบบไร้ศูนย์กลาง (DeFi) สเตเบิลคอยน์ยังนำมาใช้เป็นสินทรัพย์พื้นฐานในพูลสภาพคล่อง การปล่อยกู้ และผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น ๆ ตลอดจนในประเทศที่มีระบบการเงินไม่มั่นคงก็เริ่มมีการใช้สเตเบิลคอยน์เป็นทางเลือกสำหรับระบบชำระเงินดิจิทัลอย่างมั่นคง

อย่างไรก็ดี รายงานเตือนว่าระบบของสเตเบิลคอยน์แต่ละประเภทก็มีความเสี่ยง โดยเฉพาะ *การขาดความโปร่งใสในระบบการออกเหรียญแบบรวมศูนย์*, ความล้มเหลวของระบบ และ *ความไม่ชัดเจนทางกฎหมาย* ซึ่งต้องได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ ผู้ลงทุนควรตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับสถานะของสินทรัพย์ที่ใช้ค้ำประกันและระบบการตรวจสอบบัญชีอย่างละเอียด

แม้จะมีปัจจัยเสี่ยง แต่วงการคาดการณ์ว่า *สเตเบิลคอยน์* จะกลายเป็นรากฐานสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานการเงินดิจิทัลในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อความเชื่อมโยงกับ Web3, แอปพลิเคชันแบบกระจายศูนย์ (dApp) และระบบการชำระเงินออนเชนขยายตัวออกไป ความต้องการในสินทรัพย์ที่มีเสถียรภาพก็จะเพิ่มขึ้นควบคู่กัน และเมื่อกฎระเบียบมีความชัดเจนมากขึ้น การเข้าสู่ตลาดของนักลงทุนสถาบันก็จะเป็นภาพที่ปรากฏเด่นชัดขึ้นในอนาคตอันใกล้

สุดท้ายแล้ว สเตเบิลคอยน์ได้พัฒนาไปไกลกว่าการเป็นเพียงคริปโตเคอร์เรนซีทั่วไป แต่ได้กลายเป็น ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ ที่สามารถรวมเอาคุณสมบัติ *ความคล่องตัว* และ *ความมั่นคง* ซึ่งมักจะขัดแย้งกันให้มาอยู่ร่วมกันได้ในผลิตภัณฑ์เดียว และด้วยกรณีการใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันสเตเบิลคอยน์ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือเสริม แต่เป็น ‘สินทรัพย์หลัก’ แห่งยุคการเงินดิจิทัลอย่างแท้จริง.

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1