Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

อีเธอเรียม(ETH) อาจแตะ 15,000 ดอลลาร์ในปี 2026 เมื่อสถาบันการเงินใช้บล็อกเชนจริงจัง

อีเธอเรียม(ETH) อาจพุ่งแตะระดับ 15,000 ดอลลาร์ภายในปี 2026 จากการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ภาคเอกชนที่เชื่อว่าการใช้งานจริงของเทคโนโลยีบล็อกเชนในภาคการเงินกำลังจะเริ่มต้น โดยเฉพาะการนำ *อีเธอเรียม* มาใช้ในกระบวนการ ‘โทเคนไรซ์’ ของสินทรัพย์, การพัฒนา *สเตเบิลคอยน์* และการใช้ *เลเยอร์ 2* สำหรับองค์กร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านจากการทดสอบทางเทคนิคสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์อย่างแท้จริง

การประเมินดังกล่าวมาจากวีเวค รามาน(Vivek Raman) ซีอีโอของ Etherealize ซึ่งเผยแพร่ในบทความเมื่อวันที่ 5 เขาแสดงความเห็นว่า “ปี 2026 จะเป็นจุดเปลี่ยนของอีเธอเรียมในการเปลี่ยนผ่านจากระบบที่เน้นความเชื่อถือ ไปสู่การเป็นแพลตฟอร์มธุรกิจเต็มรูปแบบ” และเชื่อว่าอีเธอเรียมมีแนวโน้มจะกลายเป็น ‘บล็อกเชนของวอลล์สตรีท’

รามานอธิบายว่าบริษัทการเงินขนาดใหญ่เริ่มนำอีเธอเรียมมาใช้เป็นพื้นฐานในการออกผลิตภัณฑ์จริง เช่น MMF แบบโทเคนไรซ์, กองทุนสินเชื่อส่วนบุคคล และตราสารหนี้โทเคน ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับเครือข่ายอีเธอเรียมและเลเยอร์ 2 ซึ่งสามารถรองรับสินทรัพย์มูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ในอนาคต เขาย้ำว่า “การโทเคนไรซ์ คือการรวมข้อมูล, ทรัพย์สิน และการชำระเงินไว้ในโครงสร้างเดียว ซึ่งเป็นการอัปเกรดที่ระบบการเงินรอคอยมานาน”

ตัวอย่างของการใช้งานจริงมีแล้วในกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง เจพีมอร์แกน, ฟิเดลิตี, แบล็คร็อก, อพอลโล และ BNY เมลลอน ที่เตรียมนำเสนอสินทรัพย์ทางการเงินในรูปแบบโทเคน รวมถึงกองทุนพันธบัตรที่ร่วมกันพัฒนากับบริษัท Baillie Gifford

สำหรับ *สเตเบิลคอยน์* รามานมองว่าเป็น ‘ตัวชี้วัดอุปสงค์ที่ชัดเจน’ ในระบบการเงินแบบออนเชน โดยคาดว่าในปี 2025 มูลค่าการโอนของสเตเบิลคอยน์จะเกิน 10 ล้านล้านดอลลาร์ และกว่า 60% ของนั้นจะเกิดขึ้นบนอีเธอเรียมและเครือข่ายเลเยอร์ 2 นอกจากนี้ เขายังระบุว่าวุฒิสภาสหรัฐอเมริกามีแนวโน้มจะผ่านร่างกฎหมาย GENIUS ซึ่งจะเป็นกรอบกำกับดูแลสำหรับสเตเบิลคอยน์ และเปิดทางให้ธนาคารสามารถออกสเตเบิลคอยน์บนบล็อกเชนสาธารณะ โดยยกตัวอย่าง SoFiUSD ของบริษัทโซไฟ(SoFi) ที่พัฒนาบน *อีเธอเรียม*

เขายังเสนอแนวคิดว่า ทั้งธนาคารเพื่อการลงทุน, ฟินเทค และธนาคารดิจิทัล จะมารวมตัวกันอยู่บนบล็อกเชนสาธารณะเดียวกันเพื่อสร้างเอฟเฟกต์เครือข่ายผ่าน *สเตเบิลคอยน์* เป็นศูนย์กลาง

ในประเด็นของเครือข่าย *เลเยอร์ 2* รามานกล่าวว่า สถาบันการเงินจะไม่ยึดติดกับบล็อกเชนหลักเพียงเครือข่ายเดียว แต่จะเลือกใช้กลยุทธ์แบบ ‘หลายเลเยอร์’ ที่อิงกับอีเธอเรียมเพื่อความยืดหยุ่นด้านฟังก์ชันตามภูมิภาคและการใช้งาน ทั้งนี้ เนื่องจากเลเยอร์ 2 ยังคงใช้โครงข่ายความปลอดภัยและสภาพคล่องของอีเธอเรียม แต่ลดต้นทุนและเพิ่มความเร็วในการทำธุรกรรมได้อย่างมาก

ในแง่ของผลตอบแทน เขามองว่าการสร้างเลเยอร์ 2 บนบล็อกเชนเป็นโครงสร้างที่ทำให้บริษัทสามารถสร้าง *กำไรขั้นต้นสูงกว่า 90%* โดยยกตัวอย่างจาก ‘Base’ ของคอยน์เบส, เครือข่ายการซื้อขายหุ้นโทเคนของโรบินฮูด, เครือข่ายการชำระเงิน ‘Linea’ ของ SWIFT, รวมถึงโครงการเลเยอร์ 2 ของเจพีมอร์แกน และดอยช์แบงก์

รามานยังแสดงความเชื่อว่า *อีเธอเรียม* อาจกลายเป็นทรัพย์สินทางการเงินของสถาบัน อารมณ์คล้าย ‘น้ำมันดิจิทัล’ ที่สร้างรายได้ได้จริง ถัดจากบิตคอยน์(BTC) ที่มักถูกมองว่าเป็น ‘ทองคำดิจิทัล’ เขาชี้ให้เห็นถึงบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ 4 แห่ง ได้แก่ BMNR, SBET, ETHM และ BTBT ว่ามีการถือครองอีเธอเรียมรวมกันประมาณ 4.5% ของอุปทาน ETH ทั้งหมดในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเกินกว่าสัดส่วนที่ไมโครสเตรเทจีถือครอง *บิตคอยน์* อยู่ที่ 3.2% ในปัจจุบัน

หากภาพรวมในปี 2026 ที่รามานคาดการณ์ไว้กลายเป็นจริง จะมีปัจจัยสนับสนุน 3 ประการ ได้แก่ การกำกับดูแลที่ชัดเจน, โครงสร้างพื้นฐานที่เสถียร และการมีส่วนร่วมของสถาบันการเงินอย่างเป็นรูปธรรม โดยคาดการณ์ตัวเลขไว้อย่างน่าสนใจ:

- มูลค่าสินทรัพย์โทเคนไรซ์จะพุ่งจาก 6 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 เป็น 1 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2026

- มูลค่าตลาดของสเตเบิลคอยน์จะขยายตัวจาก 308 พันล้านดอลลาร์เป็น 1.5 ล้านล้านดอลลาร์

- ราคาอีเธอเรียมจะพุ่งจาก 3,227 ดอลลาร์เป็น 15,000 ดอลลาร์ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของมูลค่าตลาดรวมเป็น 2 ล้านล้านดอลลาร์

“ความคิดเห็น” แม้ตัวเลขอาจดูทะเยอทะยาน แต่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในวงการคริปโตและการที่องค์กรการเงินยักษ์ใหญ่เดินหน้าเข้าสู่ระบบบล็อกเชนจริงจัง อาจทำให้สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่ความฝันอีกต่อไป

‘อีเธอเรียม’ กำลังพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่เป็น *โครงสร้างพื้นฐานใหม่ของระบบการเงินโลก* ที่อาจกลายเป็น ‘กระดูกสันหลัง’ ต่อเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1