ริปเปิล(XRP) พุ่งทะลุแนวต้านสำคัญที่ระดับ 2.13 ดอลลาร์ต่อเหรียญ (ประมาณ 3,087 บาท) โดยราคาพุ่งขึ้นกว่า 10% ภายใน 24 ชั่วโมง ท่ามกลางปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นถึง 130% เมื่อเปรียบเทียบกับวันก่อนหน้า กระตุ้นให้เกิดความหวังครั้งใหม่ว่า XRP อาจกำลังตั้งเป้าทำ ‘ราคาสูงสุดตลอดกาล’ อีกครั้ง
รายงานจาก CoinGlass ระบุว่า ยอดการซื้อขาย XRP ในวันเดียวพุ่งสูงถึง 7.8 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท) คิดเป็น 5.5% ของมูลค่าตลาดรวมทั้งหมดที่หมุนเวียนอยู่ในตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่มีการชอร์ต (ขายระยะสั้น) ถูกปิดสถานการณ์มากถึง 438 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 6,347 ล้านบาท) สนับสนุนมุมมองว่าตลาดกำลังเกิดภาวะ ‘ชอร์ตสควีซ’ อย่างจริงจัง
ภาวะ 'ชอร์ตสควีซ' คือสถานการณ์ที่นักลงทุนซึ่งถือสถานะขาย ต้องรีบซื้อเข้าคืนเพื่อลดความสูญเสีย ซึ่งยิ่งเร่งให้ราคาทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว ถือเป็นแรงผลักสำคัญต่อการพุ่งขึ้นของ XRP ครั้งนี้ โดยข้อมูลยังชี้ว่า การชอร์ตถูกปิดสถานะในระดับสูงขนาดนี้ เกิดขึ้นครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน และเป็นอันดับที่หกในรอบหกเดือน ในขณะที่สกุลเงินดิจิทัลหลักอื่นอย่าง อีเธอเรียม(ETH), โซลานา(SOL) และ BNB กลับปรับขึ้นเพียงเล็กน้อยที่ระดับ 1% ทำให้การพุ่งขึ้นของ XRP ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น
อีกปัจจัยสำคัญที่เติมเชื้อไฟให้ XRP คือกระแสเงินทุนจากนักลงทุนสถาบันที่หลั่งไหลเข้าสู่ ETF หรือกองทุนรวมดัชนีที่อิงกับเหรียญ XRP ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม SoSoValue ชี้ว่า มูลค่าทรัพย์สินภายใต้การบริหาร (AUM) ของ ETF ดังกล่าวเพิ่มขึ้นจาก 861 ล้านดอลลาร์เป็น 1.2 พันล้านดอลลาร์ ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือน โดยไม่มีวันที่เงินไหลออกเลยแม้แต่วันเดียว ‘คำ’ บ่งชี้ถึงแรงหนุนจากฝั่งสถาบันที่มีต่อ XRP
ด้านเทคนิค XRP แสดงสัญญาณบวกอย่างชัดเจน โดยสามารถทะลุแนวต้านจากรูปแบบ ‘ลิ่มขาลง’ ที่ลากยาว 6 วันได้อย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ดัชนี RSI ได้เข้าสู่โซน ‘ซื้อเกิน’ แล้ว แต่ก็ยังแสดงถึงความเชื่อมั่นของตลาดที่แข็งแกร่ง และราคาปัจจุบันยังอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย EMA 200 วันได้อย่างมั่นคง ‘คำ’ ส่งเสริมแนวโน้มขาขึ้นของ XRP และชี้ว่าอาจเกิดการทดสอบแนวต้านใหม่ที่ระดับ 3 ดอลลาร์ (ประมาณ 4,345 บาท) ในเวลาอันใกล้
อีกหนึ่งประเด็นที่ตลาดให้ความสนใจ คือการมาของโปรเจกต์ใหม่อย่าง ‘บิทคอยน์ไฮเปอร์(HYPER)’ ซึ่งเป็นโซลูชั่นเลเยอร์ 2 ที่สร้างขึ้นเพื่อขยายขีดความสามารถของเครือข่ายบิตคอยน์ โดยใช้เทคโนโลยีของโซลานาเป็นแกนในการพัฒนา จุดเด่นคือมีค่าธรรมเนียมต่ำและความเร็วในการประมวลผลสูง ซึ่งเหมาะกับบริการทางการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi)
โปรเจกต์นี้ได้รับการสนับสนุนจากเงินทุนจำนวน 30 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 434 ล้านบาท) ซึ่งช่วยให้ HYPER สามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่ผู้ถือบิตคอยน์(BTC) ใช้งานแอปพลิเคชันแบบกระจายศูนย์ (dApp) ได้โดยตรงบนบล็อกเชน โดยไม่ต้องย้ายสินทรัพย์ออกนอกระบบ หากในอนาคตมีการสนับสนุนจากกระเป๋าเงินดิจิทัลรายใหญ่และตลาดแลกเปลี่ยน ก็อาจส่งผลให้ราคาของโทเคน HYPER เพิ่มขึ้นได้ ‘ความคิดเห็น’ โปรเจกต์นี้อาจเปิดประตูใหม่ให้กับการใช้งาน BTC อย่างแท้จริง และเป็นกระแสเสริมที่น่าจับตามองในช่วงเวลาที่ตลาดกลับมาคึกคักอีกครั้ง
‘คำ’ XRP ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง ขณะที่โครงการหน้าใหม่อย่าง HYPER ก็กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการคริปโต ท่ามกลางกระแสเงินทุนและเทคโนโลยีที่ทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ตลาดขาขึ้นอาจเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น
ความคิดเห็น 0