ราคาบิตคอยน์(BTC) ร่วงลงแตะระดับ 92,520 ดอลลาร์ หรือราว 1.33 ล้านบาท เข้าสู่ช่วง *ปรับฐานในระยะสั้น* หลังเผชิญแรงกดดันจากแนวต้านทางเทคนิค ประกอบกับข่าวการพบ *ช่องโหว่ร้ายแรงในซอฟต์แวร์กระเป๋าเงินบิตคอยน์คอร์* ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลง 1.29% ภายในวันเดียว โดยเคยพยายามขึ้นไปแตะระดับ 95,000 ดอลลาร์ แต่ไม่สามารถรักษาระดับไว้ได้ ด้านปริมาณการซื้อขายรายวันยังคงอยู่ที่ประมาณ 55,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 79.6 ล้านล้านวอนเกาหลีใต้) ขณะที่มูลค่ารวมของตลาดบิตคอยน์อยู่ที่ประมาณ 1.85 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 2,677 ล้านล้านวอน) อย่างไรก็ตาม ทิศทางของราคาเริ่มแสดงสัญญาณ *ชะลอตัว*
ความวิตกของนักลงทุนทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากที่โครงการบิตคอยน์คอร์เปิดเผยคำเตือนในวันอังคารที่ผ่านมา โดยระบุว่าในเวอร์ชัน *v30.0 และ v30.1 ของกระเป๋าเงิน* อาจมีความผิดพลาดที่หายากแต่รุนแรง คือไฟล์กระเป๋าเดิมอาจถูกลบระหว่างกระบวนการ 'ถ่ายโอนเลกาซีกระเป๋า' ทำให้สินทรัพย์สูญหายถาวร
ประกาศนี้สร้างความสนใจจากชุมชนทันที โดยมีการเข้าชมมากถึง 170,000 ครั้งภายในไม่กี่ชั่วโมง แม้ว่า *ข้อผิดพลาดนี้จะไม่กระทบต่อกระเป๋าเงินใหม่*, โหนด หรือโครงสร้างของเครือข่ายบิตคอยน์โดยรวมก็ตาม ทีมพัฒนาวางแผนจะแก้ไขในเวอร์ชัน v30.2 พร้อมแนะนำให้ผู้ใช้งานหลีกเลี่ยงการถ่ายโอนกระเป๋าเลกาซีจนกว่าจะมีการอัปเดต
แม้ประเด็นนี้จะไม่กระทบเสถียรภาพของระบบบล็อกเชนโดยรวม แต่ในหมู่นักลงทุนระยะยาวและผู้ดูแลโหนด ยังคงต้องใช้ความระมัดระวัง
ส่วนในเชิงเทคนิค ปัจจุบันกราฟราคาบิตคอยน์เคลื่อนไหวใน*รูปแบบลิ่มขาลง (falling wedge)* โดยราคาแกว่งอยู่ในกรอบด้านล่างระหว่าง 94,000 ถึง 95,000 ดอลลาร์ ถึงแม้จะพยายามทดสอบแนวต้านหลายครั้ง แต่ก็ล้มเหลว ซึ่งเริ่มมีความเป็นไปได้ว่ากำลังก่อตัวเป็น ‘*สามยอด (Triple Top)*’
ดัชนี RSI (Relative Strength Index) ลดลงมาใกล้ระดับกลางที่ 50 บ่งชี้ถึงการอ่อนแรงของแรงซื้อ อีกทั้งแท่งเทียนหลายแท่งแสดงให้เห็นถึงไส้เทียนด้านบนที่ยาว แสดงว่าแรงบวกกำลังลดลง *สภาพตลาดจึงเหมือนเข้าสู่ช่วงรอการตัดสินใจ*
หากราคาบิตคอยน์สามารถทะลุแนวต้านได้ จะมีเป้าหมายทางเทคนิคถัดไปที่ *97,300 ดอลลาร์* และอาจขึ้นต่อถึง *107,000 ดอลลาร์* อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถทะลุกรอบได้ ก็มีโอกาสปรับลงสู่ *ระดับ 90,900 ดอลลาร์* หรือในกรณีรุนแรงอาจลงไปถึง *87,000 ดอลลาร์*
ขณะที่ฝั่งของตลาด *มีมโทเคน (Meme Coin)* ก็ประเดิมด้วยกระแสใหม่จาก ‘*แมกซิโดจิ(Maxidoge)*’ ซึ่งเป็นมีมโทเคนที่ขับเคลื่อนด้วยชุมชนและสามารถระดมทุนได้แล้วกว่า *4.4 ล้านดอลลาร์* หรือราว *63.6 ล้านบาท* จากการเปิดขายรอบแรก
แมกซิโดจิไม่ได้เป็นเพียงแค่โทเคนล้อเลียนแบบดั้งเดิมอย่างโดจคอยน์(DOGE) แต่ยังเน้นสร้างประสบการณ์การเข้าร่วมของผู้ใช้งานผ่านกิจกรรมแข่งขัน ROI และชาเลนจ์ในชุมชน รวมไปถึงระบบ *สเตคกิ้งเพื่อรับรายได้รายวัน* ซึ่งออกแบบเพื่อสร้างเครือข่ายจากผู้ถือระยะยาวมากกว่านักลงทุนระยะสั้น
ปัจจุบันราคาโทเคนของแมกซิโดจิอยู่ที่ *0.0002765 ดอลลาร์* โดยมีแผนขึ้นราคาต่อไปในเฟสถัดไปของพรีเซลล์ หากชุมชนยังคงมีการตอบรับสูง โครงการอาจมีศักยภาพก้าวข้ามสถานะโทเคนกระแสชั่วคราว กลายเป็น *มีมโทเคนระยะยาวที่ยั่งยืน*
*ความคิดเห็น*: ภายใต้ภาวะตลาดผันผวน นักลงทุนควรให้ความสำคัญกับ ‘ระดับแนวรับทางเทคนิค’ โดยเฉพาะ 9 หมื่นดอลลาร์ต้น ๆ ที่มีแรงซื้อหนาแน่น ขณะเดียวกัน การรอคอยการ ‘เบรกเอาต์ที่ชัดเจน’ ก่อนตัดสินใจเข้าตลาดอาจเป็นกลยุทธ์ที่ปลอดภัยมากกว่าในช่วงนี้
ความคิดเห็น 0