Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เกาหลีใต้เร่งวางกรอบกฎหมายสเตเบิลคอยน์ หลัง OBDIA เตือนข้อจำกัดเดิมอาจสกัดนวัตกรรม

สมาคมโอเพ่นบล็อกเชนและการยืนยันตัวตนแบบกระจายศูนย์ของเกาหลีใต้ (OBDIA) เปิดเผยรายงานล่าสุดที่เสนอความจำเป็นและทิศทางใน ‘การออกกฎหมายสำหรับสเตเบิลคอยน์’ โดยให้รายละเอียดอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ในการออกและหมุนเวียนเหรียญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเปรียบเทียบกับกรณีศึกษาด้านกฎระเบียบของต่างประเทศ ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความเร่งด่วนในการจัดทำมาตรการที่เหมาะสมสำหรับเกาหลีใต้ และสร้างความสนใจทั้งจากภาคเอกชนและภาครัฐ

ตามรายงาน สเตเบิลคอยน์คือสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีการผูกมูลค่ากับสินทรัพย์อื่น เช่น *เงินสกุลปกติ*, *ทองคำ* หรือ *คริปโตเคอร์เรนซี* เพื่อสร้างความ ‘เสถียรด้านราคา’ เหรียญชื่อดังอย่าง *เทเทอร์(USDT)* และ *USD คอยน์(USDC)* จัดอยู่ในกลุ่มเหรียญที่ใช้สินทรัพย์หรือสกุลเงินปกติค้ำประกัน อย่างไรก็ตาม เหรียญที่ใช้ระบบอัลกอริทึมอย่าง ‘ลูน่า’ ซึ่งล้มเหลวในอดีต ยังคงไม่ได้รับการยอมรับในหลายประเทศ

รายงานของ OBDIA ชี้ว่า ในเกาหลีใต้สเตเบิลคอยน์ส่วนใหญ่ยังคงถูกจัดเป็น *สินทรัพย์เพื่อการลงทุน* ในตลาดซื้อขาย มากกว่าจะถูกใช้งานในฐานะ ‘เครื่องมือการชำระเงิน’ ตามวัตถุประสงค์ดั้งเดิม รายงานยังระบุว่าโครงสร้างของกฎหมายปัจจุบัน เช่น *พระราชบัญญัติธุรกรรมทางการเงินอิเล็กทรอนิกส์* และ *กฎหมายเกี่ยวกับธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ* ยังไม่สามารถใช้งานกับสเตเบิลคอยน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องมีการออกกฎหมายเฉพาะเพิ่มเติม

ขณะที่ใน *สหรัฐอเมริกา* มีกฎหมาย *GENIUS Act* ที่บังคับให้ผู้ออกสเตเบิลคอยน์ที่มีมูลค่าผูกกับดอลลาร์ต้องผ่านการตรวจสอบบัญชี และยังควบคุมเหรียญที่ออกโดยผู้ให้บริการจากต่างประเทศ ส่วน *ยุโรป* ใช้กรอบกำกับดูแลภายใต้กฎหมาย *MiCA* ที่แยกประเภทของโทเคนออกเป็นกลุ่ม *สินทรัพย์อิงตามมูลค่า (ART)* และ *อีมันนี่โทเคน (EMT)* สำหรับ *สิงคโปร์* และ *ฮ่องกง* กำหนดให้แม้แต่เหรียญที่ออกนอกประเทศแต่ผูกกับสกุลเงินของชาติตนเอง ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมโดยเฉพาะในช่วงการหมุนเวียน

จากการวิเคราะห์กรณีศึกษาระหว่างประเทศ OBDIA แนะนำว่า การออกกฎหมายในประเทศควรครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น ‘การกำหนดคุณสมบัติของผู้ออกเหรียญ’, ‘การจัดตั้งระบบ AML (ต่อต้านการฟอกเงิน)’ และ ‘การแก้ไขข้อจำกัดของกฎหมายเกี่ยวกับธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ’ โดยควรใช้ระบบใบอนุญาตที่อิงจากความสามารถในการถือครองทุน, การควบคุมภายใน และการรักษาสภาพคล่อง ส่วนด้าน AML จะต้องมีมาตรฐานระดับเดียวกับสถาบันการเงิน เช่น การตรวจสอบตัวตน (KYC), รายงานธุรกรรมผิดปกติ (STR) และการจัดเก็บข้อมูลการทำธุรกรรม

นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่าหากบริษัทในประเทศต้องการมีส่วนร่วมในฐานะผู้ออกเหรียญหรือผู้ให้บริการ จะต้องผ่านกระบวนการ *ขึ้นทะเบียนล่วงหน้า* และมีความสามารถในการควบคุมระบบด้านเทคโนโลยี โดย *เหรียญที่ผูกกับเงินวอน* แต่ *ออกโดยต่างประเทศ* เป็นประเด็นที่กำลังกลายเป็นหนึ่งในข้อถกเถียงสำคัญของการกำหนดนโยบาย

สรุปโดยรวม รายงานชี้ให้เห็นว่าแม้ *สเตเบิลคอยน์* จะมีศักยภาพสูง แต่หากไม่มีการจัดโครงสร้างกฎเกณฑ์ที่มั่นคงเพื่อสร้างความ *เชื่อมั่น* และ *เสถียรภาพ* การนำไปใช้ในภาคการเงินจะยังคงมีข้อจำกัดอย่างมาก จึงควรเร่งวางกรอบกฎหมายสำหรับการ ‘ออก’, ‘หมุนเวียน’ และ ‘กำกับดูแล’ ให้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพก่อนการแข่งขันระดับโลกของสเตเบิลคอยน์จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1