บิตคอยน์(BTC) กำลังพยายามรักษาระดับที่ประมาณ 95 ล้านบาทไว้ได้อย่างมั่นคง ขณะที่ทั่วโลกให้ความสนใจกับสถานการณ์ใหม่ในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ตั้งแต่การมาถึงของธนาคารที่รับซื้อขายคริปโตในเบลเยียม การเติบโตแบบก้าวกระโดดในอิหร่าน ไปจนถึงความกังวลเกี่ยวกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่อาจเข้ามาท้าทายระบบรักษาความปลอดภัยของคริปโตเคอร์เรนซี
เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2026 (เวลาท้องถิ่น) ธนาคาร KBC ในเบลเยียมเปิดเผยว่าเตรียมเปิดให้บริการซื้อขาย บิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) สำหรับนักลงทุนรายย่อย โดยดำเนินงานผ่านแพลตฟอร์มของตนเองชื่อว่า ‘โบเลโร (Bolero)’ ตามกรอบกำกับ ‘MiCA’ ที่สหภาพยุโรปเพิ่งบังคับใช้ KBC กลายเป็นธนาคารแรกของเบลเยียมที่พัฒนาระบบดูแลและซื้อขายคริปโตด้วยตนเอง ทั้งนี้แม้ยังไม่มีหน่วยงานในประเทศที่ลงทะเบียนตาม MiCA แต่ KBC เปิดเผยว่าได้แจ้งเตือนไปยังธนาคารกลางเบลเยียมเรียบร้อยแล้ว ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนการยอมรับ ‘บิตคอยน์’ ในฐานะสินทรัพย์การเงินหลักของยุโรปมากยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน อิหร่านก็กลายเป็นอีกศูนย์กลางของความเคลื่อนไหวในตลาดคริปโต ตามรายงานของ Chainalysis ระบุว่าในปี 2025 มูลค่าการซื้อขายคริปโตในอิหร่านทะลุ 78,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 11.5 ล้านล้านวอน (กว่า 10.6 ล้านล้านบาท) โดยเฉพาะในช่วงเกิดความไม่สงบทางการเมือง รวมถึงการปิดกั้นอินเทอร์เน็ต และภาวะเงินเฟ้อที่รุนแรง ทำให้ประชาชนหันมาใช้ ‘บิตคอยน์’ เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ไม่ขึ้นกับรัฐ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลยังชี้ว่ากว่าครึ่งของเงินทุนเหล่านี้ไหลเข้าสู่กระเป๋าดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) แสดงให้เห็นการใช้งานบิตคอยน์ทั้งในภาคประชาชนและหน่วยงานด้านความมั่นคง โดยมีบทบาท ‘สองด้าน’ ทั้งหลีกเลี่ยงการคว่ำบาตรและข้ามข้อจำกัดทางการเงิน
ในด้านความปลอดภัยของบิตคอยน์ เกิดการถกเถียงเรื่อง ‘ภัยคุกคามจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม’ โดย คริสโตเฟอร์ วูด นักกลยุทธ์จาก Jefferies ตัดสินใจถอนบิตคอยน์ออกจากพอร์ตลงทุนและหันไปถือทองคำ โดยให้เหตุผลว่าหากเทคโนโลยีควอนตัมพัฒนาอย่างก้าวกระโดด อาจทำลายกลไกการเข้ารหัสที่ใช้ปกป้องธุรกรรมของบิตคอยน์ได้ อย่างไรก็ตาม ผู้พัฒนาในแวดวงคริปโตกลับมองต่าง อดัม แบ็ก CEO ของ Blockstream ชี้ว่าเทคโนโลยีดังกล่าวยังห่างไกลความเป็นจริงถึงอย่างน้อย 20–40 ปี และนักพัฒนามีเวลาเพียงพอในการพัฒนา ‘เทคโนโลยีต้านควอนตัม’ ความคิดเห็นนี้สนับสนุนมุมมองที่ว่าการถกเถียงในระยะสั้นอาจส่งผลต่อจิตวิทยาตลาด แต่ในท้ายที่สุดจะกระตุ้นการลงทุนด้านความปลอดภัยในระยะยาว
ณ วันที่ 17 ปัจจุบัน ราคาบิตคอยน์ยังคงแกว่งตัวอยู่ที่ราว 95.18 ล้านบาท แนวโน้มทางเทคนิคชี้ว่าราคายังคงยืนเหนือแนวรับสำคัญที่ 95.15 ล้านบาท และกำลังสร้างรูปแบบที่คล้ายกับ ‘ธงขาขึ้น (bullish flag)’ ซึ่งบ่งชี้ว่าราคามีแนวโน้มทะลุแนวต้าน 97.7 ล้านบาท หากแรงซื้อหนุนให้ราคาทะลุไปได้ อาจเปิดทางขึ้นสู่ระดับจิตวิทยาที่ 99–105 ล้านบาทได้ต่อไป ดัชนี RSI ที่ระดับ 57.94 และ 53.56 ยังชี้ถึงแรงซื้อที่มีอยู่ และรูปแบบแท่งเทียนล่าสุดสะท้อนโอกาสกลับเข้าสู่ขาขึ้นอีกครั้ง หากวิ่งทะลุพร้อมปริมาณซื้อขาย นักลงทุนระยะกลางถึงสั้นอาจตั้งเป้าผลตอบแทนในช่วงดังกล่าว และตั้งจุดขายตัดขาดทุนที่ประมาณ 93 ล้านบาท
ในด้านเทคโนโลยี ‘บิตคอยน์ ไฮเปอร์ (HYPER)’ ก็กำลังดึงดูดความสนใจของตลาดในฐานะโครงสร้างใหม่ที่ผสมผสานความปลอดภัยของบิตคอยน์กับความเร็วในการทำธุรกรรมระดับเดียวกับโซลานา(SOL) โดยมุ่งเป้าให้รองรับสมาร์ตคอนแทรกต์ แอปพลิเคชันกระจายศูนย์ (DApp) และการสร้างเหรียญมีม ล่าสุดแพลตฟอร์มนี้สามารถระดมทุนผ่านพรีเซลได้กว่า 3,070 ล้านดอลลาร์ (ราว 453 ล้านบาท) และได้รับการตรวจสอบโดย Consult การเชื่อมต่อระหว่างโลกของบิตคอยน์และโซลานานี้อาจกลายเป็น ‘สะพาน’ สำหรับการขยายความสามารถของ BTC ในอนาคต ความคิดเห็น ระบุว่าหาก HYPER เดินหน้าอย่างราบรื่น อาจเป็นตัวเร่งให้การใช้งานบิตคอยน์มีความหลากหลายและตอบโจทย์ตลาดยุคใหม่มากยิ่งขึ้น
ความคิดเห็น 0