**ไนจีเรียผนึกกำลังตำรวจ ปราบปรามขบวนการฉ้อโกงคริปโตทั่วประเทศ**
รัฐบาลไนจีเรียประกาศเดินหน้ากวาดล้าง *อาชญากรรมทางคริปโต* ทั่วประเทศ โดยคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ไนจีเรีย(SEC) ได้จับมือร่วมกับกองบัญชาการตำรวจภายในประเทศ สร้างระบบความร่วมมือเป็นทางการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลนักลงทุนและยับยั้งกิจกรรมฉ้อโกงในโลกสินทรัพย์ดิจิทัล
ตามรายงานของ Voice of Nigeria เมื่อวันที่ 24 คณะกรรมการ ก.ล.ต.ไนจีเรีย(SEC) ได้เปิดเผยมาตรการใหม่ที่เข้มงวด เช่น การกำหนด ‘ทุนขั้นต่ำ’ สำหรับผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล(VASP) และการเปิดเผยรายชื่อแพลตฟอร์มคริปโตต้องสงสัยต่อสาธารณะ ขณะเดียวกัน ยังเน้นย้ำการร่วมมือกับหน่วยงานตำรวจในการจัดการคดีหลอกลงทุนรูปแบบแชร์ลูกโซ่ผ่านคริปโต ซึ่งกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในประเทศ
เอโมโมทิมิ อากามา(Emomotimi Agama) ประธาน SEC ระบุภายหลังหารือกับคาโยเด เอกเบโตคุน(Kayode Egbetokun) ผบ.ตร.ไนจีเรียว่า “รูปแบบการหลอกลวงโดยแฝงการลงทุนในคริปโตและอัตราแลกเปลี่ยนกำลังล่อลวงผู้บริสุทธิ์ โดยเฉพาะผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง สูญเสียเงินออมและบำนาญไปกับอาชญากร ซึ่งเป็นภัยทางเศรษฐกิจที่บั่นทอนศรัทธาต่อระบบการเงิน”
ก.ล.ต.ไนจีเรียยังได้เสนอการจัดตั้ง ‘หน่วยงานเฉพาะกิจ’ เพื่อสืบสวนคดีฉ้อโกงคริปโตร่วมกับสำนักงานตำรวจ โดยอากามาให้ความเห็นว่า กลุ่มผู้กระทำผิดฉวยโอกาสใช้ช่องว่างกฎหมายในการซ่อนตัวและเคลื่อนย้ายเงินผิดกฎหมาย การสร้างทีมงานร่วมที่ผสมผสานความเชี่ยวชาญของทั้งสองสถาบัน จะช่วยให้สามารถรับมือกับอาชญากรรมอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ด้านสำนักงานตำรวจยืนยันให้ความร่วมมือเต็มที่ และแสดงความตั้งใจที่จะ “ปิดช่องโหว่ของระบบสืบสวน” เพื่อสกัดต้นตอปัญหาด้าน ‘อาชญากรรมไซเบอร์การลงทุน’
ไนจีเรียประสบปัญหาการแพร่ระบาดของโครงการหลอกลวงในรูปแบบแพลตฟอร์มคริปโตในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตัวอย่างสำคัญคือกรณี ‘คริปโต บริดจ์ เอ็กซ์เชนจ์(CBEX)’ ที่ล้มละลายในเดือนเมษายน 2025 ซึ่งเกี่ยวพันกับเงินลงทุนที่สูญหายไปถึง 1.3 ล้านล้านไนรา หรือประมาณ 1.35 แสนล้านบาท ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคม
นอกจากการทำงานร่วมกับตำรวจแล้ว SEC ยังได้สั่งเพิ่มข้อกำหนดใหม่ที่เข้มงวดขึ้น เช่น การกำหนด ‘ทุนขั้นต่ำ’ ให้กับผู้ให้บริการคริปโต และการเปิดเผยรายชื่อบริษัทที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายฉ้อโกง เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อเพิ่มเติม
ข้อมูลจากผู้ให้บริการข้อมูลบล็อกเชนระดับโลกอย่าง TripleA ระบุว่า ปัจจุบันชาวไนจีเรียกว่า 2.2 ล้านคน หรือคิดเป็น 10.34% ของประชากรทั้งหมด มีครอบครองสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างน้อยหนึ่งรายการ ส่งผลให้ไนจีเรียกลายเป็นประเทศผู้ถือครองคริปโตมากที่สุดในแอฟริกา
ความคิดเห็น: “การขยายตัวของตลาดคริปโตในประเทศกำลังพัฒนา เช่น ไนจีเรีย ต้องมาพร้อมกรอบกำกับดูแลที่ชัดเจนและกลไกปกป้องนักลงทุนที่เข้มแข็ง”
ก.ล.ต.ไนจีเรียย้ำว่า มาตรการทั้งหมดนี้เป็นเพียงก้าวเริ่มต้น ในการสร้างระบบนิเวศทางกฎหมายรองรับอุตสาหกรรมบล็อกเชนอย่างยั่งยืน โดยหวังว่าโมเดลดังกล่าวจะเป็นต้นแบบให้กับประเทศกำลังพัฒนาอื่นที่กำลังเผชิญกับความท้าทายจากอาชญากรรมทางคริปโตเช่นเดียวกัน
ความคิดเห็น 0