โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีกำหนดพบปะกับตัวแทนภาคธุรกิจคริปโต สถาบันการเงินดั้งเดิม และหน่วยงานกำกับดูแล ในวันที่ 19 สิงหาคมนี้ บริเวณใกล้ทำเนียบขาว เพื่อหารือ 'ทิศทางการกำกับดูแล' สินทรัพย์ดิจิทัล
TechFlow อ้างอิงโพสต์ทาง X ของเอลีนอร์ มูลเลอร์(Eleanor Mueller) นักข่าวจาก Semafor และรายงานของ Politico ระบุว่าทำเนียบขาวกำลังเตรียมการประชุมคริปโตในวันที่ 19 นี้ โดยรายชื่อผู้ได้รับเชิญที่ถูกเปิดเผยมีทั้งโคอินเบส($COIN), ริปเปิล(XRP), แอนดรีสเซน โฮโรวิทซ์, เชนลิงก์(LINK), พาราไดม์, Kalshi, Polymarket, แนสแด็ก(Nasdaq), CME, ICE และ DTCC
ฝั่งภาครัฐ ผู้ที่คาดว่าจะเข้าร่วมประกอบด้วยประธานาธิบดีทรัมป์, พอล แอตกินส์(Paul Atkins) ประธานสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์สหรัฐฯ(SEC) และไมเคิล เซลิก(Michael S. Selig) ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าสหรัฐฯ(CFTC) ส่วนสกอตต์ เบสเซนต์(Scott Bessent) รัฐมนตรีคลัง และฮาวเวิร์ด ลุตนิก(Howard Lutnick) รัฐมนตรีพาณิชย์ มีชื่อเป็นผู้ที่ 'อาจ' เข้าร่วมด้วย แต่ยังไม่ได้รับการยืนยัน
สถานที่จัดประชุมคาดว่าเป็นอาคาร Eisenhower Executive Office Building ซึ่งอยู่ใกล้กับตัวอาคารหลักของทำเนียบขาว ทั้งนี้ ทำเนียบขาว, SEC และ CFTC ยังไม่ได้เปิดเผยวาระการประชุมอย่างเป็นทางการ
ประเด็นหลักของการหารือคาดว่าจะเป็นเรื่อง 'โครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล' โดยร่างกฎหมาย CLARITY Act เป็นกฎหมายที่กำหนดขอบเขตว่า SEC และ CFTC จะกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทใดบ้าง แนวทางคือให้โทเคนที่มีลักษณะคล้ายหลักทรัพย์อยู่ภายใต้การกำกับของ SEC ส่วนสินทรัพย์ที่มีลักษณะคล้ายสินค้าโภคภัณฑ์ให้ CFTC ดูแล เพื่อวางมาตรฐานการจดทะเบียน การนำเข้าจดทะเบียนซื้อขาย และการเทรดในตลาดคริปโตสหรัฐฯ ให้ชัดเจนขึ้น
สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายนี้ไปแล้วเมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 ขณะที่คณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาก็ผลักดันร่างกฎหมายต่อไปอีกขั้นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2026 แต่ในขั้นตอนการลงมติเต็มสภาของวุฒิสภา ยังมีความเห็นต่างในประเด็นเงื่อนไขจริยธรรม การจ่ายผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์ และมาตรการคุ้มครองนักพัฒนาระบบการเงินไร้ตัวกลาง(DeFi)
การลงมติตามขั้นตอนของวุฒิสภากำหนดไว้ในวันที่ 15 กันยายน เวลา 14:15 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยต้องได้เสียงสนับสนุนถึง 60 เสียงจึงจะผ่าน ขณะที่พรรครีพับลิกันมีที่นั่งอยู่เพียง 53 ที่นั่ง ทำให้ลำพังเสียงจากพรรคเดียวไม่เพียงพอ ซินเทีย ลุมมิส(Cynthia Lummis) วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ เคยระบุว่ากฎหมายฉบับนี้จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบแบบข้ามพรรค เพื่อให้มีความยั่งยืนในระยะยาว
TechFlow ยังอ้างอิงความเห็นของเนต เจอราซี(Nate Geraci) ประธาน The ETF Store ผู้สันทัดกรณีด้านตลาด ETF ที่กล่าวว่า “รัฐบาลไม่อยากรอให้ CLARITY Act ผ่านสภา” และเสริมว่า “การได้รับแรงสนับสนุนเป็นเรื่องดี แต่ผมมองว่าพวกเขาตัดสินใจแล้วว่าจะเดินหน้าต่อไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม” ซึ่งเป็นการชี้ให้เห็นว่าหน่วยงานกำกับดูแลอาจเดินหน้าออกกฎเกณฑ์ของตัวเองคู่ขนานไปกับกระบวนการนิติบัญญัติของสภาคองเกรส
สิ่งที่การประชุมครั้งนี้มีความสำคัญต่อผู้อ่านนอกสหรัฐฯ ไม่ได้อยู่ที่ตัวร่างกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ 'แนวทางการกำกับดูแล' โดยรวม เพราะตลาดสหรัฐฯ มีทั้งกองทุน ETF บิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) แบบซื้อขายจริง, การนำเหรียญเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์, ตลาดคาดการณ์ผลลัพธ์เหตุการณ์ และสินทรัพย์ที่แปลงเป็นโทเคน ซึ่งล้วนเคลื่อนไหวเชื่อมโยงกันภายใต้กรอบการกำกับดูแลเดียวกัน หากมาตรฐานการกำกับดูแลของสหรัฐฯ เปลี่ยนไป ก็อาจส่งผลถึงเกณฑ์การพิจารณานำเหรียญเข้าจดทะเบียน การเปิดเผยข้อมูล และแผนขยายตลาดต่างประเทศของตลาดแลกเปลี่ยนและโปรเจกต์คริปโตในภูมิภาคอื่นด้วยเช่นกัน
คณะที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมของ CFTC(Innovation Advisory Committee หรือ IAC) ก็อยู่ในกระแสเดียวกันนี้ โดยรายชื่อกรรมการที่ CFTC เปิดเผยออกมา มีทั้งไบรอัน อาร์มสตรอง(Brian Armstrong) ซีอีโอโคอินเบส(Coinbase), แบรด การ์ลิงเฮาส์(Brad Garlinghouse) ซีอีโอริปเปิล(Ripple), เชน คอปแลน(Shayne Coplan) ซีอีโอ Polymarket, ทาเรก แมนซูร์(Tarek Mansour) ซีอีโอ Kalshi, เทอร์รี ดัฟฟี(Terry Duffy) ประธาน CME และอาดีนา ฟรีดแมน(Adena Friedman) ประธานแนสแด็ก(Nasdaq)
IAC เป็นคณะที่ปรึกษาที่ทำหน้าที่พิจารณาว่านวัตกรรมในตลาดอนุพันธ์และสินค้าโภคภัณฑ์ส่งผลต่อกรอบการกำกับดูแลอย่างไร แล้วเสนอความเห็นกลับไปยัง CFTC ก่อนหน้านี้ TokenPost รายงานว่า CFTC จะจัดประชุมคณะที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมนัดแรกในเวลา 03:00 น. ตามเวลาเกาหลีใต้ วันที่ 21 ทั้งนี้ ความเห็นของคณะกรรมการไม่ได้มีผลผูกพันให้กลายเป็นกฎระเบียบหรือแนวทางบังคับใช้ในทันที
ตลาดคาดการณ์ผลลัพธ์เหตุการณ์(prediction market) เป็นอีกประเด็นที่แยกออกมา โดย Kalshi และ Polymarket เปิดให้ซื้อขายสัญญาที่อ้างอิงผลลัพธ์ของเหตุการณ์ต่างๆ เช่น การเลือกตั้ง ตัวเลขเศรษฐกิจ และกีฬา ขณะที่ CFTC เคยแสดงจุดยืนว่าสัญญาลักษณะนี้อาจเข้าข่ายเป็นสัญญาสวอปหรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามกฎหมายการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์
ประเด็นนี้นำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างอำนาจกำกับดูแลระดับสหพันธรัฐกับระดับมลรัฐ ก่อนหน้านี้ TokenPost รายงานข้อพิพาทด้านเขตอำนาจระหว่าง CFTC กับหน่วยงานระดับมลรัฐ เกี่ยวกับสัญญาเหตุการณ์ในตลาดคาดการณ์ โดย Polymarket ระบุจุดยืนว่าตลาดคาดการณ์ที่ดำเนินการผ่านตลาดแลกเปลี่ยนที่จดทะเบียนกับ CFTC ควรอยู่ภายใต้กฎหมายระดับสหพันธรัฐเท่านั้น และไม่ควรถูกบังคับใช้กฎเกณฑ์ระดับมลรัฐหรือท้องถิ่นซ้ำซ้อน
อีกปัจจัยหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังการประชุมครั้งนี้ คือความเป็นไปได้ที่ SEC และ CFTC จะเดินหน้าออกกฎเกณฑ์ของตัวเอง แยกจากกระบวนการออกกฎหมายในสภาคองเกรส TechFlow ระบุว่า SEC และ CFTC สามารถดำเนินการออกกฎภายใต้กรอบกฎหมายที่มีอยู่เดิมได้ โดย CFTC อาจรวบรวมความเห็นจากภาคธุรกิจผ่าน IAC ขณะที่ SEC อาจเดินหน้าหารือกรอบการเสนอขายแยกต่างหากสำหรับสัญญาการลงทุนในสินทรัพย์คริปโตต่อไป
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้วาระการประชุมอย่างเป็นทางการและข้อสรุปของการประชุมวันที่ 19 ยังไม่ถูกเปิดเผยออกมา หลายฝ่ายมองว่าการประชุมครั้งนี้ไม่ใช่การประกาศกฎเกณฑ์ใหม่ที่สรุปแล้ว แต่เป็นเวทีที่ทำเนียบขาว หน่วยงานกำกับดูแลทั้งสองแห่ง และภาคธุรกิจ ใช้ประสานทิศทางร่วมกัน ก่อนการลงมติของวุฒิสภาในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้
แหล่งอ้างอิง: TechFlow, รายชื่อคณะที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมของ CFTC, ประกาศราชกิจจานุเบกษากลางของ CFTC เรื่องตลาดคาดการณ์ผลลัพธ์เหตุการณ์
ความคิดเห็น 0