รัฐบาลสหรัฐเร่งผลักดันแผน ‘สำรองบิตคอยน์’ ท่ามกลางอุปสรรคด้านกฎหมาย
แผนการของรัฐบาลสหรัฐในการจัดตั้ง ‘คลังสำรองบิตคอยน์(BTC) แห่งชาติ’ หรือ Strategic Bitcoin Reserve กำลังเข้าสู่ขั้นตอนการผลักดันอย่างจริงจัง แต่การดำเนินการยังติดขัดจากข้อจำกัดทางกฎหมายที่ยังไม่ชัดเจน
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) แพทริก วิตต์(Patrick Witt) ผู้อำนวยการคณะกรรมการคริปโตของทำเนียบขาว กล่าวว่า แม้แนวคิดจัดตั้งคลังสำรองบิตคอยน์อาจดูเรียบง่าย แต่ยังมีประเด็นทางกฎหมายที่ทำให้การวางนโยบายซับซ้อนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นข้อยกเว้นในบางกรณี หรือปัญหาด้านเขตอำนาจ เขาระบุว่าหน่วยงานรัฐบาลหลายแห่ง เช่น กระทรวงกลาโหม กระทรวงยุติธรรม(DOJ) และสำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย(OLC) กำลังพิจารณากฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยยืนยันว่า “บิตคอยน์ยังคงเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญเชิงนโยบายของเรา”
แผนงานดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากคำสั่งบริหารที่ทรัมป์ลงนามในเดือนมีนาคม 2025 ซึ่งเริ่มจัดให้บิตคอยน์และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ เข้าสู่ระบบ ‘คลังสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งชาติ’ โดยระบุให้บิตคอยน์เป็น ‘สินทรัพย์สำรองเชิงกลยุทธ์’ อย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานในทางปฏิบัติกลับยังไม่มีความคืบหน้าชัดเจน
*เสียงวิจารณ์ในวงการคริปโตพุ่งเป้าไปที่รัฐบาล*
ภายหลังการประกาศคำสั่งบริหาร เสียงวิจารณ์จากชุมชนบิตคอยน์ก็ดังขึ้นว่า รัฐบาลสหรัฐยังขาดความชัดเจนในการดำเนินแผนสำรองนี้ โดยเฉพาะข้อกำหนดในคำสั่งที่ไม่อนุญาตให้รัฐบาลซื้อบิตคอยน์โดยตรงจากตลาด แต่จำกัดเฉพาะการจัดเก็บจากกระบวนการยึดทรัพย์ เช่น กรณีรายได้จากอาชญากรรมเท่านั้น
จัสติน เบคเลอร์(Justin Bechler) นักลงทุนที่รู้จักกันดีในฐานะแนวร่วมบิตคอยน์ กล่าวว่า “ความหวังว่ารัฐบาลกลางจะกลายมาเป็นผู้ถือบิตคอยน์รายใหญ่ดูจะเป็นเพียงจินตนาการ เพราะสิ่งที่เราได้รับจนถึงตอนนี้คือถ้อยแถลงคลุมเครือจากนักการเมืองในวอชิงตัน และการโหนกระแสเพียงเท่านั้น”
นอกจากนี้ รายงานนโยบายสินทรัพย์ดิจิทัลฉบับล่าสุดที่เผยแพร่เดือนกรกฎาคม 2025 โดยฝ่ายบริหารของทรัมป์ ก็ไม่ได้ให้รายละเอียดเชิงปฏิบัติสำหรับการสร้างคลังสำรองบิตคอยน์เพิ่มเติมแต่อย่างใด กระตุ้นเสียงตำหนิยิ่งขึ้นว่าแผนการนี้เป็นเพียงภาพลวงตาทางการเมือง
*ชงแนวทางใหม่ ‘สำรองแบบไร้ภาระงบประมาณ’*
แม้ภาพรวมจะยังไม่ชัดเจน แต่ในเดือนสิงหาคม 2025 สกอตต์ เบสเซนต์(Scott Bessent) รัฐมนตรีคลังของสหรัฐ ได้เสนอแผน ‘ยุทธศาสตร์สำรองจากกำไรประเมินมูลค่า’ ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อภาระงบประมาณรัฐ เขาเสนอให้รัฐบาลนำกำไรจากสินทรัพย์ที่มีอยู่ เช่น ทองคำ มาพลิกใช้เป็นแหล่งเงินทุนสำหรับการจัดซื้อบิตคอยน์จากตลาด
แนวคิดนี้จุดประกายให้หลายฝ่ายเริ่มหันกลับมาให้ความสนใจกับโครงการคลังสำรองบิตคอยน์อีกครั้ง ขณะที่บางเสียงในวงวิชาการกังวลว่า หากสหรัฐไม่ดำเนินการเร็วพอ ประเทศอื่นอาจชิงจัดให้บิตคอยน์เป็น ‘สินทรัพย์กลยุทธ์’ ก่อน และขึ้นนำในสังเวียนเศรษฐกิจใหม่แบบดิจิทัล
แม้รัฐบาลสหรัฐยังถือครองคริปโตเป็นจำนวนมากในปัจจุบัน แต่แนวทางการจัดซื้อ การแทรกแซงตลาด และวิธีการจัดเก็บสินทรัพย์ยังคงคลุมเครือ การเดินหน้าโครงการคลังสำรองบิตคอยน์ในอนาคตขึ้นอยู่กับ ‘การปลดล็อกข้อกฎหมาย’ และ ‘ความชัดเจนทางนโยบายจากรัฐบาล’ เป็นสำคัญ
ความคิดเห็น 0