แรงขาย *บิตคอยน์(BTC)* จากฝั่งอเมริกากลับมากดดันตลาดอีกครั้ง โดยหนึ่งในสัญญาณสำคัญที่บ่งชี้ถึงแรงเทขายนี้คือ ค่าภาวะต่างของราคาในตลาดสหรัฐและตลาดโลก หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘Coinbase Premium Gap (CPG)’ ซึ่งล่าสุดลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบหนึ่งปี สะท้อนว่าแรงขายจากนักลงทุนสหรัฐกำลังเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) CPG ปรับตัวลดลงแตะ -63.85 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 ครั้งนั้นหลังจาก CPG ร่วงลงมาก ตลาด *บิตคอยน์(BTC)* ก็เผชิญแรงขายอย่างหนักภายในระยะเวลา 4 เดือน ราคาร่วงจากระดับประมาณ 102,000 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 78,350 ดอลลาร์ หรือลดลงกว่า 23,000 ดอลลาร์
ดัชนี CPG แสดงถึงความแตกต่างระหว่างราคาซื้อขาย BTC/USD บนแพลตฟอร์ม *Coinbase* ซึ่งเน้นลูกค้าในสหรัฐ และ BTC/USDT ของ *Binance* ที่สะท้อนตลาดโลก หากค่า CPG เป็นลบลึก แสดงว่านักลงทุนในอเมริกาเทขายหนักกว่าตลาดโลก ขณะที่หากเป็นบวก บ่งบอกถึงแรงซื้อฝั่งสหรัฐ
การดิ่งลงของ CPG ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงตลาดหลักทรัพย์สหรัฐหยุดทำการและไม่มีการซื้อขาย *ETF บิตคอยน์แบบสปอต* นักวิเคราะห์ชื่อ มินโยเลต์(Mignolet) ให้ความเห็นว่า “แรงขายไม่เกี่ยวข้องกับ ETF แต่เป็นการจัดพอร์ตของนักลงทุนรายใหญ่ในสหรัฐนอกระบบทุนสถาบัน ซึ่งเป็นรูปแบบที่เคยเกิดซ้ำมาแล้วก่อนหน้านี้”
ด้านบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกยังมีผลกระทบต่อกลุ่มสินทรัพย์เสี่ยง เมื่อ *ประธานาธิบดีทรัมป์* เพิ่มระดับการข่มขู่ทางภาษีกับสหภาพยุโรป(EU) สร้างความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ นักลงทุนหันไปหาสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและเงิน ส่งผลให้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าของตลาดหุ้นสหรัฐอ่อนตัวลงชัดเจน บ่งชี้ถึงแนวโน้ม *หลีกเลี่ยงความเสี่ยง* ของนักลงทุน
ภายใต้แรงกดดันหลายด้าน การวิเคราะห์ทางเทคนิคก็ให้สัญญาณตรงกันว่าแนวโน้ม *บิตคอยน์(BTC)* อาจอ่อนแรง โดยในกราฟรายวันพบว่า ราคาเคลื่อนในรูปแบบ ‘Rising Wedge’ หรือ *รูปแบบลิ่มขาขึ้น* ซึ่งมักนำไปสู่แรงขายเมื่อแรงซื้อเริ่มอ่อนตัว เส้นแนวโน้มด้านล่างกำลังแบกรับแรงกดดัน หาก CPG ถดถอยต่อเนื่องเส้นแนวรับอาจพังลงและทำให้เกิดแรงขายหนัก
หาก *บิตคอยน์(BTC)* หลุดจากรูปแบบดังกล่าวอย่างชัดเจน ราคามีโอกาสปรับลงเพิ่มเติมเท่ากับความสูงของลิ่ม โดยเป้าหมายของการปรับฐานอาจอยู่ในช่วงแนวรับเดิมบริเวณ 80,000-78,000 ดอลลาร์
สิ่งที่น่าสนใจคือ แรงขายในรอบนี้ดูเหมือนจะมาจากกลุ่มวาฬเพียงฝ่ายเดียว แม้ตลาด ETF จะพักการซื้อขาย ซึ่งสะท้อนว่าในช่วงเวลาที่สถาบันหยุดพัก กลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ยังมีบทบาทในการชี้นำตลาดอย่างมาก ความเคลื่อนไหวไม่ได้จบเพียงแค่การบริหาร ETF เท่านั้น
ระยะสั้น ปัจจัยหลักที่ต้องจับตา ได้แก่ ความรุนแรงของแรงขายจากสหรัฐ, แนวโน้มของดัชนี CPG และทิศทางของรูปแบบ ‘Rising Wedge’ เมื่อความวิตกจากมหภาคและแรงขายทางเทคนิคเกิดขึ้นพร้อมกัน ไม่อาจตัดความเป็นไปได้ที่ *บิตคอยน์(BTC)* จะร่วงทดสอบระดับ 80,000 ดอลลาร์ในเวลาอันใกล้
ความคิดเห็น 0