บิตคอยน์(BTC) เริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนทรัพย์สินเพื่อการเกษียณในสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ หลังจากบริษัทประกันภัยเดลาแวร์ ไลฟ์ อินชัวรันซ์(Delaware Life Insurance Company) ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ประกันบำนาญแบบตรึงดัชนี (Fixed Index Annuity) ที่รวม ‘การเปิดรับความเคลื่อนไหวของบิตคอยน์’ ผ่านผลิตภัณฑ์ของแบล็คร็อก โดยลูกค้าไม่จำเป็นต้องถือครองเหรียญจริง
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) เดลาแวร์ ไลฟ์ เปิดเผยว่า ได้เพิ่มดัชนีใหม่ที่พัฒนาโดยแบล็คร็อกลงในประกันบำนาญจำนวน 3 แบบ ซึ่งดัชนีนี้อ้างอิงจากการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ ร่วมกับความเคลื่อนไหวของบิตคอยน์ โดยอิงกับกองทุน ETF แบบถือครองบิตคอยน์ตัวจริง ‘iShares Bitcoin Trust’ ของแบล็คร็อก เท่ากับว่าผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงผลตอบแทนของบิตคอยน์ได้โดยไม่ต้องครอบครองสินทรัพย์จริง
บริษัทระบุว่าดัชนีชุดนี้มีเป้าหมายควบคุมความผันผวนเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 12% ซึ่งออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยงในการสูญเสียเงินต้น แต่ยังสามารถเปิดรับบางส่วนของผลตอบแทนในตลาด ดังนั้นผู้ลงทะเบียนประกันสามารถรักษาหลักการสำคัญของประกันบำนาญด้าน ‘การคุ้มครองเงินต้น’ ขณะเดียวกันก็สามารถกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์อย่างบิตคอยน์ได้
ประกันบำนาญแบบตรึงดัชนีเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ต้องลงทุนด้วยตัวเอง แต่เชื่อมโยงกับผลตอบแทนของดัชนีที่เลือก และยังมีข้อดีด้านการเลื่อนเวลาชำระภาษีอีกด้วย เดลาแวร์ ไลฟ์ ระบุว่ามียอดขายสะสมของผลิตภัณฑ์บำนาญรวมแล้วกว่า 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.59 ล้านล้านบาท) ณ เดือนพฤศจิกายน 2025
ทางด้านแบล็คร็อก ซึ่งเป็นผู้ออก iShares Bitcoin Trust ได้เปิดตัว ETF ดังกล่าวตั้งแต่เดือนมกราคม 2024 และสามารถดึงดูดสินทรัพย์ภายใต้การจัดการได้มากกว่า 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.59 ล้านล้านบาท) กลายเป็นกองทุน ETF บิตคอยน์แบบถือเหรียญจริงที่ใหญ่ที่สุดในตลาด ข้อมูลดังกล่าวได้รับการยืนยันโดย CoinMarketCap และแบล็คร็อกระบุว่า ETF นี้กลายเป็นธีมการลงทุนอันดับ 3 ของบริษัทภายในสิ้นปี 2025
อย่างไรก็ตาม เดลาแวร์ ไลฟ์ ไม่ใช่เพียงรายเดียวที่ทดลองนำบิตคอยน์เข้ามาในแบบแผนการประกันภัย ล่าสุด กลุ่มมีนไวล(Meanwhile Group) ซึ่งเป็นสตาร์ทอัปประกันชีวิตที่เน้นเทคโนโลยี ได้เปิดตัวประกันชีวิตที่ใช้บิตคอยน์เป็นหลักประกันในเดือนมิถุนายน 2023 และเมื่อเดือนตุลาคม 2025 บริษัทสามารถระดมทุนเพิ่มกว่า 82 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,213 ล้านบาท) เพื่อขยายผลิตภัณฑ์เกษียณที่เกี่ยวข้องกับบิตคอยน์
อีกหนึ่งกรณีที่น่าสนใจคือ บริษัทประกันไทบิต(Tabit) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่หมู่เกาะเคย์แมน ได้นำระบบบัญชีสินทรัพย์ของบริษัทมาใช้บิตคอยน์แทนเงินสด ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2024 บริษัทไทบิตได้จัดหาเหรียญบิตคอยน์มูลค่า 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 591 ล้านบาท) ไว้เป็นทุนสำรองสำหรับการจ่ายเงินประกัน เป็นกรณีแรกที่เงินสำรองตามกฎระเบียบที่ต้องใช้เพื่อจ่ายค่าสินไหมในอนาคตถูกถือไว้ในรูปแบบของบิตคอยน์ทั้งหมด
ด้านนโยบาย ภาครัฐก็เริ่มขานรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเช่นกัน เมื่อเดือนสิงหาคม 2025 ประธานาธิบดีทรัมป์มีคำสั่งฝ่ายบริหารให้หน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ อนุญาตให้ขยายการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างคริปโตเคอร์เรนซีเข้าในแผนเกษียณ 401(k) ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึงความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของบทบาทบิตคอยน์และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ ในตลาดผู้เกษียณและสถาบัน
ความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า แนวโน้มนี้อาจพลิกโฉมรูปแบบการจัดพอร์ตลงทุนเพื่อการเกษียณในอนาคต แต่ว่าความผันผวนของราคาบิตคอยน์ยังเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่รัดกุมพร้อมกรอบกำกับดูแลที่ชัดเจนเพื่อรองรับการนำคริปโตมาใช้ในผลิตภัณฑ์ด้านการเงินอย่างปลอดภัย
ความคิดเห็น 0