เครือข่ายพาย(Pi Network) ฉลองครบรอบ 7 ปี พร้อมเสียงเรียกร้องจากผู้ใช้งานให้เดินหน้าพัฒนาแอปให้เป็นระบบที่ ‘ใช้งานได้จริง’ ท่ามกลางข้อสงสัยเรื่องความมีอยู่ของมูลค่าที่แท้จริง โดยล่าสุด ผู้ใช้งาน X (ชื่อเดิมทวิตเตอร์) รายหนึ่งภายใต้นาม ‘open mainnet’ ได้เสนอมุมมองสำคัญต่อการผลักดัน เครือข่ายพาย เติบโตเข้าสู่โลก *การเงินไร้ศูนย์กลาง (DeFi)* อย่างเต็มรูปแบบ
‘open mainnet’ ได้โพสต์เสนอแนะไปยัง นิโคลัส โคคาลิส(Nicholas Kokkalis) และทีมพัฒนา โดยชี้ว่าการสร้างระบบนิเวศ DeFi ที่สมบูรณ์ควรเป็นเป้าหมายสำคัญของเครือข่ายพาย ซึ่งรวมถึง *การแลกเปลี่ยนแบบไร้ศูนย์กลาง (DEX)* บริการให้กู้แบบ P2P และระบบ *สเตค* ที่ให้ผลตอบแทน โดยเขาเห็นว่าฟีเจอร์เหล่านี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มปริมาณการใช้งาน แต่ยังเป็น ‘แรงขับเคลื่อน’ สำคัญของการเติบโตด้านเทคโนโลยีและผู้ใช้งาน
เขายังกล่าวเพิ่มเติมว่า การจับมือกับโปรโตคอล DeFi ชั้นนำอย่าง เอเอฟวี (AAVE) และ ยูนิสวอป(Uniswap) จะเปิดโอกาสให้ผู้ถือครองพาย(Pi) สามารถรับดอกเบี้ยหรือเข้าถึงการแลกเปลี่ยนแบบคล่องตัวมากขึ้น ซึ่งจะเพิ่ม ‘มูลค่าการใช้งาน’ และจุดเชื่อมต่อสู่การยอมรับในวงกว้าง
นอกเหนือจากแง่มุมการใช้งาน ตัวเขายังแนะนำว่า ควรพัฒนา *สมาร์ตคอนแทรกต์* และโซลูชัน *เลเยอร์ 2 (L2)* เพื่อยกระดับขีดความสามารถของเครือข่าย โดยควรอัปเกรดกลไกเดิมที่อิงกับแพลตฟอร์มสเตลลาร์ให้สามารถรองรับการทำงานอัตโนมัติและรองรับปริมาณผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างมีเสถียรภาพ
อีกหนึ่งจุดเน้นคือ การศึกษาและการให้รางวัลแก่ผู้ใช้ในประเทศกำลังพัฒนา เพื่อลดกำแพงด้านความรู้และเพิ่มการมีส่วนร่วม พร้อมกับเสนอให้ทีมพัฒนามองให้ความสำคัญกับระบบ *KYC (Know Your Customer)* และการตรวจสอบโค้ดของสมาร์ตคอนแทรกต์ เพื่อเสริมสร้าง ‘ความน่าเชื่อถือ’ ของระบบโดยรวม
ผู้ใช้รายนี้สรุปว่า เครือข่ายพาย กำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนจาก ‘แอปขุดเหรียญ’ ไปสู่ ‘เครื่องมือทางการเงิน’ ที่สมบูรณ์แบบ และความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะเป็นจุดกลับตัวสำคัญต่อภาพลักษณ์ในระยะยาว
ล่าสุด คอร์ทีมของเครือข่ายพายได้ออกอัปเดตใหม่ผ่าน *Pi App Studio* ด้วยการเพิ่มฟีเจอร์ระบบจ่ายเงินแบบพื้นฐานให้แอปที่สร้างบนระบบของตน ซึ่งแม้ในตอนนี้จะรองรับแค่ ‘พายทดลอง’ แต่ก็ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปิดทางให้ผู้ใช้งานที่ไม่มีทักษะการเขียนโค้ดสามารถเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาได้
อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือ การเปิดให้ผู้สร้างแอปสามารถ ‘ดูโฆษณาเพื่อแลกเครดิต’ แทนการใช้พายจริงในการเปิดใช้งาน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงและต้นทุนสำหรับผู้เริ่มต้น และส่งเสริมให้ระบบนิเวศมีความหลากหลายมากขึ้น
ผลของการพัฒนาเหล่านี้เริ่มสะท้อนกลับมาที่ราคาโทเคนพาย โดยราคาปรับตัวขึ้นประมาณ 5% ภายใน 24 ชั่วโมงล่าสุด สู่ระดับประมาณ 0.19 ดอลลาร์ หรือ 2,789 วอน แม้จะเคยอยู่ในช่วงขาลงหลายเดือน การฟื้นตัวนี้ทำให้ พาย กลับเข้าสู่กลุ่มสกุลเงินดิจิทัลที่มีผลตอบแทนสูงสุดใน 100 อันดับแรกอีกครั้ง
คอร์ทีมยังเดินหน้ารับฟังความคิดเห็นจากชุมชนผ่านแบบสอบถาม โดยเปิดให้ผู้ใช้งาน *App Studio* 1,000 รายแรกที่ตอบแบบสอบถามได้รับ ‘พาย’ จำนวน 5 เหรียญเป็นรางวัล ซึ่งไม่เพียงส่งเสริมการมีส่วนร่วม แต่ยังเป็นการทดลองโมเดล ‘รางวัลบนพื้นฐานของความไว้วางใจ’
แม้ปัจจุบัน *เมนเน็ตของพาย* จะยังไม่เปิดใช้เต็มรูปแบบ และถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับความโปร่งใสอยู่บ่อยครั้ง แต่พัฒนาการที่เกิดขึ้นในช่วงหลัง ทั้งในด้านเทคโนโลยีและระบบนิเวศ ถือเป็น ‘สัญญาณบวก’ ของการเปลี่ยนผ่าน ขณะที่ชุมชนและผู้เชี่ยวชาญต่างเห็นตรงกันว่า *ตอนนี้คือเวลาแล้ว* ที่เครือข่ายพายควรขยับจาก ‘แอปขุดเหรียญธรรมดา’ สู่ ‘เครือข่ายการเงินดิจิทัลที่ใช้งานได้จริง’ อย่างแท้จริง
ความคิดเห็น 0