Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) มูลค่า 70 พันล้านวอนถูกแฮกผ่านฟิชชิง ขณะอยู่ในการดูแลของอัยการเกาหลีใต้

**บิตคอยน์(BTC) มูลค่ากว่า 700 พันล้านวอนถูกขโมยผ่าน ‘ฟิชชิง’ ระหว่างอยู่ในการดูแลของอัยการเกาหลีใต้**

เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดในวงการคริปโตของเกาหลีใต้ เมื่อ *บิตคอยน์(BTC)* ที่ถูกยึดจากคดีอาชญากรรมและอยู่ในการดูแลของสำนักงานอัยการ ถูกแฮกออกไปผ่านการโจมตีแบบฟิชชิง มูลค่ารวมราว *700 พันล้านวอน* (ประมาณ *4,770 ล้านดอลลาร์สหรัฐ*) สร้างความตกตะลึงและตั้งคำถามต่อมาตรฐานความปลอดภัยในการจัดเก็บสินทรัพย์ดิจิทัลของทางการ

เมื่อวันที่ 23 ตามรายงานของสื่อท้องถิ่นหลายแห่ง สำนักงานอัยการเมืองกวางจูตรวจพบความผิดปกติระหว่างการตรวจสอบทรัพย์สินที่ยึดไว้ตามปกติ และพบว่า *บิตคอยน์มูลค่าประมาณ 70 พันล้านวอน* ได้หายไปจากระบบ ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า สาเหตุอาจมาจากเจ้าหน้าที่ภายในสำนักงานซึ่งเผลอคลิกเข้าลิงก์เว็บไซต์ปลอม ส่งผลให้ข้อมูลเข้าถึงกระเป๋าคริปโตหลุดไปยังบุคคลภายนอก

เจ้าหน้าที่จากสำนักงานอัยการเปิดเผยว่า “จากเบาะแสที่มีอยู่ในขณะนี้ คาดว่าเกิดจากข้อผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ภายในที่เชื่อมต่อกับเว็บไซต์ฟิชชิง ทำให้สิทธิ์การเข้าถึงถูกขโมยไป” ซึ่งสะท้อนว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การ *แฮก* ที่มาจากภายนอกล้วนๆ แต่ยังเกี่ยวข้องกับการรั่วไหลของข้อมูลภายในอีกด้วย

ฟิชชิงถือเป็นภัยออนไลน์ที่พบได้ทั่วไปในวงการคริปโต โดยมิจฉาชีพจะส่งอีเมลหรือข้อความที่ดูคล้ายแพลตฟอร์มทางการ เพื่อหลอกให้เหยื่อระบุข้อมูลส่วนตัว เช่น *คีย์ส่วนตัว* (Private Key) หรือรหัสผ่าน ซึ่งกรณีนี้แม้ไม่ได้มุ่งเป้าหมายแบบสุ่มแต่ก็นำไปสู่การโจรกรรมครั้งใหญ่ในการดูแลของทางราชการ

แม้ทางการจะยังไม่เปิดเผยช่วงเวลาที่แน่ชัดหรือจำนวนผู้เสียหาย แต่ยืนยันว่ากำลังสืบสวนในทางลึกและติดตามเส้นทางของเงินที่หายไป

ความคิดเห็น: *เหตุการณ์นี้เหมือนการตบหน้าแนวทางการบริหารสินทรัพย์ดิจิทัลของรัฐบาลเอง* โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เกาหลีใต้เพิ่งเปิดโปงเครือข่ายฟอกเงินขนาดใหญ่จากการใช้คริปโตเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา การโจรกรรมเกิดขึ้นติดกันสองวัน ยิ่งตอกย้ำถึงช่องโหว่ในระบบตรวจสอบและเก็บรักษาทรัพย์สินดิจิทัลของหน่วยงานภาครัฐ

ไม่ใช่แค่เกาหลีใต้เท่านั้น ประเทศอื่นๆ ก็เจอกับความท้าทายนี้เช่นกัน ยกตัวอย่าง *สหรัฐอเมริกา* ที่ *ในเดือนมิถุนายน ปีที่ผ่านมา* โคอินเบสได้ร่วมมือกับ *หน่วยสืบราชการลับ* ยึดคืนคริปโตมูลค่าราว *225 ล้านดอลลาร์สหรัฐ* จากแก๊งหลอกลวง หรือ *สหราชอาณาจักร* ที่เผชิญการวิพากษ์อย่างหนักใน *เดือนตุลาคม ปีเดียวกัน* หลังรัฐบาลวางแผนเก็บ *บิตคอยน์* ที่ถูกยึดจากคดีมูลค่ากว่า *6.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ* โดยยังไม่ชัดเจนว่าจะคืนให้ผู้เสียหายหรือไม่

แม้ว่า *จำนวนเหยื่อและมูลค่าความเสียหายจากฟิชชิงจะลดลงทั่วโลก* อย่างมีนัยยะ โดยในปีที่ผ่านมา มีการสูญเสียราว *83.85 ล้านดอลลาร์สหรัฐ* ลดลงกว่า *80%* เมื่อเทียบกับ *ปี 2024* ซึ่งข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ความปลอดภัย *สแกม สนิฟเฟอร์(Scam Sniffer)* แสดงให้เห็นว่าผู้ใช้ตื่นตัวมากขึ้น แต่ก็ยืนยันว่า การจัดเก็บสินทรัพย์คริปโตโดยองค์กรของรัฐยังคงเป็นจุดอ่อนที่อันตราย

ความคิดเห็น: *ในขณะที่การควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัลยังเดินหน้า การละเลยความปลอดภัยกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาใหม่ที่ตามมา*

กรณีของเกาหลีใต้นี้จึงอาจกลายเป็นสัญญาณเรียกร้องให้มีการวางกรอบแนวปฏิบัติมาตรฐานระดับโลกสำหรับการจัดเก็บ *คริปโตเคอร์เรนซี* โดยหน่วยงานราชการ ทั้งในแง่เทคโนโลยีและกฎหมาย เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกเจาะระบบหรือใช้ประโยชน์จากความประมาทของเจ้าหน้าที่เอง

ทางการเกาหลีใต้อาจต้องทบทวนแนวทางการบริหารจัดการทรัพย์สินดิจิทัลที่ถูกยึด เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดซ้ำอีก ขณะเดียวกัน ประเทศต่างๆ ทั่วโลกก็กำลังจับตามองและอาจต้องเร่งกำหนดมาตรฐานที่ชัดเจนเพื่อรับมือกับยุคแห่งสินทรัพย์ดิจิทัลที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว.

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1