บริษัทจัดการสินทรัพย์ *บิทไวส์(Bitwise Asset Management)* เปิดตัวกองทุน ETF ใหม่ที่ผสมผสานระหว่าง *บิตคอยน์(BTC)* และทองคำ เพื่อตอบสนองต่อความเสี่ยงจากการลดลงของมูลค่าเงินตรา โดยกองทุนนี้ถูกมองว่าเป็นอีกก้าวสำคัญในการปรับใช้คริปโตเคอร์เรนซีในแผนกลยุทธ์มหภาค
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) บิทไวส์ประกาศเปิดตัวกองทุนชื่อ ‘Bitwise Proficio Currency Debasement ETF’ ในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก(NYSE) ภายใต้ชื่อย่อ *BPRO* โดย ETF นี้อยู่ในรูปแบบการบริหารเชิงกลยุทธ์ (active), ลงทุนกระจายทั้งใน *บิตคอยน์*, โลหะมีค่า และหุ้นของบริษัทเหมืองทองคำ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและการสูญเสียอำนาจซื้อของเงินเฟียต
จุดเด่นของ BPRO คือแตกต่างจาก ETF สปอตบิตคอยน์ทั่วไป เนื่องจากผู้จัดการกองทุนสามารถปรับสัดส่วนระหว่างสินทรัพย์ดิจิทัลและสินค้าโภคภัณฑ์ได้อย่างยืดหยุ่น จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ไม่ต้องการให้พอร์ตมีความผันผวนจาก *บิตคอยน์* โดยตรง ความยืดหยุ่นนี้กลายเป็นจุดขายในยุคที่ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น
บิทไวส์ยังระบุว่า กองทุนนี้จะจัดสรรการลงทุนขั้นต่ำที่ 25% ในทองคำ โดยมีอัตราค่าบริหารจัดการอยู่ที่ 0.96% จุดมุ่งหมายของกองทุนเน้นการรักษาทุน (capital preservation) มากกว่าการแสวงหาผลตอบแทนระยะสั้น ซึ่งแตกต่างจากผลิตภัณฑ์คริปโตทั่วไป
บ๊อบ เฮย์เบอร์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านการลงทุนของ *โปรฟิซิโอ แคปิตอล พาร์ทเนอร์ส(Proficio Capital Partners)* เปิดเผยว่า ทองคำถึงแม้จะเป็นสินทรัพย์ระยะยาวที่เชื่อถือได้ แต่กลับถูกละเลยในพอร์ตการลงทุนสมัยใหม่ โดยอ้างงานวิจัยจากโกลด์แมน แซคส์ที่ระบุว่า ETF ทองคำถือครองโดยนักลงทุนทั่วไปยังไม่ถึง 1% ของทรัพย์สินทางการเงินทั้งหมด
ด้านความสามารถของ *บิตคอยน์* ในการทำหน้าที่เป็นเครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อ ยังถูกตั้งคำถามในแง่ประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับทองคำในช่วงสถานการณ์จริง
คาเรล เมิร์กซ์ นักวิเคราะห์จากบริษัทจัดการสินทรัพย์ในเนเธอร์แลนด์อย่าง Beleggers Belangen ระบุว่า ในช่วงที่ *ประธานาธิบดีทรัมป์* ออกมากดดันธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อย่างเปิดเผย ความเสี่ยงต่อการเสียดุลของนโยบายการเงินเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทองคำตอบสนองด้วยการพุ่งขึ้น แต่ *บิตคอยน์* กลับไม่มีปฏิกิริยาในเชิงบวก ทำให้เกิดข้อสงสัยต่อบทบาทการเป็น ‘สินทรัพย์ปลอดภัย’
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า *คริปโตเคอร์เรนซี* เริ่มได้รับการพิจารณานอกเหนือจากการเป็นสินทรัพย์เพื่อเก็งกำไร แต่ยังอาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของแผนจัดการความเสี่ยงในเชิงมหภาค อย่างไรก็ตาม หาก *บิตคอยน์* ต้องการเสริมความเชื่อมั่นในฐานะสินทรัพย์รักษามูลค่าเช่นเดียวกับทองคำ ยังจำเป็นต้องแสดงให้เห็นถึงผลงานที่มั่นคงและได้รับการยอมรับมากขึ้นในระยะยาว
ความคิดเห็น 0