บิตคอยน์(BTC) กว่า 16,000 เหรียญถูกโอนเข้าสู่แพลตฟอร์มซื้อขายภายในช่วงเวลาเพียงสองวัน สร้างความวิตกว่าปริมาณเหรียญจำนวนมหาศาลนี้อาจกลายเป็น *แรงกดดันในการขาย* และชะลอแนวโน้มการพุ่งขึ้นของราคาบิตคอยน์ในระยะสั้น เหตุการณ์นี้สะท้อนพฤติกรรมคล้ายช่วงกรกฎาคมถึงสิงหาคมปีที่ผ่านมา ซึ่งบิตคอยน์เคยแตะระดับสูงก่อนการปรับฐานใหญ่
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของนักวิเคราะห์สินทรัพย์ดิจิทัล อักเซล แอดเลอร์ จูเนียร์ เปิดเผยว่า ในวันอังคารมีบิตคอยน์จำนวน 9,867 BTC (คิดเป็นมูลค่าราว 2,405 พันล้านวอน) และในวันถัดมา 6,786 BTC (ราว 1,655 พันล้านวอน) ถูกส่งเข้าสู่กระดานเทรด ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยการไหลสุทธิรายวันของเดือนมกราคมที่อยู่ในช่วง -2,000 ถึง +2,000 BTC อย่างมีนัยสำคัญ แม้หลังจากนั้นการไหลสุทธิกลับเข้าสู่ภาวะปกติที่ 296 BTC แต่มูลค่าการโอนสะสมในสองวันดังกล่าวอาจสร้าง *ความกดดันด้านซัพพลาย*
ราคาบิตคอยน์ในขณะนี้ยังติดอยู่ในช่วงต้านทางเทคนิคที่ 89,000–90,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,304.8–1,318.8 ล้านบาท) ทำให้ไม่สามารถขึ้นต่อแบบเต็มแรงได้ นอกจากนี้ ดัชนี SOPR ซึ่งติดตามอัตราส่วนกำไรขาดทุนของนักลงทุนระยะสั้น ก็ยังอยู่ต่ำกว่าจุดคุ้มทุนที่ 1 โดยค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 7 วันที่ผ่านมาอยู่ที่ 0.996 ขณะที่ช่วงราคาราว 87,500 ดอลลาร์ (ประมาณ 1,281.9 ล้านบาท) SOPR เคยลดต่ำถึง 0.965 แสดงให้เห็นว่าผู้ลงทุนระยะสั้นกำลังขาดทุนเฉลี่ยราว 3.5% ซึ่งบ่งบอกว่า *ตลาดยังไม่พร้อมสำหรับการพลิกฟื้นเต็มตัว*
อย่างไรก็ดี สัญญาณจากข้อมูลบนเชนกลับให้มุมมองที่เป็นบวกมากขึ้น โดยข้อมูลของ Glassnode ชี้ว่าความรู้สึกของตลาดเริ่มมีแนวโน้มฟื้นตัว โดยเฉพาะข้อมูล CVD หรือ ‘ปริมาณการจับคู่สัญญาการซื้อ-ขายในตลาดสปอต’ จากกระดานใหญ่ เช่น ไบแนนซ์ และคอยน์เบส ปรากฏว่ามียอดฝั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัย ขณะที่แรงขายก็ดูจะเริ่มนิ่งลง เช่นเดียวกับคอยน์เบสที่แรงขายเริ่มลดลงเป็นปกติ เป็นสัญญาณว่า *แรงขายระยะสั้นกำลังอ่อนตัวลง*
นักวิเคราะห์ชื่อ ดาร์กโพสต์ แสดงความเห็นด้วยว่า ดัชนีของ *สเตเบิลคอยน์* ก็กำลังบ่งบอกถึง “โซนราคาก้นหลุม” เช่นกัน โดยเฉพาะ ‘อัตราส่วนการหมุนเวียนของสเตเบิลคอยน์’ หรือ SSR ที่ลดลงอย่างมาก สะท้อนว่าแม้ราคาบิตคอยน์จะลดลง แต่ *สภาพคล่องในตลาดจากฝั่งผู้ซื้อยังคงมีอยู่* ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกในระยะต่อไป
แต่ในภาพรวม *ผู้เชี่ยวชาญยังมองว่ากำลังซื้อยังไม่เข้มข้นพอ* ที่จะดึงราคาขึ้นได้อย่างมั่นคง หากไม่มีแรงซื้อใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง โอกาสที่บิตคอยน์จะเข้าสู่ช่วงปรับฐานในระยะหลังสูงขึ้น ความสามารถในการยืนเหนือแนวรับสำคัญ รวมทั้ง ‘ความเชื่อมั่นของนักลงทุน’ จึงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้
ความคิดเห็น 0