นักลงทุนระยะยาวเทขาย ‘บิตคอยน์’ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังราคาทะลุ 40,000 ดอลลาร์
นักลงทุนระยะยาวในบิตคอยน์(BTC) เริ่มเทขายในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในรอบการปรับขึ้นของราคาครั้งล่าสุดที่มีรูปแบบการขายแตกต่างจากอดีตอย่างชัดเจน ตามข้อมูลจากรายงานของบริษัทวิเคราะห์บนเครือข่ายบล็อกเชน คริปโตควอนท์(CryptoQuant)
นักวิเคราะห์จากคริปโตควอนท์อย่าง คริปโต เมฟซิมี(Kripto Mevsimi) ระบุว่า ตั้งแต่ต้นปี 2024 เป็นต้นมา บิตคอยน์ที่ไม่เคลื่อนไหวมาอย่างน้อย 2 ปี เริ่มถูกนำออกมาหมุนเวียนในตลาดจำนวนมาก โดยเรียกช่วงปี 2024–2025 ว่าเป็น “ช่วงที่ซัพพลายถูกกระตุ้นจากผู้ถือระยะยาวสูงสุดในประวัติศาสตร์ของบิตคอยน์”
หากเปรียบเทียบกับรอบก่อนหน้าที่ราคาบิตคอยน์แตะจุดสูงสุดที่ 20,000 ดอลลาร์เมื่อปี 2017 ปริมาณซัพพลายที่ถูกเทออกในขณะนี้ก็ใกล้เคียง อย่างไรก็ตาม ‘สิ่งที่ต่างออกไป’ ในรอบนี้คือ บิตคอยน์เก่าที่ไม่ได้เคลื่อนไหวมายาวนาน เริ่มเข้าสู่ตลาดแม้จะไม่มีการพุ่งขึ้นของราคาอย่างรุนแรงหรือแรงซื้อจากนักเก็งกำไรเหมือนที่เคยเห็นมาก่อน
ความเคลื่อนไหวเริ่มต้นที่ระดับ 40,000 ดอลลาร์
แม้ราคาจะยังไม่ถือว่าเกินการพุ่งแรง แต่ข้อมูลของคริปโตควอนท์ชี้ว่า นักเทรดสาย Hodl หรือนักลงทุนระยะยาวเริ่มต้นขายบิตคอยน์ของตนตั้งแต่ราคาขยับทะลุ 40,000 ดอลลาร์ (ราว 5.87 ล้านบาท) โดยไม่ใช่แค่เพราะราคาขึ้น แต่เพื่อลดความเสี่ยงในพอร์ตและปรับกลยุทธ์การถือครองใหม่
รายงานระบุว่าแม้ในช่วงต้นปี 2026 แรงขายอาจดูชะลอลงเล็กน้อย แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่านี่คือการหยุดพักชั่วคราวหรือสัญญาณของการสะสมระยะยาวรอบใหม่ โดย เมฟซิมี ให้ความเห็นว่า “ความเคลื่อนไหวล่าสุดอาจเป็นเพียงการพักหายใจระยะสั้น หรืออาจเป็นสัญญาณแรกของช่วงสร้างฐานใหม่ ซึ่งยังต้องติดตามต่อ”
โครงสร้างผู้ถือครองกำลังเปลี่ยนไป
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า รูปแบบการลงทุนในบิตคอยน์อาจกำลังเปลี่ยนแปลง ไม่ได้วนลูปเพียงแค่รอบราคาที่ยึดตามการ ‘ลดรางวัลบล็อก’ (halving) ทุก 4 ปีอีกต่อไป หากแต่ปัจจัยอย่าง ‘ใครเป็นผู้ถือ และถือทำไม’ กำลังกลายเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาเพิ่มมากขึ้น
คริปโตควอนท์อธิบายว่า “บิตคอยน์ไม่ได้เป็นแค่สินทรัพย์ที่มีวัฏจักรราคา แต่องค์ประกอบของนักถือครองเองก็กำลังเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งพฤติกรรมของผู้ถือระยะยาวถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างนี้”
ราคาบิตคอยน์ปัจจุบันที่อยู่ใกล้ระดับ 90,000 ดอลลาร์ (ราว 1.32 ล้านบาท) ยังไม่อาจการันตีทิศทางตลาดในระยะต่อไป ท่ามกลางความอ่อนแรงเมื่อเทียบกับสินทรัพย์หลักประเภทอื่นตั้งแต่ไตรมาส 4 ที่ผ่านมา นักลงทุนเริ่มกลับมาพิจารณากลยุทธ์การถือครองอย่างรอบคอบมากขึ้น
‘ความคิดเห็น’: ท่ามกลางความไม่แน่นอน ผู้ถือระยะยาวที่ขายถือเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจเป็นตัวบ่งชี้ว่า ตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงสะสมฐานใหม่ หรือกำลังเผชิญแรงเทขายรอบใหญ่ ทั้งนี้ ความคืบหน้าในการถือครองของกลุ่มนี้ควรถูกจับตาอย่างต่อเนื่องในปี 2026
ความคิดเห็น 0