‘LICK’ โทเคนสายบันเทิงซึ่งเพิ่งเปิดตัวผ่านแพลตฟอร์ม Pump.fun กำลังเผชิญกระแสวิพากษ์อย่างรุนแรง หลังมีรายงานว่าเกี่ยวข้องกับบุคคลที่อาจพัวพันคดีฉ้อโกงเงินคริปโตจากรัฐบาลสหรัฐฯ นอกจากนี้ ยังพบว่า *กระเป๋าเงินเดียวถือครอง LICK ถึง 40%* ของจำนวนโทเคนทั้งหมด ยิ่งสร้างความกังวลเรื่อง ‘ความรวมศูนย์’ และความเสี่ยงในการฟอกเงิน
ตามรายงานของ BubbleMaps แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน ซึ่งเปิดเผยเมื่อไม่นานมานี้ว่า 'จอห์น ดากิตา(John Daghita)' หรือที่รู้จักในนาม ‘Lick’ ได้เปิดตัวโทเคน LICK บนเครือข่ายโซลานา(SOL) ผ่าน Pump.fun พร้อมกันนั้นเขายังมีการถ่ายทอดสดบน Telegram เพื่อส่งเสริมการลงทุนในโทเคนดังกล่าว BubbleMaps ระบุว่า หนึ่งในกระเป๋าเงินที่เชื่อมโยงกับดากิตา *ถือครองประมาณ 40%* ของโทเคนทั้งหมด พร้อมระบุว่าสถานการณ์นี้ “อยู่นอกเหนือมาตรฐานปกติ”
เบื้องหลังของข้อสงสัยนี้มีจุดเริ่มต้นจากการสืบสวนของนักติดตามธุรกรรมบล็อกเชนชื่อดัง ZachXBT ซึ่งเผยแพร่วิดีโอหลุดจากการแชทกลุ่มลับ ที่แสดงให้เห็นบุคคลชื่อ ‘จอห์น’ กำลังโชว์ยอดคริปโตมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ พร้อมกับทำธุรกรรมถ่ายโอนแบบเรียลไทม์ *ZachXBT สามารถติดตามธุรกรรมจากกระเป๋าเหล่านี้ได้* และพบความเชื่อมโยงกับแหล่งเงินที่ถูกยึดโดยรัฐบาลสหรัฐฯ
จากข้อมูลในบล็อกเชน พบว่าหนึ่งในกระเป๋าเงินที่เกี่ยวข้อง ได้รับคริปโตมูลค่า 1,066 WETH (ราว 26.7 ล้านบาท) เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2025 ซึ่งเชื่อมโยงกับแอดเดรสที่รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้ในการเก็บเงินที่ถูกยึดจากการกระทำผิดกฎหมายในช่วงเดือนมีนาคม 2024 นอกจากนี้ ZachXBT ยังพบว่าเครือข่ายกระเป๋าทั้งหมดมียอดการโอนและถือครองคริปโตมากกว่า *90 ล้านดอลลาร์ (ราว 1,284 ล้านบาท)* ซึ่งชี้ถึงร่องรอยของการโจรกรรมคริปโตจำนวนมาก
ZachXBT ยังรายงานอีกว่า หนึ่งในกระเป๋าเงินนี้เคยรับเงินที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการแฮ็กบิตฟิเน็กซ์(Bitfinex) ในอดีต โดยในไตรมาส 4 ปี 2025 กระเป๋าดังกล่าวได้รับเงินรวม *63 ล้านดอลลาร์* และยังมีการรับอีเธอเรียม(ETH) มูลค่า *12.4 ล้านดอลลาร์* จาก MEXC ซึ่งยิ่งเพิ่มน้ำหนักข้อสงสัยเดิม
*เจ้าของกระเป๋าเงินน่าจะเป็นดากิตาเอง* จากคำกล่าวของ ZachXBT ที่ระบุว่า เขาแสดงตัวและอวดสินทรัพย์ของตนบน Telegram อีกทั้งในกลุ่มแฮกเกอร์ไซเบอร์ มีข้อมูลลือว่า ดากิตาคือผู้ถูกจับในเดือนกันยายน 2025 ซึ่งตรงกับชื่อเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันตัวบุคคลอย่างเป็นทางการ
จุดที่สร้างความตกตะลึงเพิ่มเติมคือ บิดาของดากิตาเป็นผู้บริหารบริษัท CMDSS ซึ่งมีสัญญากับ U.S. Marshals Service สำหรับการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่ถูกรัฐบาลยึดไว้ โดยเฉพาะคริปโตเคอร์เรนซี จึงเกิดข้อสงสัยว่าเขาอาจมีช่องทางพิเศษในการเข้าถึงเงินยึดเหล่านี้หรือไม่
รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าอยู่ระหว่างการสอบสวนคดีนี้ LICK อาจเริ่มต้นจาก *โครงการแนวมิ้นท์โทเคนสายขำขัน* แต่ข้อกล่าวหาที่มีต่อผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงที่มาของเงินทุนที่น่าสงสัย ได้กลายเป็นข้อกังวลระลอกใหม่ ทั้งนี้ กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการติดตามธุรกรรมบล็อกเชนและระบบป้องกันความเสี่ยงของนักลงทุนในวงการคริปโตในอนาคต
ความคิดเห็น 0