ดิจิทัลเคอเรนซีกรุ๊ป (DCG) ได้ขายหุ้นบางส่วนของกองทุนแสดงอัตราการถือครองโซลานา(SOL) แบบเงียบๆ ท่ามกลางความพยายามของราคาที่ฟื้นตัวหลังร่วงลงอย่างต่อเนื่อง โดยการเคลื่อนไหวครั้งนี้สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนเกี่ยวกับทิศทางของตลาดในอนาคต แม้จะมีสัญญาณเชิงเทคนิคที่เป็นบวก
ตามรายงานของสื่อด้านการเงินในสหรัฐเมื่อไม่นานมานี้ DCG ได้ขายหุ้นจำนวน 18,862 หน่วยในกองทุนทรัสต์โซลานา ของเกรย์สเกล (GSOL) ซึ่งซื้อไว้ตั้งแต่กันยายนปีที่แล้ว โดยมีมูลค่ารวมประมาณ 170,000 ดอลลาร์ หรือราว 6.2 ล้านบาท ความเห็นในอุตสาหกรรมส่วนหนึ่งมองว่านี่อาจเป็นเพียงการหาสภาพคล่อง อย่างไรก็ตาม บางฝ่ายเชื่อว่า นี่อาจเป็น ‘สัญญาณเตือนล่วงหน้า’ ที่สะท้อนถึงความเสี่ยงที่กำลังคืบคลานเข้ามาภายในองค์กร
น่าสนใจคือ แม้จะมีข่าวการขายจาก DCG แต่โซลานากลับดีดตัวขึ้นมาที่ระดับ 120 ดอลลาร์ และเพิ่มขึ้นประมาณ 3.2% ภายใน 24 ชั่วโมง ปัจจุบันราคา SOL อยู่ราว 125 ดอลลาร์ โดยนักวิเคราะห์ทางเทคนิคระบุว่า ราคาได้ทะลุ ‘ลิ่มขาลง’ ซึ่งเป็นสัญญาณประเมินแนวโน้มขาขึ้นในระยะกลาง
ตามข้อมูลจาก TradingView ระดับราคา 125 ดอลลาร์ ยังแสดงให้เห็นว่ามีแรงซื้อเข้ามารองรับ หากระดับนี้กลายเป็นแนวรับใหม่ เป้าหมายถัดไปในระยะสั้นอาจขยับไปที่ 135 ดอลลาร์ ถึง 145 ดอลลาร์ ดัชนี RSI ระยะ 14 วันก็อยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย บ่งชี้ถึงแรงซื้อมากขึ้น และบรรยากาศโดยรวมของตลาดเริ่มฝืนตัว ซึ่งเป็นเหตุผลที่เทรดเดอร์หลายคนยังคง ‘มองบวก’ แม้จะมีการขายจากเกรย์สเกล
ในขณะเดียวกัน เทรดเดอร์บางส่วนเริ่มให้ความสนใจกับโอกาสที่มีอัตราผลตอบแทนสูงในเหรียญขนาดเล็ก โดยเฉพาะโครงการใหม่อย่าง ‘แม็กซี โดจิ(MAXI)’ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากโดจิคอยน์(DOGE) และกำลังได้รับเสียงตอบรับจากชุมชนคริปโตอย่างรวดเร็ว
แม็กซี โดจิพยายามสร้างความแตกต่างจากเหรียญมีมทั่วไป ด้วยฟีเจอร์แบบมีส่วนร่วม เช่น ฮับสำหรับแนวคิดชุมชนและระบบแลกเปลี่ยนกลยุทธ์แบบเรียลไทม์ โดยขณะนี้สามารถระดมทุนได้ราว 4.5 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 160 ล้านบาท) พร้อมเสนอตัวชี้วัดที่ดึงดูดใจอย่าง ‘สเตคกิ้ง’ อัตราปีละ 69% ซึ่งหลายฝ่ายคาดว่าเหรียญนี้อาจมีโอกาสเป็นอีกหนึ่งกระแสปั๊มครั้งใหม่ หากฐานผู้ใช้หรือ ‘แม็กซี อาร์มี’ เติบโตต่อเนื่อง
ถึงแม้โซลานาจะมีแรงส่งทางเทคนิค แต่การขายจากองค์กรใหญ่เช่น DCG ยังคงเป็น ‘แรงกดดันเงียบ’ ที่นักลงทุนไม่อาจมองข้าม สะท้อนให้เห็นว่าตลาดคริปโตยังคงมีความเปราะบาง และแรงขับเคลื่อนระยะสั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของนักลงทุนรายใหญ่และการไหลของเม็ดเงินในระบบโดยรวม
ความคิดเห็น 0