**ทรัมป์เผย “บุคคลคุ้นหน้า” อาจนั่งเก้าอี้ประธานเฟดคนใหม่—“เควิน วอร์ช” เต็งหนึ่ง**
หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ส่งสัญญาณว่า ผู้ที่กำลังจะได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐ(Fed) คนใหม่นั้นเป็น “บุคคลที่คุ้นเคยในแวดวงการเงิน” ชื่อของ ‘เควิน วอร์ช’ อดีตกรรมการเฟด ก็กลายเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งในทันที ปัจจุบันตลาดพยากรณ์อย่าง Polymarket และ Kalshi ต่างก็ให้โอกาสวอร์ชได้รับการเสนอชื่อสูงถึง *92%* เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากวันก่อนหน้าที่อยู่ต่ำกว่า 40%
เมื่อวันที่ 29 (เวลาท้องถิ่น) ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ผู้ที่เขากำลังพิจารณาเป็นประธานเฟดนั้น คือผู้ซึ่ง “หลายคนเคยคิดว่าสมควรได้รับตำแหน่งนี้ตั้งแต่หลายปีก่อน” พร้อมเสริมว่า “เป็นคนที่ใครๆ ก็รู้จัก จึงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ”
เควิน วอร์ช เคยดำรงตำแหน่งกรรมการเฟดในช่วงรัฐบาลจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ระหว่างปี 2006–2011 และได้รับบทบาทสำคัญในการจัดการวิกฤตการเงินช่วงปี 2008 ก่อนหน้านี้ในปี 2017 ชื่อของเขาก็เคยถูกเสนอเป็นประธานเฟด แต่ในที่สุดเป็นเจอโรม พาวเวล ที่ได้รับตำแหน่ง โดยวาระของพาวเวลในปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในเดือนพฤษภาคมนี้
สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลัง ได้รายงานชื่อผู้เข้าชิงตำแหน่งขั้นสุดท้ายให้ทรัมป์ตัดสินใจแล้ว ประกอบด้วย วอร์ช, คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ กรรมการเฟดคนปัจจุบัน, ริก รีดเดอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนจาก BlackRock และ เควิน แฮสเซตต์ อดีตประธานที่ปรึกษาเศรษฐกิจทำเนียบขาว ปัจจุบันทรัมป์ได้แต่งตั้งบุคคลของตนเองเป็นกรรมการเฟดแล้ว 3 จาก 7 คน ซึ่งหากแต่งตั้งประธานเฟดได้อีก จะสามารถขับเคลื่อนนโยบายการเงินได้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**ประธาน SEC เตรียมขึ้นเวที ‘Bitcoin 2026’ สะท้อนท่าทีสหรัฐปรับตัวรับอุตสาหกรรมคริปโต**
พอล แอทคินส์ ประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ(SEC) เตรียมขึ้นเวที ‘Bitcoin 2026’ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 27–29 เมษายนที่ลาสเวกัส นับเป็นครั้งแรกที่ประธาน SEC เข้าร่วมการประชุมเกี่ยวกับบิตคอยน์(BTC) อย่างเป็นทางการ แสดงให้เห็นถึงจุดยืนที่เปลี่ยนแปลงไปของหน่วยงานกำกับดูแล
BTC มีเดีย ผู้จัดงาน ระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า การมีส่วนร่วมของแอทคินส์แสดงถึงความตั้งใจในการร่วมสร้าง *“สหรัฐให้เป็นผู้นำด้านคริปโตของโลก”* ตามคำมั่นสัญญาของประธานาธิบดีทรัมป์ ปีนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 40,000 คน และวิทยากรกว่า 500 ราย
นอกเหนือจากแอทคินส์ ยังมีไมค์ เซลิก ประธานคณะกรรมการกำกับซื้อขายสัญญาล่วงหน้า(CFTC), อเลซี มิคล์ ผู้ว่าการธนาคารกลางสาธารณรัฐเชก รวมถึงผู้นำในอุตสาหกรรมอย่าง ไมเคิล เซย์เลอร์ ประธาน MicroStrategy, อาเธอร์ เฮย์ส(Arthur Hayes) และ เคย์ทลิน ลอง ต่างก็จะร่วมพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นสำคัญในวงการคริปโต
แอทคินส์ได้รับตำแหน่งประธาน SEC เมื่อเดือนเมษายนปีก่อน และนับแต่นั้นก็ผลักดันนโยบายให้ความร่วมมือกับภาคคริปโตอย่างต่อเนื่อง เขาเปิดตัว ‘โครงการคริปโต’ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเน้นพัฒนากรอบกำกับดูแลที่ครอบคลุมดีไฟน์(DeFi) และสินทรัพย์แบบโทเคน(Tokenized Assets)
**SEC จับมือ CFTC เตรียมลงนาม MOU ควบคุมคริปโตร่วมกัน—สัญญาณรวมอำนาจกำกับใกล้เป็นจริง**
วันที่ 29 (เวลาท้องถิ่น) SEC และคณะกรรมการกำกับซื้อขายล่วงหน้า(CFTC) ได้จัดกิจกรรมร่วมกันที่สำนักงานใหญ่ CFTC ในกรุงวอชิงตัน ดีซี เพื่อประกาศแผนการลงนาม ‘บันทึกความเข้าใจ’(MOU) ด้านการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล โดยคาดว่าจะเกิดขึ้นภายในสัปดาห์นี้ ตามรายงานของ Wall Street Journal
พอล แอทคินส์ ประธาน SEC ระบุว่า “แม้ในระยะยาวจะยังต้องพึ่งกฎหมาย แต่ในขณะนี้เราสามารถดำเนินการควบคุมได้ภายใต้อำนาจที่มีอยู่” โดยทั้งสองหน่วยงานมีแผนจะแบ่งแยกความรับผิดชอบในการควบคุมแต่ละประเภทของสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างชัดเจน
*ความคิดเห็น*: ความเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าเป็นความคืบหน้าที่สำคัญในประเด็นสิทธิอำนาจควบคุมคริปโตที่ยังไม่ชัดเจน ซึ่งเป็นข้อกังวลหลักของอุตสาหกรรมมาโดยตลอด
ความร่วมมือนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามสนับสนุน ‘ร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโต’ ที่เพิ่งผ่านคณะกรรมาธิการเกษตรวุฒิสภาสหรัฐไปด้วยคะแนน *12 ต่อ 11* อย่างฉิวเฉียด อย่างไรก็ดี ยังมีการคัดค้านในคณะกรรมการธนาคารอยู่ รวมทั้งความขัดแย้งระหว่าง *คอยน์เบส(Coinbase)* กับภาคธนาคารเกี่ยวกับมาตรการสนับสนุนสเตเบิลคอยน์ ซึ่งทำให้บริษัทถึงกับถอนการสนับสนุนร่างกฎหมายไป
บางฝ่ายแสดงความกังวลว่า หากร่างกฎหมายไม่สามารถผ่านได้ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพฤศจิกายน อาจกระทบต่อทิศทาง *‘ผลักดันคริปโต’* ของฝ่ายบริหารทรัมป์ได้ อย่างไรก็ตาม การร่าง MOU ดังกล่าวก็ถือเป็น *สัญญาณบวกว่า แม้ยังไม่มีกฎหมาย แต่รัฐสามารถควบคุมตลาดได้อย่างเป็นระบบ* ซึ่งหากสำเร็จ ก็อาจถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นและสนับสนุนการนวัตกรรมคริปโตในสหรัฐต่อไป
ความคิดเห็น 0