Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) ร่วงต่อเนื่อง 4 เดือน นักลงทุนชี้วัฏจักรตลาดคริปโตอาจเปลี่ยน

บิตคอยน์(BTC) ร่วงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 จนเกิดข้อถกเถียงในวงการว่า 'ตลาดกระทิง' ยังคงอยู่หรือไม่ โดยการปรับฐานอย่างยืดเยื้อเช่นนี้ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ตลาดหมีปี 2018 ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนในชุมชนนักลงทุนอย่างมาก

ย้อนกลับไปไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ ราคาบิตคอยน์เคยทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่กว่า 126,000 ดอลลาร์ หรือราว 1.8 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนต่างคาดหวังว่าน่าจะยิงขึ้นถึงระดับ 150,000 ดอลลาร์ หรือกระทั่ง 200,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี ความหวังใน ‘อัปโทเบอร์’ (Uptober) จุดกระแสบวกในตลาด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม

เมื่อวันที่ 10-11 ตุลาคม บิตคอยน์เผชิญกับการร่วงลงอย่างรุนแรงถึง 19,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 27.5 ล้านล้านวอน) ในช่วงเวลาอันสั้น นับแต่นั้นมาแนวโน้มขาลงก็ยังไม่หยุดหย่อน โดยเฉพาะในปี 2025 ซึ่งเป็นปีแรกหลังการ ‘ฮาล์ฟวิ่ง’ แต่กลับกลายเป็นปีที่ผลตอบแทนติดลบ แตกต่างจากความคาดหวังโดยสิ้นเชิง

สำหรับต้นปี 2026 สถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้น แม้ราคาบิตคอยน์เคยดีดกลับไปแตะ 95,000 ดอลลาร์ในช่วงต้นเดือน แต่ก็ร่วงลงต่ำกว่า 90,000 ดอลลาร์อย่างรวดเร็ว และในสัปดาห์ที่ผ่านมา ไหลต่อจนเหลือเพียง 81,000 ดอลลาร์ ก่อนจะร่วงลงมากถึง 75,000 ดอลลาร์ (ราว 1.09 ล้านบาท) ในวันเสาร์ ส่งผลให้มูลค่าตลาดหดตัวลงกว่า 20,000 ดอลลาร์ภายในเวลาเพียงสองสัปดาห์ และยังเกิดการ ‘ล้างพอร์ต’ (liquidation) หลายพันล้านดอลลาร์ในตลาด

ข้อมูลจาก CoinGlass บริษัทลูกของ CoinDesk ระบุว่า บิตคอยน์ร่วงลงกว่า 10.17% ในเดือนมกราคมเพียงเดือนเดียว ส่งผลให้ราคาปิดติดลบ (‘red candle’) ต่อเนื่องถึง 4 เดือน นับตั้งแต่เดือนตุลาคม ถือเป็นภาวะขาลงแบบต่อเนื่องที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2023

โดยหากอ้างอิงจากประวัติศาสตร์ ระยะเวลา 4 เดือนขึ้นไปที่บิตคอยน์ร่วงติดต่อกันนั้น เคยเกิดขึ้นครั้งสุดท้ายในช่วงปลายปี 2018 ถึงต้นปี 2019 ซึ่งหลังจากที่ราคาร่วงต่อเนื่องถึง 6 เดือน จึงเริ่มเข้าสู่ช่วงขาขึ้นอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญในตลาดยังมีความเห็นที่แตกต่างกัน บางฝ่ายเชื่อว่าแนวโน้มในขณะนี้คล้ายคลึงกับช่วงตลาดหมีในอดีตอย่างมาก ขณะที่อีกฝ่ายกลับมองว่ารูปแบบของ 'ไซเคิล 4 ปี' ที่เป็นลักษณะเฉพาะของบิตคอยน์อาจเปลี่ยนไปแล้ว และเชื่อว่า ‘การดีดกลับ’ อาจเริ่มต้นใหม่ได้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์

‘ความคิดเห็น’ มีนักวิเคราะห์สายบวกมองว่า เงื่อนไขทางเศรษฐกิจมหภาคและปัจจัยการเมืองน่าจะเป็นตัวผลักดันใหม่ที่ทำให้แนวโน้มทางเทคนิคในอดีตไม่สามารถใช้คาดการณ์ได้อีกต่อไป ขณะเดียวกัน ยังมีข้อมูลระบุว่าการสะสมเหรียญโดย ‘เจ้ามือ’ หรือผู้ถือรายใหญ่ บรรลุจุดสูงสุดใหม่หลังปี 2024 ซึ่งอาจบ่งบอกถึงแรงซื้อสะสมในเงียบ

ทั้งหมดนี้ทำให้เกิดคำถามว่า แนวโน้มขาลงที่เห็นอยู่ในขณะนี้จะเป็นเพียงการปรับฐานระยะสั้น หรือเป็นสัญญาณเข้าสู่ ‘ตลาดหมี’ อย่างเต็มรูปแบบ โดยคำตอบอาจชัดเจนมากขึ้นในช่วงไตรมาสที่สองของปีนี้ ท่ามกลางความเป็นไปได้ทั้งในฝั่งของ ‘รูปแบบเดิม’ และ ‘การเปลี่ยนแปลงของวัฏจักร’ ที่ยังเปิดกว้างอยู่

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1