บิทไมน์สูญกว่า 6.8 ล้านล้านวอนจากการลงทุนในอีเธอเรียม ท่ามกลางภาวะตลาดคริปโตผันผวน
บริษัทด้านการลงทุนในคริปโตชื่อดังอย่าง *บิทไมน์(Bitmine)* เผยผลขาดทุนจากการถือครอง *อีเธอเรียม(ETH)* สูงถึงประมาณ 6.81 ล้านล้านวอน หรือราว 92億ดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนผลกระทบจากความผันผวนของตลาดคริปโตที่ยังคงดำเนินต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักลงทุนสถาบันที่มีพอร์ตการลงทุนขนาดใหญ่ ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันทั้งด้าน *ผลตอบแทน* และ *สภาพคล่อง*
จากข้อมูลล่าสุด *บิทไมน์* ลงทุนในอีเธอเรียมราว 157억ดอลลาร์ (ประมาณ 22.7 ล้านล้านวอน) และจนถึงขณะนี้มีมูลค่าคงเหลือเพียง 92억ดอลลาร์ ลดลงมากกว่า 41% ของมูลค่าลงทุนเดิม ถึงแม้ว่าผลขาดทุนนี้ยังไม่ถือว่าเป็นการขาดทุนจริง (unrealized loss) แต่ราคาของอีเธอเรียมที่ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน ได้สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนจำนวนมาก ซึ่ง *ความคิดเห็น* จากผู้เชี่ยวชาญระบุว่าความผันผวนในตลาดเวลานี้ไม่ใช่แค่ความท้าทายสำหรับรายย่อยเท่านั้น แต่ยังกระทบถึง *นักลงทุนสถาบัน* รายใหญ่ด้วย
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มูลค่ารวมตลาดคริปโตลดลงไปราว 5000억ดอลลาร์ (ประมาณ 725.6 ล้านล้านวอน) โดยราคาของอีเธอเรียมดิ่งลงจากระดับ 3,000 ดอลลาร์ เหลือ 2,166 ดอลลาร์ หรือ *ร่วงกว่า 23%* ภายในระยะเวลาเพียงสัปดาห์เดียว ขณะที่ข้อมูลจาก *CryptoQuant* ระบุว่าเมื่อวันที่ 31 ราคาที่ดิ่งลงอย่างรวดเร็วทำให้เกิดการ *ล้างพอร์ต* สำหรับนักลงทุนสาย Long สูงถึงประมาณ 485 ล้านดอลลาร์ (ราว 7,039 พันล้านวอน) ภายในวันเดียว
ท่ามกลางภาวะนี้ ความเชื่อมั่นในตัว *ทอม ลี(Tom Lee)* ประธานของบิทไมน์ซึ่งเคยคาดการณ์ว่า *บิตคอยน์(BTC)* จะทะลุ 180,000 ดอลลาร์ และอีเธอเรียมจะอยู่ในช่วง 7,000–9,000 ดอลลาร์ ก็เริ่มถูกตั้งคำถาม โดย*นักลงทุนชื่อคาโรล โคซิชกี(Karol Kozicki)* แสดงความคิดเห็นผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันที่ 30 ว่า “การคาดการณ์เหล่านั้นห่างไกลจากความจริงในตลาดปัจจุบัน” ซึ่งในปัจจุบันบิตคอยน์อยู่เพียง 75,000 ดอลลาร์ และอีเธอเรียมก็อยู่แถว 2,200 ดอลลาร์เท่านั้น
*ความคิดเห็น* จากนักวิเคราะห์ตลาดคริปโตชื่อ ชาห์(Shah) กล่าวว่าราคาของอีเธอเรียมจะต้องพุ่งไปแตะอย่างน้อย 7,000 ดอลลาร์ จึงจะทำให้บิทไมน์กลับมาที่จุดคุ้มทุน และเตือนว่าการขายสินทรัพย์จากสถาบันขนาดใหญ่เช่นนี้อาจสร้าง ‘แรงกดดันฝั่งขาย’ รอบใหม่ให้กับตลาดอีกด้วย
นอกจากนี้ ข้อมูลจาก *Lookonchain* ยังพบว่า *นักลงทุนระดับ “วาฬ”* บางรายเริ่มเคลื่อนไหว โดยย้ายอีเธอเรียมออกจากกระเป๋าส่วนตัวไปยังแพลตฟอร์มเทรด เช่นกรณี *Trend Research* ที่โอน 33,000 ETH เข้า *Binance* เพื่อชำระหนี้สินใน AAVE ขณะที่อีกฝั่งกลับพบการซื้อสะสมผ่านตลาด *OTC* มากกว่า 30,000 ETH ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง *ความคิดเห็น* จากกลุ่มวิเคราะห์ชี้ว่าสัญญาณเหล่านี้สะท้อนความเชื่อที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างการคาดการณ์ว่า “ราคากำลังลงลึกกว่าเดิม” หรือกำลังเข้าสู่ “จุดกลับตัว”
ด้านกลยุทธ์การลงทุนของ *บิทไมน์* ที่มี *ทอม ลี* เป็นผู้นำ ยังคงยึดแนวคิดว่า *บิตคอยน์คือทองคำดิจิทัล* และมองว่าเหตุการณ์ในเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมาเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาด อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวของอีเธอเรียมในปัจจุบันสะท้อนว่า *แนวคิดระยะยาวเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ* ต่อตลาดที่ผันผวน กำลังใช้เลเวอเรจสูง และขาดแคลนสภาพคล่อง
แม้กลยุทธ์ถือครองระยะยาวจะยังถูกหยิบยกเป็นความหวังท่ามกลางความไม่แน่นอน แต่สถานการณ์ตอนนี้ทำให้ชัดเจนว่า หากขาดเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ ‘ความเชื่อมั่น’ อย่างเดียวอาจไม่สามารถพาให้รอดพ้นจากคลื่นผันผวนนี้ได้
ความคิดเห็น 0