บริษัทเยอรมันลดการลงทุนโดยตรงในสหรัฐฯ ลงเหลือระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี ท่ามกลางแรงกดดันจากภาษีนำเข้าและความไม่แน่นอนด้านนโยบาย นักวิเคราะห์มองว่านี่ไม่ใช่การถอนตัวออกจากตลาดสหรัฐฯ แต่เป็นการ 'ชะลอ' การตัดสินใจลงทุนใหม่มากกว่า
คริปโตบรีฟิง (Crypto Briefing) รายงานว่าการลงทุนโดยตรงของบริษัทเยอรมันในสหรัฐฯ ช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ลดลงเหลือ 4.3 พันล้านยูโร ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2023
สถาบันวิจัยเศรษฐกิจเยอรมัน (Institut der deutschen Wirtschaft หรือ IW) ระบุว่าการลงทุนโดยตรงของบริษัทเยอรมันในสหรัฐฯ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤศจิกายน 2025 อยู่ที่ประมาณ 10.2 พันล้านยูโร ลดลงราว 45% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่ทำได้ประมาณ 19 พันล้านยูโร และยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยช่วงเดียวกันของปี 2015-2024 ที่ประมาณ 13.4 พันล้านยูโรอยู่กว่า 24%
การลงทุนโดยตรงในสหรัฐฯ ครอบคลุมทั้งการตั้งบริษัทลูกในพื้นที่ การลงทุนในโรงงานผลิต การถือหุ้น และการให้กู้ยืมภายในกลุ่มบริษัท ถือเป็นกระแสเงินทุนระยะยาว ตัวเลขรายครึ่งปีจึงได้รับผลจากกำไรที่นำกลับมาลงทุนซ้ำ ปัจจัยฤดูกาล และการปรับปรุงตัวเลขย้อนหลัง ทำให้ยังสรุปแบบชัดเจนไม่ได้ว่าเป็นการถอนตัวเชิงโครงสร้าง
การหดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2025 IW มองว่าการลงทุนมักตัดสินใจกันเป็นกรอบเวลาหลายปี เมื่อเงื่อนไขนโยบายเปลี่ยนบ่อย บริษัทจึงมักเลื่อนการตัดสินใจก้อนใหญ่ออกไป
ภาระภาษีก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ธนาคารกลางเยอรมนี (Bundesbank) ระบุในรายงานประจำเดือนกรกฎาคม 2026 ว่าอัตราภาษีนำเข้าเฉลี่ยของสหรัฐฯ ขยับจาก 2.3% ในปี 2024 มาอยู่ที่เกือบ 12% ในปัจจุบัน พร้อมอธิบายว่าการเปลี่ยนกฎเกณฑ์บ่อยครั้งและข้อพิพาททางกฎหมายทำให้การตัดสินใจเรื่องการลงทุน การจัดซื้อ และการเลือกฐานการผลิตยากขึ้น
ผลสำรวจภาคธุรกิจก็ชี้ไปทางเดียวกัน หอการค้าและอุตสาหกรรมเยอรมนี (DIHK) ระบุในผลสำรวจเดือนพฤษภาคม 2026 ว่าสหรัฐฯ ยังเป็นตลาดหลักของบริษัทเยอรมัน แต่บริษัทที่ตอบแบบสอบถามถึง 59% ระบุว่าภาระด้านภาษี พิธีการศุลกากร การตรวจสอบแหล่งกำเนิดสินค้า และการปฏิบัติตามกฎระเบียบเพิ่มขึ้น
ในผลสำรวจเดียวกัน บริษัท 14% ลดกิจกรรมในสหรัฐฯ ลง ขณะที่ 15% กำลังมองหาตลาดใหม่ และอีก 18% หันไปให้น้ำหนักกับตลาดเดิมหรือตลาดในประเทศเยอรมนีมากขึ้น
สถาบันวิจัยเศรษฐกิจอีโฟ (ifo Institute) ก็รายงานผลสำรวจเดือนกรกฎาคม 2026 ว่าบริษัทอุตสาหกรรมเยอรมันกว่า 60% ได้รับผลกระทบด้านลบจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ โดย 16% ยกเลิกแผนลงทุนไปแล้ว และอีกราว 1 ใน 3 กำลังเลื่อนแผนออกไป
กระนั้นก็ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าบริษัทเยอรมันกำลังถอนตัวออกจากสหรัฐฯ ผลสำรวจ German American Business Outlook ปี 2026 ของหอการค้าเยอรมนี-สหรัฐฯ (German American Chamber of Commerce หรือ GACC) พบว่าบริษัทเยอรมันในสหรัฐฯ ถึง 67% วางแผนเพิ่มการลงทุนในสหรัฐฯ ช่วงปี 2026
ผลสำรวจเดียวกันระบุว่า 86% ได้รับผลกระทบด้านลบจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ แต่บริษัทที่มีฐานอยู่แล้วยังคงมีความตั้งใจลงทุนต่อ สะท้อนช่องว่างที่ชัดเจนระหว่างการลงทุนใหม่กับการดำเนินงานของฐานที่ตั้งอยู่แล้ว
Bundesbank ระบุในบทวิเคราะห์แยกต่างหากเมื่อเดือนเมษายน 2026 ว่าภาพรวมการลงทุนของเยอรมนียังไม่มีหลักฐานชัดเจนของการ 'ลดการพึ่งพาโลกาภิวัตน์' ในวงกว้าง แต่ประเมินว่าจุดโฟกัสของการลงทุนกำลังขยับไปยังประเทศที่มีแนวทางใกล้เคียงฝั่งตะวันตกมากขึ้น
ประเด็นนี้ยังมีนัยต่อผู้ประกอบการเกาหลีด้วย เพราะการเปลี่ยนแปลงภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ไม่ได้กระทบแค่ราคาสินค้าส่งออก แต่ยังส่งผลต่อการตัดสินใจเรื่องฐานการผลิตในพื้นที่ สัญญาจัดซื้อ และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าบริษัทเกาหลีตรวจสอบผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานเพื่อรับมือมาตรการภาษีของสหรัฐฯ มาแล้วเช่นกัน
ความเชื่อมโยงกับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรงยังมีจำกัด เพราะประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องนโยบายคริปโตหรือการเปลี่ยนแปลงอุปสงค์-อุปทานบนเชน แต่เป็นกรณีศึกษาเชิงมหภาคที่แสดงให้เห็นว่าความไม่แน่นอนด้านภาษีกดดันการลงทุนภาคการผลิตทั่วโลกและความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างไร
ท้ายที่สุดแล้ว ประเด็นหลักไม่ใช่การที่บริษัทเยอรมันจะทิ้งตลาดสหรัฐฯ แต่เป็นการ 'เลื่อน' การตัดสินใจลงทุนใหม่ออกไปมากกว่า ขณะที่ท่าทีของบริษัทกลุ่มส่งออกกับบริษัทที่มีฐานผลิตในสหรัฐฯ อยู่แล้วเริ่มแตกต่างกันชัดเจนขึ้น บริษัทต่างๆ จึงต้องคำนวณทั้งอัตราภาษีปัจจุบันและความเป็นไปได้ที่กฎเกณฑ์จะเปลี่ยนอีกครั้ง ก่อนปรับตารางการลงทุนของตัวเอง
ความคิดเห็น 0