องค์กรสิทธิดิจิทัลของเยอรมนีอย่าง HateAid ยื่นฟ้องอาญาต่อแว่นอัจฉริยะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของเมตา(META) โดยระบุว่าอุปกรณ์ที่มีรูปลักษณ์เหมือนแว่นตาทั่วไปสามารถบันทึกภาพและเสียงได้ในสถานการณ์ที่คนรอบข้างแทบไม่ทันรู้ตัว
HateAid ยื่นคำร้องต่อ ZIT หน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ภายใต้สำนักงานอัยการเมืองแฟรงก์เฟิร์ตของเยอรมนี เมื่อวันที่ 12 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ Crypto Briefing โดยผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ประกอบด้วยเมตา แพลตฟอร์มส์ เทคโนโลยีส์ ไอร์แลนด์ (Meta Platforms Technologies Ireland Limited), เรย์แบน (Ray-Ban), โอ๊คลีย์ (Oakley), ฟีลมันน์ (Fielmann) และ MediaMarkt
HateAid ระบุว่าแว่นอัจฉริยะเรย์แบน เมตา (Ray-Ban Meta Smart Glasses) ละเมิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้านโทรคมนาคมและบริการดิจิทัลของเยอรมนี หรือ TDDDG พร้อมเรียกร้องให้สั่งระงับการจำหน่ายสินค้า และกำหนดให้ติดตั้งสัญญาณไฟแสดงกล้องที่คนรอบข้างสังเกตเห็นได้ชัดเจน
มาตรา 8 ของกฎหมาย TDDDG ห้ามผลิตหรือจำหน่ายอุปกรณ์สื่อสารที่พรางตัวเป็นของใช้ในชีวิตประจำวันหรือมีรูปลักษณ์เป็นสิ่งของอื่น หากออกแบบมาเพื่อแอบบันทึกภาพหรือเสียงของผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว ส่วนมาตรา 27 กำหนดบทลงโทษของการฝ่าฝืนมาตรา 8 ไว้ที่จำคุกสูงสุด 2 ปี หรือปรับ
ประเด็นทางกฎหมายสำคัญของคดีนี้อยู่ที่ว่าแว่นอัจฉริยะเข้าข่าย ‘อุปกรณ์บันทึกที่พรางตัว’ ตามกฎหมาย TDDDG หรือไม่ ขณะนี้อยู่เพียงขั้นตอนการยื่นคำร้อง ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะมีการตั้งข้อหา เปิดการสอบสวน หรือฟ้องร้องต่อหรือไม่
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกลางของเยอรมนี (BfDI) อธิบายว่าแว่นเรย์แบน เมตา บันทึกได้ทั้งภาพนิ่ง วิดีโอ และเสียง พร้อมมีฟังก์ชันแชตบอต AI ของเมตาด้วย โดยไฟ LED ด้านหน้าอุปกรณ์จะติดขึ้นเพื่อแจ้งว่ากำลังบันทึก แต่ในสภาพแสงแดดจ้าหรือแสงย้อน คนรอบข้างอาจไม่ทันสังเกตเห็นเสมอไป
เมื่อบันทึกเสียงเพียงอย่างเดียว อุปกรณ์จะไม่แสดงสัญญาณใด ๆ เลย ด้วยลักษณะของอุปกรณ์สวมใส่ที่ไม่มีหน้าจอให้ตรวจสอบโดยตรง ขนาด ความสว่าง และรูปแบบการทำงานของไฟแสดงสถานะจึงกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดว่าผู้ถูกบันทึกจะรับรู้และยินยอมหรือไม่
หน่วยงานกำกับดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของนครฮัมบูร์ก (HmbBfDI) เริ่มตรวจสอบแว่น AI เรย์แบน เมตา ทั้งในมิติเทคนิคและกฎหมายมาตั้งแต่ฤดูร้อนปี 2025 โดยพิจารณาว่าคนรอบข้างจะรับรู้การถูกบันทึกได้มากน้อยเพียงใด รวมถึงฟังก์ชัน AI และวิธีที่เมตานำข้อมูลไปใช้งาน
ด้านเมตาระบุมาตลอดว่าไฟ LED บันทึกภาพคือมาตรการปกป้องความเป็นส่วนตัวของผลิตภัณฑ์ โดยในคำถามที่พบบ่อย (FAQ) อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกรกฎาคม บริษัทชี้แจงว่าแว่น AI ทุกรุ่นมีไฟ LED บันทึกภาพ และหากมีการปิดบังหรือพยายามปิดการทำงานของไฟดังกล่าว กล้องจะหยุดทำงานโดยอัตโนมัติ
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน เมตาประกาศผ่านบล็อกทางการว่าจะเปิดตัว ‘Meta Glasses’ รุ่นใหม่ร่วมกับเอสซีลอร์ลุกซอตติกา (EssilorLuxottica) ท่ามกลางการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ ประเด็นที่ว่าฟังก์ชันแจ้งเตือนการบันทึกจะเป็นไปตามมาตรฐานคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของยุโรปหรือไม่ก็ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบต่อไป
ในยุโรป บางสถานที่เริ่มจำกัดการใช้งานแว่นอัจฉริยะแล้ว ศาลในอังกฤษวางแนวปฏิบัติให้ยึดอุปกรณ์เมื่อนำเข้ามาในบริเวณศาล แล้วคืนให้เมื่อออกไป ขณะที่ร้านอาหารและสถานที่จัดแสดงบางแห่งก็จำกัดการสวมใส่เพราะกังวลเรื่องการถูกบันทึกโดยไม่รู้ตัว ตามรายงานของ The Guardian
ประเด็นความเป็นส่วนตัวของแว่นอัจฉริยะเมตาถูกตั้งคำถามมาก่อนหน้าคดีในเยอรมนีครั้งนี้แล้ว ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่ามีกรณีแอบถ่ายจากผู้ใช้ คดีฟ้องร้องแบบกลุ่ม การสอบสวนของรัฐเท็กซัส และการสอบสวนของตำรวจสกอตแลนด์เกิดขึ้นเช่นกัน
คดีนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับตลาดคริปโตหรือโทเคน แต่สะท้อนกรณีตัวอย่างด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับการแจ้งเตือนการบันทึกและมาตรฐานการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ผสานฮาร์ดแวร์สำหรับผู้บริโภคเข้ากับ AI ซึ่งเชื่อมโยงกับปัญหาการออกแบบผลิตภัณฑ์ของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่โดยตรง
ยังไม่มีการยืนยันท่าทีของเมตาต่อการถูกฟ้องครั้งนี้โดยตรง ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของฮัมบูร์กมีกำหนดเผยแพร่รายงานผลการตรวจสอบเรื่องการรับรู้การบันทึก ฟังก์ชัน AI และวิธีใช้ข้อมูลของเมตาในปี 2026
ความคิดเห็น 0