ราคาบิตคอยน์(BTC) ดิ่งลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 9 เดือน สะท้อนภาวะระมัดระวังความเสี่ยง (Risk-off) ที่แพร่กระจายไปทั่วสินทรัพย์เสี่ยง ไม่เพียงแค่ *คริปโตเคอร์เรนซี* เท่านั้น แต่ยังรวมถึง *สินค้าโภคภัณฑ์* และ *ตลาดหุ้นทั่วโลก* ด้วย ท่ามกลางความผันผวนที่เพิ่มขึ้นจากปัจจัยด้านสภาพคล่องและเลเวอเรจที่เกินตัว
เมื่อวันที่ 1 (เวลาท้องถิ่น) ราคาบิตคอยน์ร่วงต่ำกว่า 75,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1.09 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 ในขณะที่อีเธอเรียม(ETH) ทรุดลงกว่า 10.5% จากข้อมูลของ CoinGecko บิตคอยน์ร่วงราว 17% ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา และราคาปัจจุบันต่ำกว่าจุดสูงสุดของเดือนตุลาคมปีที่แล้วที่ 126,000 ดอลลาร์ ถึงราว 40% นอกจากนี้ บิตคอยน์ยังปรับลดลงในระดับรายเดือนเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2018 ซึ่งในเดือนมกราคมเพียงเดือนเดียว ราคาดิ่งลงมากกว่า 10%
*ความคิดเห็น*จากนักวิเคราะห์คริปโตชื่อ แอช คริปโต ระบุว่า “เมื่อวันที่ 31 มกราคม มีการชำระบัญชีมูลค่ามากกว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.6 ล้านล้านวอน) ขณะที่มูลค่ารวมของตลาดคริปโตลดลงไปแล้วกว่า 700,000 ล้านดอลลาร์ ภายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์”
แนวโน้มถูกเทขายยังขยายไปถึงสินค้าโภคภัณฑ์และตลาดหุ้นทั่วโลก โดยรายงานจาก The Kobeissi Letter วิเคราะห์ว่ามีการใช้เลเวอเรจที่สูงมากจนทำให้ความผันผวนเพิ่มขึ้น และเป็นต้นเหตุของแรงขายต่อเนื่องในหลายตลาด
แม้แต่ *ทองคำ* และ *เงิน* ที่ถือเป็น "สินทรัพย์ปลอดภัย" ก็ร่วมร่วงตามไปด้วย โดยราคาทองคำปรับตัวลดลง 5.5% ส่วนราคาสินเงินทรุดลงถึง 8% ภายในระยะเวลาเพียง 3 วัน ทำให้มูลค่ารวมของตลาดหายไปถึง 10 ล้านล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 14 ล้านล้านล้านวอน ขณะที่ราคาก๊าซธรรมชาติดิ่งลงกว่า 15.5% ภายในวันเดียว
ตลาดหุ้นก็ได้รับผลกระทบชัดเจน ดัชนีสัญญาซื้อล่วงหน้าของแนสแด็ก100 ลดลง 1.8% ขณะที่ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงกว่า 5% ในช่วงเปิดตลาด จนถึงขั้นต้องระงับคำสั่งขายในตลาด KOSPI ชั่วคราว
ในฝั่งของผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐ ความเคลื่อนไหวก็สะท้อนการคาดการณ์ถึงการปรับฐานล่วงหน้าเช่นกัน The Kobeissi Letter ระบุว่าในเดือนมกราคมอัตราส่วนการขายหุ้นโดยบุคคลวงในสูงกว่าการซื้อถึง 4.8 เท่า ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2021
นักวิเคราะห์จำนวนมาก *เห็นตรงกัน* ว่า ความร่วงแรงของราคาในรอบนี้ไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์เดียวหรือข่าวใดข่าวหนึ่ง แต่สะท้อนผลกระทบจากการใช้เลเวอเรจที่สูงเกินไปในตลาดที่มีสภาพคล่องต่ำ ส่งผลให้ทุกความเคลื่อนไหวสร้างแรงกระเพื่อมรุนแรง โดยเฉพาะในตลาดคริปโต
ความเคลื่อนไหวของราคาในวันเดียวของบิตคอยน์มีช่วงกว้างกว่า 4,500 ดอลลาร์ โดยราคาลดลงไปแตะระดับ 74,500 ดอลลาร์ ก่อนจะฟื้นตัวมาซื้อขายที่บริเวณ 76,400 ดอลลาร์ อีเธอเรียมก็เผชิญภาวะคลื่นแรง ร่วงลงไปกว่า 23% ภายในสัปดาห์เดียว ความผันผวนกลับมาอีกครั้ง ขณะที่นักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบัน ต่างเดินหน้าแปลงสินทรัพย์เสี่ยงเป็น *เงินสด*
ที่น่าสังเกตคือตลาดไม่ได้เพียงแค่ลดความเสี่ยง แต่แสดงอาการ ‘ตีตัวออกห่าง’ แม้แต่กับสินทรัพย์ที่เคยเป็นแหล่งพักเงินอย่างทองคำ สะท้อนได้ว่าความเชื่อมั่นในตลาดทุนกำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรง
ท่ามกลางความกังวล ยังมีมุมมองบวกจากบางฝ่ายที่เชื่อว่าบิตคอยน์อาจเข้าใกล้จุดต่ำสุดในรอบสั้น และมีโอกาสฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังไม่เห็นว่าราคาจะถึง ‘จุดต่ำสุดของรอบไซเคิล’ และชี้ว่าแนวรับสำคัญถัดไปอยู่ที่ช่วงต้นของระดับ 70,000 ดอลลาร์ จากข้อมูลของ TradingView
*ความคิดเห็น*อีกด้านชี้ว่า ในระยะต่อไป ความผันผวนอาจเพิ่มขึ้นอีกจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะกรณีที่ *ประธานาธิบดีทรัมป์* มีท่าทีเป็นมิตรต่อคริปโต ประกอบกับความไม่แน่นอนจากการเลือกตั้งสหรัฐที่กำลังใกล้เข้ามา ความผันผวนในตลาดอาจรุนแรงขึ้นอีกขั้น
การร่วงพร้อมกันของทั้งตลาดหุ้น สินทรัพย์ปลอดภัย และตลาดคริปโตในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การปรับฐานราคาธรรมดา แต่เป็น *เหตุการณ์ที่สะเทือนความเชื่อมั่น* ต่อสินทรัพย์ทั่วโลก สถานการณ์ช่วงข้างหน้าจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักอย่าง สภาพคล่อง, ความผันผวนจากเลเวอเรจ และท่าทีของนโยบายการเงินจากภาครัฐเป็นสำคัญ
ความคิดเห็น 0