Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

สเตรทิจี้ทุ่มซื้อบิตคอยน์(BTC)เพิ่มอีก 855 เหรียญ มูลค่า 85 ล้านดอลลาร์ แม้ราคาผันผวน

แม้บิตคอยน์(BTC)จะปรับตัวลดลงอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา แต่บริษัทซอฟต์แวร์สัญชาติสหรัฐฯ อย่าง *สเตรทิจี้(Strategy)* ยังเดินหน้าซื้อสะสมเพิ่มเติม โดยเมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) บริษัทประกาศว่าได้เข้าซื้อบิตคอยน์อีก 855 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 85.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,243 ล้านบาท) ในราคาซื้อเฉลี่ยที่ประมาณ 87,974 ดอลลาร์ต่อเหรียญ

ไมเคิล เซย์เลอร์(Michael Saylor) ผู้ร่วมก่อตั้งสเตรทิจี้ และผู้สนับสนุนบิตคอยน์ตัวยง เปิดเผยว่าหลังการเข้าซื้อล่าสุด บริษัทครอบครองบิตคอยน์รวมแล้ว 713,502 เหรียญ โดยมี *ต้นทุนเฉลี่ยที่ 76,052 ดอลลาร์* ต่อเหรียญ คิดรวมแล้วมีมูลค่าการลงทุนสะสมที่กว่า 54.26 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 79 ล้านล้านวอน หรือราว 79 ล้านล้านบาท)

เงินทุนสำหรับการซื้อบิตคอยน์ในรอบนี้มาจากการขายหุ้นสามัญของบริษัท (MSTR) จำนวน 673,527 หุ้น ซึ่งตามเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ (SEC) บริษัทสามารถระดมทุนได้ประมาณ 106 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,544 ล้านบาท) โดยบริษัทยังเผยว่ามีศักยภาพในการระดมทุนเพิ่มเติมจากโปรแกรมการขายหุ้นได้อีกสูงสุด 8 พันล้านดอลลาร์ ในช่วงเวลานี้ไม่ได้ขายหุ้นบุริมสิทธิชนิด STRF และ STRC แต่อย่างใด

จากข้อมูลล่าสุด มูลค่ารวมของบิตคอยน์ที่บริษัทถือครองอยู่สูงกว่า 55 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 80.55 ล้านล้านบาท) ซึ่งบริษัทมี *กำไรที่ยังไม่รับรู้ (Unrealized Gain)* จากการถือครองถึงระดับ 1.3 พันล้านดอลลาร์ (ราว 1.89 แสนล้านบาท) แม้ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาจะร่วงต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยชั่วคราว

ขณะเดียวกัน ราคาของบิตคอยน์เมื่อวันจันทร์อยู่ที่ระดับ 77,800 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.13 ล้านบาท) ลดลงราว 10% จากสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งส่งผลต่อราคาหุ้นของสเตรทิจี้ (MSTR) ที่ปรับตัวลง 7% ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาด ซึ่ง *แสดงความไวต่อราคาคริปโต* แต่ปิดการซื้อขายเมื่อวันศุกร์ก่อนหน้านั้นยังเพิ่มขึ้น 4.5%

ด้าน ‘มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด’ หรือ Market Cap ของบิตคอยน์ยังปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดตกลงมาอยู่ในอันดับที่ 12 ของสินทรัพย์ทั่วโลก ขณะที่ *เทสลา(TSLA)* แซงขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 11 การจัดอันดับโดยเว็บไซต์ CompaniesMarketCap ระบุว่าบิตคอยน์มีมูลค่ารวมราว 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2,183 ล้านล้านบาท) ขณะเทสลาอยู่ที่ 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 2,328 ล้านล้านบาท)

ราคาของบิตคอยน์เคยลงไปแตะระดับ *81,000 ดอลลาร์* (ประมาณ 1.18 ล้านบาท) ภายในวันเดียว ก่อนฟื้นกลับมาทรงตัวที่ระดับ 77,300 ดอลลาร์ (ราว 1.12 ล้านบาท) ซึ่งตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ราคาร่วงมากกว่า 8% และทำให้เกิดการ ‘ดีเลเวอเรจ’ (De-leveraging) ทั่วทั้งตลาด

แพลตฟอร์มข้อมูลอนุพันธ์ CoinGlass รายงานว่าในวันเดียว มีการปิดสถานะเลเวอเรจรวมมูลค่ากว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.63 แสนล้านบาท) ในจำนวนนั้น เป็นตำแหน่งระยะยาว (ฝั่งซื้อ) ที่ถูกบังคับขายจากการขาดทุนถึง 2.4 พันล้านดอลลาร์ โดยมีเทรดเดอร์กว่า 408,000 รายได้รับผลกระทบ

‘ความคิดเห็น’: ความผันผวนที่เพิ่มขึ้นในตลาดกำลังสร้างความกังวลในหมู่นักลงทุน และลดความน่าเชื่อถือของบิตคอยน์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย นักลงทุนหลายรายหันกลับไปพึ่งพาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หรือหุ้นชั้นนำแทน เช่น เมตา และไต้หวันเซมิคอนดักเตอร์ ในขณะเดียวกัน การวางแผนรับมือความเสี่ยงระยะสั้นจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับบริษัทที่ถือบิตคอยน์ในระยะยาวอย่างสเตรทิจี้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1