บิตคอยน์(BTC) เผชิญความเป็นไปได้สูงถึง 71% ที่ราคาจะร่วงลงต่ำกว่า 65,000 ดอลลาร์ในปี 2026 ตามการคาดการณ์จากผู้ใช้งานตลาดคาดการณ์แบบกระจายอำนาจ ‘โพลิเมอร์เก็ต(Polymarket)’ โดยการประเมินนี้ถูกเผยแพร่หลังจากราคาบิตคอยน์ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 9 เดือน ซึ่งหลายฝ่ายมองว่ากำลังเข้าสู่ช่วง ‘ตลาดหมี’ อย่างเต็มรูปแบบ
ขณะนี้ ราคาบิตคอยน์อยู่ที่บริเวณ 75,000 ดอลลาร์ โดยนักวิเคราะห์หลายคนเตือนว่าการปรับตัวลงรอบนี้ไม่ใช่เพียงการ ‘พักฐานระยะสั้น’ แต่เป็นการเปลี่ยนโครงสร้างราคาที่อาจลากยาวในระยะกลางถึงยาว ‘คำ’ สนับสนุนแนวคิดนี้ด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค, ราคาซื้อเฉลี่ยของ ETF บิตคอยน์แบบสปอต และคำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญ
ระดับราคาที่สำคัญที่นักวิเคราะห์ชี้ว่าบิตคอยน์ไม่ควรหลุดคือช่วง 62,000 - 65,000 ดอลลาร์ โดย จูเลียน ทิมเมอร์ จากไฟเดลิตี้ ระบุว่ารูปแบบราคาของบิตคอยน์ในช่วงนี้คล้ายกับ ‘S-Curve ของอินเทอร์เน็ต’ มากกว่ากราฟ ‘Power Law’ ที่เคยใช้กันก่อนหน้านี้ พร้อมชี้ว่าเส้น 65,000 ดอลลาร์ และ 45,000 ดอลลาร์ คือแนวต้านและแนวรับสำคัญตามลำดับ
ดาต้าจากคริปโตนิวส์รายงานว่า ผู้ใช้ไบแนนซ์ส่วนใหญ่มีต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 62,000 ดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของนักลงทุนสถาบันที่เพิ่มขึ้นหลังอนุมัติ ETF แบบสปอตเมื่อต้นปีนี้ ขณะที่ ฮูลิโอ โมเรโน จากบริษัทวิเคราะห์ออนเชน คริปโตควอนต์ วิเคราะห์ว่า ราคาบิตคอยน์เข้าสู่ขาลงต่อเนื่องตั้งแต่ไฮเดิมที่ระดับ 100,000 ดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายน พร้อมระบุว่า “นี่ไม่ใช่การปรับฐานในช่วงขาขึ้น แต่เป็นตลาดหมีชัดเจน ซึ่งต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะสร้างฐานใหม่ได้”
นักลงทุนใน ETF บิตคอยน์ก็ไม่พ้นแรงกดดัน โดย อเล็กซ์ ซอน จากบริษัทกาแล็กซี่ระบุว่า ราคาซื้อเฉลี่ยของกองทุน ETF อยู่ที่ราว 87,830 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าราคาตลาดปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ มีการเปิดเผยจาก CoinGlass ว่า ในเดือนมกราคมเพียงเดือนเดียว มีเงินไหลออกจาก ETF มากถึง 2.8 พันล้านดอลลาร์ นับเป็นครั้งที่สองและสามที่มียอดไหลออกสูงสุดในประวัติศาสตร์
บริษัท Strategy ซึ่งถือครองบิตคอยน์จำนวนกว่า 712,647 BTC เผชิญต้นทุนเฉลี่ยที่ 76,037 ดอลลาร์ ซึ่งขณะนี้ราคาต่ำกว่าต้นทุน ทำให้ขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ (Unrealized loss) มากถึง 900 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ราคาหุ้นของบริษัทก็ลดลงกว่า 61% ในระยะเวลา 6 เดือน
ที่ไบแนนซ์ ตัวชี้วัดความผันผวน ‘Range z30’ พุ่งขึ้นแตะ 3.72 สื่อถึงความเป็นไปได้ว่าจะเกิดการเคลื่อนไหวที่รุนแรงในระยะสั้น ทั้งนี้ ปริมาณการซื้อขายบิตคอยน์ต่อวันอยู่ที่ราว 39,500 BTC แม้ในสภาพตลาดไม่แน่นอนนี้ แต่การเก็งกำไรก็ยังคงคึกคัก
กระแสความเห็นระหว่างผู้เชี่ยวชาญนั้นแบ่งแยกกันชัดเจน ‘ความคิดเห็น’ หนึ่งคือมองว่า บิตคอยน์อาจแตะจุดต่ำสุดไปแล้วเมื่อราคาหล่นลงมาอยู่ที่ 82,000 ดอลลาร์หลังข่าวลือการเสนอชื่อ เควิน วอร์ช เป็นประธานเฟด โดย เจฟ พาร์ค จากบิตไวส์ กล่าวว่า “ราคาบิตคอยน์มักจะสร้างฐานเมื่อจิตวิทยาตลาดและโครงสร้างของมันเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ”
อย่างไรก็ตาม ปีเตอร์ ชิฟฟ์ นักลงทุนสายทองคำ มองว่าราคาบิตคอยน์อาจลดลงแตะ 65,000 ดอลลาร์ได้เช่นกัน หากดัชนีแนสแดกลดลง 20% โดยเขาให้เหตุผลว่า “หากแนสแดกลดลงเช่นนั้น บิตคอยน์อาจตามลงมาอีกราว 24%”
เมื่อพิจารณาจากการคาดการณ์ของผู้ใช้งานในโพลิเมอร์เก็ตที่กว่า 71% เชื่อว่าราคาอาจต่ำกว่า 65,000 ดอลลาร์ คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่าโซนราคา 75,000 - 77,000 ดอลลาร์จะสามารถ ‘ป้องกันแนวรับ’ ได้หรือไม่ โดย CoinSwitch ประเมินว่า หากแนวรับบริเวณนี้ยังยืนอยู่ ก็มีโอกาสที่แรงขายจะเบาบางลง และราคาสามารถรีบาวด์ขึ้นไปยังแนวต้านแรกที่ 80,000 ดอลลาร์ได้ในระยะถัดไป
ความคิดเห็น 0