แม้ราคาบิตคอยน์(BTC)จะปรับตัวลงในช่วงหลัง แต่บริษัทสภาพคล่องอย่าง *สตราเทจี(Strategy)* ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนที่ถือครองบิตคอยน์มากที่สุดในโลก ยังคงเดินหน้าลงทุนอย่างหนัก โดยล่าสุดเพิ่งซื้อเพิ่มอีกครั้งถึง *855 บิตคอยน์* ท่ามกลางสภาวะตลาดผันผวน และกระแสหนุนคริปโตจากทรัมป์
เมื่อวันที่ 2 ม.ค. มایเคิล เซย์เลอร์(Michael Saylor) ซีอีโอของสตราเทจี เปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียว่า บริษัทได้ทำการเข้าซื้อบิตคอยน์เพิ่มเติมในจำนวน *855 BTC* ด้วยมูลค่ารวมประมาณ *75.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ* หรือราว *1,097 พันล้านวอน* โดยมีราคาเฉลี่ยต่อหน่วยอยู่ที่ *87,974 ดอลลาร์* หรือประมาณ *1.28 พันล้านวอน* ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าระดับปัจจุบันพอสมควร
หลังจากดีลล่าสุดนี้ ทำให้สตราเทจีถือครองบิตคอยน์สะสมรวมทั้งสิ้น *713,502 BTC* คิดเป็นมูลค่า *54.26 พันล้านดอลลาร์* (ประมาณ *79.06 ล้านล้านวอน*) โดยมีราคาเฉลี่ยต่อการซื้อทั้งหมดที่ *76,052 ดอลลาร์ต่อ BTC*
อย่างไรก็ดี ในระยะสั้น สตราเทจีต้องเผชิญกับแรงกดดันจากราคาตลาดที่ลดลง โดยเมื่อสัปดาห์ก่อน บิตคอยน์เคยขึ้นไปเกือบแตะ *90,000 ดอลลาร์* ทำให้บริษัทมี *กำไรจากการประเมินมูลค่า (paper gain)* สูงถึง *8 พันล้านดอลลาร์* หรือราว *11.64 ล้านล้านวอน* แต่หลังจากราคาลดลงต่อเนื่องในวันพฤหัสฯ และเสาร์ที่ผ่านมาจนแตะระดับต่ำสุดที่ *74,400 ดอลลาร์* กำไรดังกล่าวหดเหลือเพียง *3 พันล้านดอลลาร์* (ประมาณ *4.36 ล้านล้านวอน*) และในช่วงสั้นๆ บริษัทมีสถานะถือสินทรัพย์คริปโตเป็นขาดทุนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว
ราคาหุ้นของสตราเทจีก็สะท้อนความผันผวนดังกล่าว โดยลดลงมากกว่า *6%* ในช่วง 5 วันทำการล่าสุด แสดงให้เห็นถึงสัมพันธ์เชิงบวกอย่างชัดเจนระหว่างหุ้นบริษัทกับราคาคริปโต อย่างไรก็ตาม ทั้งเซย์เลอร์และบริษัทยังคงยืนยันกลยุทธ์ ‘ซื้อบิตคอยน์ในระยะยาว’ หรือที่เรียกว่า *HODL mentality* ท่ามกลางความไม่แน่นอนของตลาด
*ความคิดเห็น:* การดำเนินนโยบายที่ชัดเจนด้านคริปโตของ *ประธานาธิบดีทรัมป์* รวมถึงทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ถูกจับตามองในฐานะปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางราคาบิตคอยน์ในระยะถัดไป และหากราคาบิตคอยน์สามารถดีดตัวกลับได้จริง ก็อาจทำให้สตราเทจีพลิกกลับไปมีกำไรเหนือระดับเดิมอีกครั้งตามคาด
ความคิดเห็น 0