ตลาดคริปโตเดือนมกราคมเผชิญความผันผวนรุนแรง โดยมูลค่าตลาดรวมสูญหายไปราว 3.5 แสนล้านดอลลาร์ หรือกว่า 509 ล้านล้านวอน ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนเต็มไปด้วย ‘ความกลัวขั้นรุนแรง’ อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางบรรยากาศที่หดหู่ นักวิเคราะห์และนักลงทุนบางรายกลับมองหาโอกาส โดยตั้งคำถามว่า ‘เวลานี้คือจุดต่ำสุดจริงหรือไม่’ พร้อมชี้ให้เห็นสกุลเงินดิจิทัล 3 รายที่น่าจับตาในเดือนกุมภาพันธ์ หนึ่งในนั้นคือ *ไฮเปอร์ลิควิด(Hyperliquid)* ที่สามารถสร้างผลตอบแทนโดดเด่นในขณะที่ตลาดส่วนใหญ่ซบเซา
*ไฮเปอร์ลิควิด* เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายอนุพันธ์แบบไร้ศูนย์กลางที่กำลังพัฒนาให้สามารถรองรับทั้งสินทรัพย์ดั้งเดิมและคริปโต ล่าสุด ระบบได้อัปเกรดผ่าน HIP-3 ทำให้เพิ่มตัวเลือกการซื้อขายได้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โทเคนประจำแพลตฟอร์มอย่าง *HYPE* ที่ราคาปรับขึ้นมากกว่า 25% ภายในเดือนเดียว กลายเป็นหนึ่งในโครงการระดับท็อป 20 ที่แสดงผลการดำเนินงานเชิงบวกเพียงรายเดียวในช่วงเดือนที่ผ่านมา
เบื้องหลังการพุ่งขึ้นของ *HYPE* คือ ‘กองทุนสนับสนุน’ (Assistance Fund) ที่ใช้รายได้จากค่าธรรมเนียมซื้อคืนโทเคนกลับเข้าสู่ระบบถึง 99% ตามราคาตลาด เท่ากับว่าทุกวันมีการซื้อคืน HYPE หลายสิบล้านวอน และในหลายวัน ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มทะลุ 2 ล้านดอลลาร์ หรือราว 29,000 ล้านวอน ข้อมูลจาก Quantify Crypto ระบุว่า ไฮเปอร์ลิควิดจัดอยู่ในกลุ่ม DEX ไม่กี่แห่งที่สามารถทำกำไรในระดับหลายแสนล้านวอนต่อปี และถือว่าเป็นแพลตฟอร์มที่สามารถพิสูจน์ ‘ความสอดคล้องกับตลาด’ ได้อย่างชัดเจน
ขณะเดียวกัน *บิตคอยน์(BTC)* ยังอยู่ในโหมดอ่อนตัว โดยปิดราคาต่ำลงติดต่อกัน 4 เดือนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ตลาดหมีเมื่อปี 2018 ปัจจุบัน BTC ลดลงมากกว่า 40% จากจุดสูงสุด และซื้อขายต่ำกว่า 80,000 ดอลลาร์ (ราว 1.16 ล้านวอน) ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในตลาดคริปโต เพราะแม้แต่ทองคำและเงิน ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ก็ลดลงกว่า 20%-50% ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลายประเทศ ก่อให้เกิดความปั่นป่วนในตลาดทุน อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการดีดตัวของราคาทองและเงินอาจส่งผลกระทบเชิงบวกต่อสินทรัพย์ดิจิทัลในภาพรวม โดยเฉพาะบิตคอยน์ที่มี ‘คุณสมบัติทั้งความเสี่ยงและปลอดภัย’ จึงมีโอกาสกลับมาเป็นสินทรัพย์หลักของตลาดอีกครั้ง
อีกกลุ่มหนึ่งที่ได้รับความสนใจก็คือ *โทเคนที่อิงกับทองคำ* เช่น *แพกซ์โกลด์(PAXG)* และ *เทเธอร์โกลด์(XAUT)* ซึ่งแต่ละโทเคนมีทองคำจริง 1 ออนซ์เป็นหลักประกัน ราคาทองคำที่ลดลงมากกว่า 20% กลับทำให้นักลงทุนเริ่มจับตาความเป็นไปได้ในการฟื้นตัว โดยเฉพาะภายใต้สภาวะที่ยังมีความตึงเครียดจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงด้านผู้นำของเฟด และความสัมพันธ์ที่เปราะบางระหว่างสหรัฐและอียู ปัจจัยเหล่านี้ผลักดันให้นักลงทุนยังคงมองหาทรัพย์สินปลอดภัย และโทเคนทองคำกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะสามารถถือครองผ่านเครือข่ายบล็อกเชนโดยไม่ต้องผ่านช่องทางออฟแรมป์
ในสภาวะที่ตลาดคริปโตยังคงเต็มไปด้วย ‘ความกลัว’ แต่บางเหรียญกลับฉายแววแข็งแรง — HYPE ของไฮเปอร์ลิควิด, โทเคนทองคำ และสัญญาณการฟื้นของบิตคอยน์ — แสดงให้เห็นว่าไม่ใช่ทุกการเคลื่อนไหวที่ไร้ทิศทาง ยังมี ‘โอกาสในวิกฤต’ ให้จับตามอง คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า ‘ตลาดฟื้นหรือยัง’ แต่คือ ‘คุณพร้อมรึยังที่จะเลือกสิ่งที่ใช่ในเวลาที่เหมาะสม?’
ความคิดเห็น 0