ตลาดคริปโตเริ่มฟื้นตัวในช่วงต้นปี 2026 โดยมีเม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบันและบริษัทร่วมลงทุนไหลกลับเข้าสู่อุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญ สถิติล่าสุดเผยว่ามีเงินทุนประมาณ 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.03 หมื่นล้านบาท) ไหลเข้าสู่บริษัทด้านคริปโตผ่านการระดมทุนและการเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไป (IPO)
หนึ่งในดีลที่โดดเด่นคือการระดมทุนมูลค่า 250 ล้านดอลลาร์ (ราว 3.6 พันล้านบาท) ของบริษัทเรน(Rain) ผู้ออก ‘สเตเบิลคอยน์’ ที่เชื่อมโยงกับวีซ่า(Visa) ส่งผลให้มูลค่าบริษัทพุ่งแตะ 1.9 พันล้านดอลลาร์ (ราว 2.75 หมื่นล้านบาท) ขณะเดียวกัน บิตโก(BitGo) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลก็ได้ระดมทุนผ่าน IPO ที่ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเป็นมูลค่ากว่า 200 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.9 พันล้านบาท)
*ความคิดเห็น:* การเคลื่อนไหวเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่านักลงทุนสถาบันยังคงเชื่อมั่นในอนาคตของสินทรัพย์ดิจิทัล แม้ก่อนหน้านี้จะมีแรงสั่นสะเทือนจากเหตุการณ์ชำระบัญชีขนาดใหญ่ในตลาดเมื่อปลายปีที่ผ่านมา
การลงทุนไหลเข้าสู่หลายระดับ ตั้งแต่ว่านล้อมถึงเสนอขายหุ้น โดยมีตัวอย่างเด่นคือ กองทุนทรอนดาว(TRON DAO) ที่มีบทบาทสำคัญในการนำการลงทุนเบื้องต้น (Seed Round) ให้กับบิตเวย์(Bitway) มูลค่า 4.4 ล้านดอลลาร์ (ราว 638 ล้านบาท) ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการเงินแบบออนเชน พร้อมด้วยผู้ร่วมลงทุนอย่าง HTX Ventures และกลุ่มนักลงทุนเชิงกลยุทธ์อื่น ๆ
อีกกรณีคือแพลตฟอร์ม Everything ที่เพิ่งได้รับการลงทุนจาก Humanity Investment จำนวน 6.9 ล้านดอลลาร์ (ราว 1 พันล้านบาท) โดยมีชื่อของแอนิโมกา แบรนด์ส, เฮ็กซ์ทรัสต์ และเจมี โรโกซินสกี ผู้ร่วมก่อตั้ง WallStreetBets ร่วมลงทุน แพลตฟอร์มดังกล่าวเตรียมเปิดให้บริการอินเทอร์เฟซสำหรับการซื้อขายแบบสัญญาซื้อขายล่วงหน้า, ตลาดทำนาย และตลาดสปอต โดยมีเทเลแกรมเป็นช่องทางหลักเพื่อขยายผู้ใช้งาน
บริการรับฝากสินทรัพย์ Prometheum ซึ่งมีใบอนุญาตนายหน้า-ตัวแทนจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์สหรัฐ(SEC) ก็สามารถระดมทุนสะสมได้ถึง 23 ล้านดอลลาร์ (ราว 3.3 พันล้านบาท) ตั้งแต่ปี 2025 โดยเน้นให้บริการด้านการชำระราคาและการดูแลทรัพย์สินในรูปแบบของ ‘หลักทรัพย์ดิจิทัล’
ด้านการปล่อยสินเชื่อแบบออนเชน ก็เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น โดยล่าสุด กาแล็กซี(Galaxy) ได้ดำเนินการปล่อยกู้ผ่านบล็อกเชนอาวาแลนช์(AVAX) เป็นเงินรวม 75 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.08 พันล้านบาท) โดย 50 ล้านดอลลาร์มาจากนักลงทุนสถาบัน รูปแบบการปล่อยกู้ผ่านระบบอัตโนมัติและใช้โทเคนดิจิทัลเป็นหลักทรัพย์ คาดว่าจะเป็นโมเดลใหม่ของตลาดการเงินบนเชน
ขณะเดียวกัน บริษัทเวียรา(Veera) ก็สามารถปิดรอบการระดมทุนซีดมูลค่า 4 ล้านดอลลาร์ (ราว 580 ล้านบาท) โดยได้รับเงินจาก CMCC และซิกมา แคปิตอล ส่งผลให้มียอดทุนสะสมรวมเป็น 10 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.45 พันล้านบาท) มุ่งเน้นพัฒนาแอปออนเชนที่ใช้งานง่ายผ่านสมาร์ตโฟน
โครงการในระบบนิเวศโซลานา(SOL) อย่างโซเลเยอร์(Solayer) ก็กำลังเพิ่มแรงส่งผ่านการตั้งกองทุนระบบนิเวขมูลค่า 35 ล้านดอลลาร์ (ราว 508 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนโปรเจกต์ที่มีรายได้จริง เช่น DeFi, ระบบการชำระเงิน, แอปพลิเคชันผู้บริโภค และโซลูชันด้าน AI โดยเชื่อมโยงกับโปรแกรมบ่มเพาะ ‘Solayer Accel’
ท่ามกลางการฟื้นตัวของตลาดและการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี บรรดาบริษัทคริปโตเริ่มหันมาใช้ "ออนเชนไฟแนนซ์" เป็นทางเลือกในการระดมทุนและดำเนินธุรกิจมากขึ้น การที่นักลงทุนสามารถดำเนินการสินเชื่อและตราสารหนี้บนบล็อกเชนได้โดยตรง กำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการลงทุนแบบเดิม ๆ
แม้ว่าในระยะนี้ ปริมาณธุรกรรมยังคงไม่มากนัก แต่แนวโน้มชี้ว่า ‘คุณภาพ’ ของโปรเจกต์และความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน คือสิ่งที่จะผลักดันให้เม็ดเงินลงทุนไหลเข้าสู่อุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ความเคลื่อนไหวนี้จึงอาจเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘ยุคใหม่’ สำหรับวงการการเงินแบบออนเชนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า.
ความคิดเห็น 0