ตลาดคริปโตปรับฐานแรง หนุนเทรดเดอร์สายชอร์ต ETH บน Hyperliquid ทำกำไรราว 1,204 พันล้านวอน
ท่ามกลางการร่วงลงอย่างรวดเร็วของตลาดสกุลเงินดิจิทัล นักเทรดรายหนึ่งที่รู้จักกันในชื่อ ‘ETHMegaBear’ เดินเกมสั้นอย่างแม่นยำ ด้วยการเปิดสถานะชอร์ตอีเธอเรียม(ETH) บนแพลตฟอร์มดิฟฟายอนุพันธ์ Hyperliquid และสามารถสะสม ‘กำไรคาดการณ์’ สูงถึงประมาณ 1,204 พันล้านวอน หรือราว 8,400 ล้านดอลลาร์ จากข้อมูลของ Lookonchain เมื่อวันที่ 29 (เวลาท้องถิ่น)
ETHMegaBear ใช้อัตราเลเวอเรจสูงสุดถึง 50 เท่า โดยดำเนินกลยุทธ์นี้อย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปี 2024 ปัจจุบันเขายังคงถือครอง ‘สถานะชอร์ต’ ที่มีขนาดกว่า 30,582 ETH (ประมาณ 8,890 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1,274 พันล้านวอน) ซึ่งหากแนวโน้มราคายังคงดิ่งลงไป เขาก็อาจทำกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
ราคาของอีเธอเรียมในวันเดียวกันลดลงจากเหนือระดับ 2,900 ดอลลาร์มาอยู่ใกล้กับบริเวณ 2,800 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาของบิตคอยน์(BTC) ก็อ่อนตัวลงต่ำกว่า 85,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ท่ามกลางการปรับฐานรวมความผันผวนสูง ทำให้มีการ ‘ล้างพอร์ต’ (liquidation) ของสถานะเลเวอเรจในตลาดรวมกว่า 3.6 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 5,162 พันล้านวอน) ภายในระยะเวลาเพียงชั่วโมงเดียว
แรงขายลามสู่ตลาดการเงินดั้งเดิมเช่นกัน หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐร่วงหนักหลัง ‘ไมโครซอฟท์(MSFT)’ รายงานผลประกอบการต่ำคาด ทำให้ดัชนีแนสแดกร่วงกว่า 1.8% ขณะที่ S&P 500 ลดลงมากกว่า 1% โดยหุ้นไมโครซอฟท์เองดิ่งถึง 11% และฉุดหุ้นเทคโนโลยีอื่นอย่าง เทสลา(TSLA), กูเกิล(GOOG), และเอ็นวิเดีย(NVDA) ให้ปรับตัวลดลงตาม
ในตลาดคริปโต ตลอดช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีการปิดสถานะภาคบังคับกว่า 7 พันล้านดอลลาร์ (ราว 1.011 ล้านล้านวอน) โดยจากจำนวนนี้กว่า 3.5 พันล้านดอลลาร์เป็น ‘สถานะ Long’ ซึ่งแสดงให้เห็นว่านักลงทุนจำนวนมากไม่สามารถตั้งรับกับแรงปรับฐานที่รุนแรงได้ทัน
แม้แต่อัลท์คอยน์หลักอย่าง โซลานา(SOL) และ ริปเปิล(XRP) ก็ไม่รอดพ้นจากการถูกเทขาย โดย SOL ร่วง 5% มายืนที่ระดับราคา 118 ดอลลาร์ ส่วน XRP ร่วงในอัตราใกล้เคียงกันอยู่ที่ราว 1.80 ดอลลาร์
ตลาดที่ผันผวนระลอกนี้ เผยให้เห็นความเสี่ยงในระบบนิเวศของแพลตฟอร์มอนุพันธ์แบบกระจายศูนย์เช่น Hyperliquid ซึ่งเปิดโอกาสให้ใช้เลเวอเรจสูง ทำให้ผู้เล่นอย่าง ETHMegaBear สามารถทำกำไรได้มหาศาลจากการคาดเดาทิศทางตลาดอย่างถูกต้อง ‘ความคิดเห็น’: กลยุทธ์นี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความเป็นไปได้ในระบบ DeFi สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนในตลาดคริปโต และเพิ่มแรงกดดันให้นักลงทุนต้องกลับมาพิจารณาเรื่องการกระจายความเสี่ยงและการบริหารจัดการพอร์ตอย่างรอบคอบมากยิ่งขึ้น
ความคิดเห็น 0